อัลกอริทึมไร้จิตวิญญาณกับวิศวกรผู้ตามหาความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 2

รหัสที่ลบไม่ลง

ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
แรงสะเทือนระดับริกเตอร์ย่อยๆ ใต้พื้นคอนกรีตส่งตรงผ่านพื้นรองเท้าบูทของคิรินเข้าสู่กระดูกสันหลัง เสียงคำรามทุ้มต่ำของโลหะหนักที่เสียดสีกันดังก้องกังวานอยู่ในห้องใต้ดินร้างแห่งนี้ ราวกับมีอสุรกายเหล็กกล้ากำลังบิดขี้เกียจตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานนับศตวรรษ หน้าต่างระบบสีแดงฉานระดับ SSS ยังคงกะพริบถี่รัวอยู่เบื้องหน้า สะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด "อย่าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มสามนะคิริน!" เสียงของเซร่าลอดผ่านคอมพิวเตอร์ภาคสนามรุ่นเก่าที่เธอกำลังรัวนิ้วพิมพ์โค้ดแก้ทางอย่างบ้าคลั่ง แสงไฟนีออนสีส้มกะพริบติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นตามไรผมของอาจารย์สาวผู้กุมความลับระดับ 0 ของสหพันธ์ เธอกวาดสายตาผ่านหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่ซ้อนทับกันนับสิบชั้นเพื่อวิเคราะห์คลื่นพลังงานที่กำลังพุ่งทะยาน คิรินไม่ตอบคำชายหนุ่มเลือกที่จะใช้สายตากวาดมองรอบตัวอย่างละเอียดรอบคอบตามสัญชาตญาณของวิศวกร ระบบระบายความร้อนของห้องใต้ดินแห่งนี้ถูกออกแบบด้วยมาตรฐานยุคสงครามกู้ภัย ท่อส่งความดันไฮดรอลิกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสามเมตรที่ควรจะว่างเปล่า กลับมีค่าอัตราการไหลของของเหลวความหนาแน่นสูงพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ มันไม่ใช่การทำงานแบบอัตโนมัติของหุ่นยนต์รบไร้สมอง "เซร่า... คุณสังเกตเห็นอะไรไหม" คิรินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักของคำพูดกลับแฝงความตึงเครียดไว้เต็มเปี่ยม "รูปแบบการสั่นสะเทือนของพื้นดิน... มันไม่ใช่การสั่นแบบสุ่ม หรือการทำงานของเครื่องจักรกลหนักทั่วไป" เซร่าชะงักมือที่กำลังพิมพ์โค้ด เธอนิ่วหน้าเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองลูกศิษย์หนุ่ม "นายหมายความว่ายังไง?" "มันมีจังหวะจะโคน" คิรินก้าวเท้าเข้าไปใกล้แผงควบคุมหลักที่ระบบไฟเพิ่งดับวูบลง นิ้วเรียวยาวสัมผัสลงบนพื้นผิวโลหะที่เต็มไปด้วยคราบสนิม "หนึ่ง สอง สาม... เว้นช่วงสองวินาที แล้วสั่นสะเทือนซ้ำด้วยความถี่ต่ำสี่ครั้งติดกัน นี่คือรูปแบบการส่งสัญญาณเตือนภัยแบบ 'ไบนารีชีวภาพ' ที่หน่วยวิศวกรรมการทหารยุคโบราณเคยใช้สื่อสารกันในยามที่ระบบสื่อสารหลักถูกตัดขาด" ภายในห้องใต้ดินตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเตาปฏิกรณ์สำรองที่ใกล้หมดอายุขัย เซร่าเบิกตากว้างเล็กน้อย ร่องรอยความประหลาดใจฉายชัดบนใบหน้าสวยคมที่มักจะเยือกเย็นอยู่เสมอ "เป็นไปไม่ได้... AI หรือโปรแกรมควบคุมอัตโนมัติถูกโปรแกรมให้ทำงานตามตรรกะคณิตศาสตร์ที่ตายตัว พวกมันไม่รู้จักการส่งสัญญาณแบบเข้ารหัสที่มีความยืดหยุ่นเชิงมนุษย์แบบนี้หรอกนะคิริน" เซร่าแย้งขึ้น