เหล็กเย็นเฉียบของใบมีดพับเล่มนั้นสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากผนังโกดังร้าง ขูดเฉียดผ่านแก้มเนียนของภัทรินไปเพียงมิลลิเมตรเดียว กลิ่นคาวสนิมและหยาดเหงื่อผสมปนเปกันในอากาศยามวิกฤต บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าหญิงสาวกลับไม่มีเวลาแม้แต่จะกรีดร้อง
"ถอยไป!"
เสียงหวานห้าวตวาดลั่น พร้อมกับที่ร่างบางเบี่ยงตัวหลบคมมีดที่พุ่งสวนมาอย่างฉิวเฉียด ปลายเล็บของเธอตวัดคว้าเศษท่อเหล็กบนพื้นขึ้นมาตั้งรับตามสัญชาตญาณ แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแวววาวดุดัน ไม่ยอมก้มหัวให้ความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาเด็ดขาด
นี่ไม่ใช่เกมซ่อนหาตามรอยจารึกโบราณที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือสนามประลองเลือดของจริง กลุ่มคนปริศนาที่ตามล่าพวกเขามาตลอดสามวันสัปทานพื้นที่รอบด้านไว้หมดแล้ว และเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่แค่เอกสารลับในมือเธอ... แต่มันคือชีวิตของเธอกับผู้ชายปากร้ายที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
"บอกให้หยุดดื้อด้านไงเล่า ยัยตัวแสบ!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดปนร้อนรน ธันวาพุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวบางของเธอหลบคมกระสุนที่เจาะทะลุกระจกหน้าต่างจนแตกละเอียด แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกระแทกกับกองลังไม้เก่าๆ ฝุ่นผงคลุ้งกระจายไปทั่ว แต่ชายหนุ่มไม่มีเวลาสนใจความเจ็บปวด เขาใช้ร่างหนาของตัวเองปกป้องเธอไว้ทั้งหมด มือหนากดศีรษะทุยให้ซบลงกับอกแกร่งเพื่อกันเศษกระจาย
"ปล่อยนะ! ฉันช่วยตัวเองได้น่า!" ภัทรินกัดฟันกรอด ฝ่ามือเล็กทุบลงบนไหล่กว้างของคนตัวโตอย่างขัดใจ แม้ปากจะเก่งและพยายามดิ้นรน แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามด้วยความห่วงใยเมื่อเหลือบไปเห็นรอยเลือดซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีเข้มตรงหัวไหล่ของเขา
"ถ้าเธอฉลาดกว่านี้สักนิด ฉันคงไม่ต้องมารับแผลแทนเธอหรอกนะ ภัทริน" ธันวาแค่นAยิ้มหยัน ทั้งที่ใบหน้าคมคายเริ่มซีดเผือดเพราะเสียเลือด ดวงตาคมกริบมองเธอด้วยแววตาที่ผสม Pนไประหว่างความดุและประกายความห่วงใยที่ซ่อนไม่มิด "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะน่า"
"นายมัน... บ้าที่สุด!"
