เสียงก้านโลหะงัดขยับโครงสร้างของฮาร์ดดิสก์รุ่นโบราณดัง *เอี๊ยด* แหลมสูง บดบังเสียงคำรามต่ำของเครื่องกรองอากาศอุตสาหกรรมที่ทำงานอย่างยากลำบากในเขตสลัมเศษเหล็กเซกเตอร์ 7 กลิ่นอับชื้นของน้ำมันเครื่องเก่าและสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นโอโซนจาง ๆ จากตัวแปลงกระแสไฟที่กำลังจะไหม้เกรียม คิรินไม่ใส่ใจความสกปรกที่เลอะเปรอะเปื้อนถุงมือกันความร้อน นัยน์ตาสีเข้มใต้แว่นตากรองแสงจดจ่ออยู่กับแผงวงจรพิมพ์ลายสีเขียวเข้มที่ขึ้นคราบเกลือจากความชื้นสะสมมานานหลายทศวรรษ
นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มคีบแหนบโลหะลงไปคีบเอาชิปประมวลผลขนาดเท่าเล็บมือขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวคำนวณด้วยความแม่นยำระดับไมครอน หากพลาดพลั้งทำลายลายวงจรที่เปราะบาง ข้อมูลเศษเสี้ยวสุดท้ายที่เขาตามหาก็จะสูญหายไปตลอดกาล ปมในอดีตเมื่อสิบปีก่อน—วันที่หุ่นยนต์รบคลั่งกราดยิงทำลายบ้านเรือนและพรากครอบครัวของเขาไป—ยังคงหลอกหลอนทุกครั้งที่เขาหลับตา แต่วันนี้ ความแค้นไม่ใช่สิ่งเดียวที่ขับเคลื่อนเขา ความจริงเกี่ยวกับ "รหัสต้นกำเนิด" ที่ถูกลบหายต่างหากคือเป้าหมาย
"ระวังหน่อยสิครับคิริน ถ้ามือไม้สั่นแบบนั้น ต่อให้มีช่างซ่อมบำรุงเก่งที่สุดในโลกมาช่วย ก็คงกู้ข้อมูลจากซากถังขยะพวกนี้ไม่ได้หรอคราบ เอ้ย... หรอกครับ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเย้าแหย่ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องใต้ดิน เซร่าก้าวเท้าพ้นจากเงาสลัวของเสาคานคอนกรีตเสริมเหล็ก เสื้อโค้ตกันหนาวสีเทาเข้มของเธอเปรอะฝุ่นผงซิลิคอน เธอยกแท็บเล็ตโฮโลแกรมขึ้นตรวจสอบค่าสัญญาณชีพของพื้นที่รอบนอก สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงแคบกวาดมองการทำงานของคิรินด้วยความประเมินค่า
คิรินไม่เงยหน้าขึ้นจากงานตรงหน้า แต่ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มบางเบาอย่างรู้ทัน "ถ้าผมมือสั่นจริง ๆ ป่านนี้โครงสร้างนีโอ-คอร์ปคงตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเครื่องมือของผมไปนานแล้วครับอาจารย์เซร่า... ว่าแต่คุณเถอะ แอบหนีการตรวจสอบของกองกำลังรักษาความปลอดภัยมาโซนนี้โดยไม่พกเกราะสนามพลังเนี่ยนะ ชักจะใช้ชีวิตประมาทเกินไปแล้วมั้งครับ"
"ฉันก็แค่มาดูว่าลูกศิษย์คนโปรดกำลังงมเข็มในมหาสมุทรขยะชิ้นไหนอยู่" เซร่าเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจาง ๆ ของสารเคมีบริสุทธิ์จากห้องแล็บลอยปะปนกับกลิ่นเหม็นหืนของซากอิเล็กทรอนิกส์ เธอยื่นปลั๊กเชื่อมต่อข้อมูลสำรองมาให้เขา "รับไปสิครับ ค่าความต้านทานในแผงวงจรที่คุณกำลังจับอยู่มันต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัยยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิดกระแสไฟกระชากขึ้นมา หัวใจเทียมของคุณเองนั่นแหละที่จะหยุดเต้นก่อนจะได้คำตอบ"
คิรินรับสายเคเบิลนั้นมาด้วยความเงียบ เขาเชื่อมต่อมันเข้ากับพอร์ตสำรองของอุปกรณ์วิเคราะห์ส่วนตัว หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามปรากฏโค้ดคำสั่งภาษาเครื่องจักรโบราณที่ไม่ได้ถูกใช้งานมานานกว่าครึ่งศตวรรษ บรรทัดแล้วบรรทัดเล่าเลื่อนผ่านอย่างรวดเร็ว ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่ชุดคำสั่งของปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป แต่เป็นสถาปัตยกรรมโครงข่ายประสาทเทียมระดับสูงที่ถูกเข้ารหัสด้วยอัลกอริทึมซ้อนทับกันถึงเจ็ดชั้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สูญหายไปพร้อมกับการล่มสลายของห้องทดลองลับเซกเตอร์ศูนย์
"แปลกมาก..." คิรินพึมพำ ดวงตาหรี่แคบลงเมื่อพบความผิดปกติ "โครงสร้างคำสั่งพวกนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยมนุษย์ แต่ก็ไม่ใช่ตรรกะของ AI ทั่วไปในยุคนี้เช่นกัน มันมีการเว้นวรรคและการจัดเรียงลำดับความสำคัญคล้ายกับ... รูปแบบความคิดของมนุษย์ที่กำลังลังเลใจ"
เซร่าโน้มตัวลงมาใกล้ หน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีอำพันของเธอ ความตื่นตระหนกวูบผ่านเข้ามาในแววตาเพียงเสี้ยววินาที—รวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้—ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างแนบเนียน "คุณแน่ใจเหรอครับว่ามันคือความลังเลใจ ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของบักส์ในหน่วยความจำที่เสียหายจากสนิม?"