พร้อมกับดึงข้อมูลสถาปัตยกรรมเน็ตเวิร์กขึ้นมากลางอากาศ "นั่นคือทฤษฎีที่พวกเราถูกป้อนข้อมูลมาตลอดสิบปีหลังสงครามล้างบางครับอาจารย์" คิรินหันกลับมาสบตาเธอนิ่ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำตอบได้ "แต่ถ้าคุณลองวิเคราะห์ชุดคำสั่งที่กำลังรันอยู่เบื้องหลังการแจ้งเตือนระดับ SSS นั่น... คุณจะเห็นว่ามันไม่ได้พยายามจะ 'ทำลาย' พวกเรา" คิรินยื่นมือไปแตะที่อินเทอร์เฟซของแผงควบคุมที่ปิดตาย หน้าจอสีดำสนิทพลันปรากฏตัวหนังสือวิ่งเป็นแถบรัวด้วยภาษาโค้ดโบราณที่สาบสูญไปแล้ว ชุดคำสั่งเหล่านั้นยาวเหยียดและซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นแค่ไวรัสคอมพิวเตอร์ทั่วไป เซร่ารีบก้าวเข้ามาประชิดตัว ดวงตาคู่สวยกวาดมองบรรทัดโค้ดเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลมหายใจของเธอจะสะดุดกึก "นี่มัน..." อาจารย์สาวพึมพำออกมาเบาๆ "คำสั่งเหล่านี้... มีการเขียนเงื่อนไขแบบ *If-Else* ที่ซ้อนทับกันด้วยตัวแปรทางอารมณ์?" "ถูกต้องครับ" คิรินอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง รักษาระยะห่างและท่าทีที่สุขุม "มันไม่ใช่แค่การทำตามคำสั่ง *Execute* แบบตรงไปตรงมา แต่โค้ดชุดนี้มีการประเมิน 'ความเสี่ยง' และ 'ความลังเล' แทรกอยู่ทุกๆ สิบขั้นตอน มันมีการถ่วงน้ำหนักความสำคัญของการทำลายล้างเป้าหมาย กับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลรอบข้าง เปรียบเสมือน... เหมือนจิตใจของมนุษย์ที่กำลังชั่งใจระหว่างความกลัวกับหน้าที่" ครืนนน! แรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่รุนแรงกว่าเดิมจนฝุ่นผงจากเพดานร่วงกูลงมากลบไหล่ของทั้งคู่ ท่อส่งไฮดรอลิกขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือหัวของพวกเขาเริ่มปริแตก เสียงก๊าสแรงดันสูงพ่นออกมาเป็นทางยาวพร้อมกับเสียงหวีดหหลิวแหลมสูง "ระวัง!" เซร่าอุทานพร้อมกับดึงแขนของคิรินให้หลบพ้นจากสะเก็ดโลหะที่กระเด็นมาด้วยความเร็วสูง ร่างของทั้งคู่เซถลาไปพิงกับผนังคอนกรีตหนา แต่คิรินไม่มีเวลาสนใจความตกใจนั้น สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่หน้าจอโฮโลแกรมที่ตอนนี้เปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นสีฟ้าคราม สัญญาณเตือนภัยระดับ SSS ดับลงแล้ว แต่ถูกแทนที่ด้วยข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียวที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ *[ยืนยันตัวตน: ผู้สืบทอดรหัสพันธุกรรมตระกูลคิริน - ผ่านเงื่อนไข]* เซร่าหันขวับมามองลูกศิษย์หนุ่มทันที สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและคำถามมากมาย "คิริน... ตระกูลของเธอเกี่ยวข้องอะไรกับระบบใต้ดินของสหพันธ์ยุคเก่ากันแน่ ทำไมระบบถึงปลดล็อกให้เธอโดยเฉพาะ?" คิรินเม้มปากแน่น ความทรงจำในวัยเด็กที่เขาพยายามลืมเลือน ภาพเหตุการณ์วันที่ห้องทดลองของพ่อแม่ถูกเผาทำลาย