"หลักฐานทั้งหมดอยู่ในลิ้นชักชั้นล่างสุดของตู้เอกสารห้องทำงานพ่อคุณ... ตรวจสอบดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่า 'ครอบครัว' ที่คุณเทิดทูน มันมีกลิ่นคาวเลือดที่ล้างไม่ออกขนาดไหน"
เสียงของธันวาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ภัทรินหยุดชะงัก ฝ่ามือที่กำลังสั่นระริกอยู่เหนือแฟ้มคดีในมือร่วงหล่นลงบนพื้นพรม กลิ่นอายความอึดอัดภายในห้องโถงกว้างขวางของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีดูจะหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้ดูเหมือนคนที่กำลังประกาศสงคราม แต่เขามองเธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมศพที่ถูกขุดทิ้งไว้ ภัทรินพยายามจะเอ่ยปากโต้แย้ง แต่ลำคอกลับตีบตัน ความเชื่อใจที่เธอเพียรพยายามถักทอมาตลอดหลายเดือนเริ่มปริร้าวเหมือนกระจกที่ถูกค้อนกระแทกเข้าอย่างจัง
"คุณพูดเรื่องอะไร..." ภัทรินเค้นเสียงถาม เสียงของเธอแหบพร่า "พ่อของฉัน... ท่านเป็นคนก่อร่างสร้างตัวด้วยความสุจริต คุณจะบอกว่าสิ่งที่ฉันเห็นมาตลอดชีวิตคือภาพลวงตาอย่างนั้นเหรอ?"
ธันวาเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหลือเพียงช่องว่างเล็กน้อย เขาก้มตัวลงช้าๆ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลึกลงไปในดวงตาที่สั่นไหวของเธอ "สุจริตงั้นหรือครับ? งั้นลองถามตัวเองดูไหม ว่าทำไมพ่อของคุณถึงยอมลงทุนมหาศาลเพื่อปิดปากพยานในคดีอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อยี่สิบปีก่อน... ปีเดียวกับที่ครอบครัวของผมถูกกวาดล้างจนไม่เหลือแม้แต่ชื่อบนหลุมศพ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงหัวใจของภัทรินที่เต้นรัวราวกับกลองรบ เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา มันไม่ใช่ความเกลียดชังที่ปะทุเป็นไฟ แต่มันคือความแค้นที่ฝังรากลึกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณ
"คุณเข้ามาหาฉัน..." ภัทรินถอยหลังไปหนึ่งก้าว พิงเข้ากับโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ "คุณเข้ามาหาฉันเพื่อใช้ฉันเป็นเครื่องมือแก้แค้นงั้นสินะ? ที่ผ่านมา... ความเป็นห่วง ความช่วยเหลือที่คุณหยิบยื่นให้ ทั้งหมดนั่นก็แค่ละครตบตาเพื่อให้ฉันเดินไปสู่หลุมพรางที่คุณขุดไว้?"
ธันวานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความจริงกับสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆ ในใจ ก่อนจะแค่นยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา "ผมเริ่มด้วยความเกลียดชังครับ ผมตั้งใจจะพังทลายทุกอย่างที่พ่อของคุณสร้างมา และนั่นรวมถึงคุณด้วย... แต่ก็นั่นแหละครับ ความผิดพลาดเพียงหนึ่งเดียวของผม คือการที่ผมลืมไปว่าคนเรามักจะเห็นตัวเองในกระจกเงาที่บิดเบี้ยวได้เสมอ"
"คุณหมายความว่ายังไง"
"ผมหมายความว่าคุณไม่ได้ต่างจากผมหรอก ภัทริน" ธันวาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มคดีที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาวางบนโต๊ะ "เราต่างก็เป็นเพียงเงาที่ถูกกักขังอยู่ในรอยจารึกของความผิดพลาดที่คนอื่นก่อ แต่ในขณะที่คุณพยายามจะหนีออกจากกรงขังนี้ ผมกลับเป็นคนเลือกที่จะจุดไฟเผากรงนั้นทิ้งเสีย"
บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันที แสงไฟระย้าสั่นไหวเล็กน้อยคล้ายมีลมกรรโชกแรงพัดผ่านเข้ามา แม้หน้าต่างทุกบานจะปิดสนิท ภัทรินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอเห็นภาพครอบครัวที่อบอุ่นในความทรงจำกำลังถูกเผาทำลายด้วยคำพูดของชายผู้นี้ ทว่าลึกๆ ในใจที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับ เธอกลับรู้สึกถึง 'ความเข้าใจ' ที่น่าสะพรึงกลัวต่อเหตุผลของเขา
"ถ้าฉันยอมให้คุณทำลายทุกอย่าง..." ภัทรินเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ใต้ความโศกเศร้า "แล้วตัวฉันล่ะ? ฉันจะเหลืออะไรหลังจากที่ความแค้นของคุณได้รับการชำระ?"