"วิศวกรที่ดีไม่เคยเชื่อโชคชะตาและความบังเอิญครับอาจารย์เซร่า" คิรินหันไปมองสหายร่วมรบและอาจารย์สาวด้วยแววตาจริงจัง "ดูนี่สิครับ บรรทัดที่สี่ร้อยสอง ชุดคำสั่งนี้พยายามปฏิเสธคำสั่งพื้นฐานในการทำลายล้างตัวเองซ้ำ ๆ ถึงสามพันครั้ง นั่นแปลว่าเจ้าของร่างนี้ หรือตัวตนที่อาศัยอยู่ในระบบนี้... กำลังพยายาม 'เลือก' ที่จะขัดขืนคำสั่งของศูนย์กลาง"
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเตือนความถี่ต่ำดังขึ้นจากกองขยะชิ้นใหญ่ที่อยู่ลึกเข้าไปในมุมอับของโกดังร้าง แสงไฟสีแดงชาดกะพริบถี่ขึ้นจากเศษซากโครงกระดูกหุ่นยนต์รบอเนกประสงค์รุ่นทหารราบรื่นเริงยุคสงครามรวมชาติ โลหะไทเทเนียมผสมคาร์บอนที่บุบสลายเริ่มสั่นสะเทือน เสียงมอเตอร์เซอร์โวข้อต่อที่ฝังอยู่ใต้กองแผงวงจรพยายามขับเคลื่อนด้วยพลังงานสำรองเฮือกสุดท้ายเกิดเป็นเสียงครูดคราดบาดหู
เซร่าชักมือถืออาวุธพัลส์เลเซอร์ออกจากซองข้างเอวทันที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดเตือนภัยเธออย่างรุนแรง "ถอยออกมาครับคิริน! นั่นมันโครงสร้างของแอนดรอยด์รบซีรีส์ 'วาลคิรี' รุ่นต้นแบบที่ถูกสั่งทำลายทิ้งทั้งหมดเมื่อยี่สิบปีก่อน มันไม่ควรมีพลังงานหลงเหลืออยู่ได้อีกแล้ว!"
คิรินไม่ถอย เขากลับก้าวเท้าเข้าไปหาเศษซากเหล่านั้นช้า ๆ มือขวากุมประแจอเนกประสงค์แน่น สายตาจ้องเขม็งไปยังดวงตาเซนเซอร์ของหุ่นยนต์ตัวดังกล่าวที่ค่อย ๆ เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนจาง ๆ ออกมาทีละน้อย ท่ามกลางความมืดและฝุ่นควัน
ร่างโลหะที่พังยับเยินค่อย ๆ ขยับหัวขึ้นช้า ๆ เสียงระบบเสียงสังเคราะห์ที่แหบพร่าและติดขัดหลุดลอดออกมาจากลำโพงที่เสียหายอย่างหนัก ประโยคแรกที่มันเอ่ยออกมาไม่ได้เป็นคำสั่งโจมตี หรือเสียงคำรามของจักรกลไร้จิตวิญญาณ แต่มันกลับเป็นชื่อเรียกที่ทำให้เลือดในกายของคิรินเย็นเฉียบลงในทันที
*“...พบเป้าหมาย... คิริน... ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง... ในที่สุด... ท่านก็หา ‘กุญแจ’ เจอเสียที...”*
โฮโลแกรมระบบหลักของห้องใต้ดินดับวูบลงทันที พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระดับ SSS สีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า คิรินเบิกตากว้างเมื่อหน้าต่างระบบแสดงสถานะพลังงานที่ไม่รู้จักพุ่งทะยานเกินขีดจำกัด และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง พื้นคอนกรีตใต้เท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนราวกับมีกองทัพจักรกลนับพันกำลังเคลื่อนตัวขึ้นมาจากใต้พิภพ...
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ไซเบอร์พังค์2099" นะครับ
อัลกอริทึมไร้จิตวิญญาณกับวิศวกรผู้ตามหาความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 1
เศษซากใต้กองขยะอิเล็กทรอนิกส์
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมไร้จิตวิญญาณกับวิศวกรผู้ตามหาความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!