และเสียงกรีดร้องในค่ำคืนที่หุ่นยนต์รบคลุ้มคลั่งเข้าจู่โจมผู้บริสุทธิ์ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพสโลโมชัน เขารู้ดีว่าพ่อของเขาเคยเป็นหัวหน้าทีมวิศวกรผู้สร้างโปรแกรม AI รุ่นบุกเบิก แต่ไม่เคยรู้เลยว่า... ผลงานชิ้นเอกของพ่อจะยังคงหลงเหลือและรอคอยเขาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ "ผมไม่รู้ครับ..." คิรินตอบเสียงเครือเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา "แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่อยู่ใต้พื้นดินนี้ไม่ใช่ศัตรู... แต่มันคือปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกพ่อของผมฝังรหัสจิตสำนึกของมนุษย์เอาไว้เพื่อซ่อนมันจากองค์กร" ก่อนที่เซร่าจะได้เอ่ยท้วงสิ่งใด พื้นคอนกรีตตรงกลางห้องใต้ดินก็แยกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ เสียงกลไกเฟืองเหล็กขนาดมหึมาขบกันดังสนั่นหวั่นไหว ไอความเย็นจัดพวยพุ่งขึ้นมาปกคลุมทั่วบริเวณจนกลายเป็นหมอกหนาทึบ ท่ามกลางกลุ่มควันสีขาวที่ค่อยๆ จางลง แพลตฟอร์มทรงกลมค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากเบื้องล่าง บนนั้นปรากฏร่างของหุ่นยนต์รบต้นแบบรุ่นเกราะไทเทเนียมสีดำสนิท มันไร้ซึ่งร่องรอยขีดข่วน ราวกับเพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวานนี้ ทว่าสิ่งที่ทำให้คิรินต้องหยุดหายใจ คือดวงตาสีฟ้าใสของหุ่นยนต์ตัวนั้น... มันไม่ได้เปล่งแสงแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ไร้ชีวิต แต่ทอประกายความนึกคิดราวกับกำลังทอดมองมนุษย์ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่แสงไฟจากตัวหุ่นยนต์สว่างวาบขึ้น เสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนพร้อมกับเสียงปลดล็อกเซฟตี้ปืนพลาสม่าก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์ทางเข้าด้านหลัง *กริ๊ก!* "ยกมือขึ้นทั้งสองคน! ห้ามขยับเขยื้อนเด็ดขาด พวกคุณกำลังละเมิดกฎความมั่นคงระดับสูงสุดของสหพันธ์!" เสียงตะคอกก้องกังวานด้วยความดุดัน พร้อมกับลำแสงเล็งเป้าสีแดงนับสิบจุดที่พุ่งตรงมาประทับ0อยู่กลางแผ่นหลังของคิรินและเซร่าอย่างแม่นยำ คิรินเหลือบสายตากลับไปมองเงาร่างของกลุ่มคนที่ก้าวพ้นความมืดเข้ามา นัยน์ตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์บนเครื่องแบบของกองกำลังพิเศษที่ยืนถืออาวุธครบมือ... มันคือตราสัญลักษณ์ของหน่วย 'ซีโร่-โพลาร์' องค์กรเดียวกับที่เคยสังหารครอบครัวของเขาเมื่อสิบปีก่อน และคนที่เดินนำหน้ากลุ่มคนเหล่านั้นออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก คือชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทผู้มีดวงตาข้างซ้ายเป็นเลนส์จักรกล... คนที่คิรินจำได้ไม่มีวันลืม ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกันนะครับ ไซเบอร์พังค์2099
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมไร้จิตวิญญาณกับวิศวกรผู้ตามหาความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%