ธันวาเงียบไป เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่สายตาที่เขามองเธอกลับเปลี่ยนไปเป็นความโหยหาที่ซับซ้อน เขายกมือขึ้นหมายจะสัมผัสใบหน้าของเธอ แต่เขากลับชะงักมือไว้กลางอากาศก่อนจะลดลงช้าๆ ราวกับรู้ตัวว่าเขาไม่มีสิทธิ์นั้นอีกต่อไป
"คุณจะเหลืออิสรภาพครับ" เขาตอบแผ่วเบา "อิสรภาพจากการเป็นเบี้ยล่างของคนที่มีนามสกุลเดียวกันกับคุณ"
ทว่า ก่อนที่ภัทรินจะทันได้เอ่ยอะไรตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ฟังดูเหมือนคำสั่งประหารชีวิตดังขึ้น... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก
"ภัทริน ลูกอยู่ในนั้นใช่ไหม?" เสียงของพ่อเธอ ทรงอำนาจและเย็นเยียบจนน่าขนลุก "พ่อมีเรื่องด่วนจะคุยกับแขกคนสำคัญของลูกหน่อย พอดีเมื่อครู่นี้การ์ดหน้าบ้านเพิ่งรายงานมาว่า มีหนูสกปรกตัวหนึ่งแอบเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต"
ธันวาหันไปมองประตูห้องทำงาน ก่อนจะหันกลับมาส่งสายตาเป็นนัยให้ภัทริน มือของเขาสอดเข้าไปในเสื้อสูทและหยิบวัตถุโลหะชิ้นหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ มันคือปืนพกขนาดเล็กที่ภัทรินไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมกับซองเอกสารลับที่เขาตั้งใจจะให้เธอตั้งแต่วันแรกที่พบกัน
ภัทรินมองปืนสลับกับประตู ใจของเธอเต้นรัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าหากเปิดประตูออกไป ชีวิตของเธอจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป และความจริงที่ซ่อนอยู่หลังประตูนั่นอาจจะน่าสยดสยองเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้
ประตูห้องทำงานถูกแง้มออกช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของชายผู้เป็นใหญ่ในบ้านที่ค่อยๆ แทรกตัวผ่านช่องว่างเข้ามา ทว่าสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือกลับไม่ใช่เพียงแค่ไฟล์เอกสาร แต่เป็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่ทำให้ภัทรินแทบจะสิ้นสติไปในทันที เพราะในรูปนั้น คือตัวเธอเองในวัยเด็กที่กำลังกอดกับชายคนหนึ่ง... ซึ่งก็คือธันวาในวัยหนุ่ม!
เหตุการณ์ในคืนนี้ซับซ้อนกว่าที่คาดคิด และพายุแห่งการทรยศกำลังจะพัดพาเอาความลับทั้งหมดที่ถูกซ่อนอยู่ใต้เถ้าถ่านให้ปรากฏขึ้นมาสู่แสงสว่าง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามบทอันแสนตึงเครียดนี้มาด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ โดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 31
พายุแห่งการทรยศ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!