ภัทรินเม้มปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอกท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน เธอรู้ดีว่าธันวาจงใจเอาตัวเข้ามารับคมมีดแทนเธอเมื่อครู่ ถ้าไม่มีเขา ป่านนี้เธอคงกลายเป็นศoเฝ้าโกดังไปแล้ว แต่คนปากแข็งอย่างเขากลับเลือกที่จะทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งที่เลือดสีสดกำลังหยดติ๋งลงบนพื้นคอนกรีต
เปร้ง!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมเงาร่างของมือสังหารอีกสามคนก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แสงไฟฉายกวาดผ่านซอกหลืบของกองลังไม้ บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบกระชั้น
ธันวาขบกรามแน่น เขาดันตัวลุกขึ้นยืนบังหน้าเธอไว้ครึ่งหนึ่ง มืออีกข้างกุมแผลที่หัวไหล่ซึ่งเลือดไหลไม่หยุด ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความเจ็บปวด แต่แววตากลับดุดันรากับพญาเสือที่พร้อมขย้ำเหยื่อหากพวกมันกล้าเข้ามาแตะต้องผู้หญิงข้างหลังเขา
"อยู่เงียบๆ ซะ" เขาพึมพำเสียงเบาหวิวแต่เด็ดขาด "ถ้าฉันบอกให้วิ่ง... ให้วิ่งไปที่ประตูหนีไฟ ห้ามหันกลับมาเด็ดขาด เข้าใจไหม"
"แล้วนายล่ะ..." ภัทรินเม้มริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตาคู่สวยรื้นด้วยหยาดน้ำใสแต่เธอพยายามกลั้นมันไว้อย่างสุดความสามารถ เธอน่ะเกลียดความอ่อนแอที่สุด และเกลียดความรู้สึกที่จะต้องสูญเสียใครไปโดยที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้ยิ่งกว่า
"ฉันหนังเหนียวจะตาย... คนอย่างฉัน ไม่ตายง่ายๆ เพื่อให้เธอมานั่งสมเพชหรอกน่า" ธันวาเหยียดยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่เธอคุ้นเคยแต่มันช่างน่าหมั่นไส้ในสถานการณ์นี้เสียจริง "เตรียมตัว..."
สิ้นเสียงกระซิบ ร่างสูงของธันวาก็กระโจนออกไปจากที่กำบังราวกับเสือชีตาร์ เขาพุ่งเข้าประจันหน้ากับมือสังหารคนแรกที่ถือท่อเหล็ก ปัดป้องอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้ศอกกระแทกเข้าที่ปลายคางจนอีกฝ่ายหงายหลังล้มตึง ทว่าความเจ็บปวดจากบาดแผลที่หัวไหล่ทำให้ความเร็วของเขาลดลงไปถนัดตา
มือสังหารอีกคนเห็นช่องว่าง จึงเงื้อมืดพกสั้นขึ้นหมายจะแทงเข้าที่แผ่นหลังของธันวา
"ธันวา ระวัง!"
ภัทรินไม่รอช้า เธอกระโจนออกจากที่ซ่อน คว้าท่อเหล็กฟาดเข้าที่ศีรษะของมือสังหารคนนั้นเต็มแรงจนเซถลา เปิดโอกาสให้ธันวาหันกลับมาซัดหมัดฮุคเข้าที่กกหูจนมันสลบเหมือดไปในพริบตา
"ใครบอกให้เธอออกมาช่วยเล่า!" ธันวาตวาดเสียงเขียว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธปนความกังวลที่เธอเอาชีวิตมาเสี่ยง "บอกให้อยู่ข้างหลังไง!"
"ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาประดับฉากนะ นายเจ็บตัวอยู่เห็นไหม!" ภัทรินเถียงกลับทันควัน ดวงตาวาวโรจน์ไม่ยอมแพ้ แม้เนื้อตัวจะมอมแมมและมีรอยถลอกปอกเปื้อนไปหมดแล้วก็ตาม
แต่ทว่า ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังโต้เถียงกันด้วยความดื้อดึง เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยและเสียงปรบมือช้าๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า
"แหม... ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าประทับใจเสียจริง ยอมเอาชีวิตมาแลกกันแบบนี้ สมกับเป็นทายาทตระกูลผู้ดีที่ตกอับจริงๆ"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ใต้เงาหมวก แต่น้ำเสียงนั้นทำให้ภัทรินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เลือดในกายเย็นเฉียบลงในทันที
ธันวาขยับตัวเข้ามาบังหน้าเธอไว้โดยอัตโนมัติ ดวงตาคมกริบหรี่ลงจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยความระแวดระวังขั้นสุด
"แก..." ภัทรินพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิวด้วยความสั่นเทา
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นกับบทสรุปที่กำลังจะมาถึงในตอนถัดไปนะครับ
เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 34
ความตายที่เฉียดกราย
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!