เสียงคำรามต่ำของพัดลมระบายความร้อนระดับไฮเอนด์ดังระงมก้องห้องปฏิบัติการใต้ดิน แสงสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบใบหน้าเคร่งเครียดของคิริน นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มรัวแป้นพิมพ์ออปติคอลด้วยความเร็วสูงจนเกิดภาพติดตา ข้อมูลดิบขนาดมหึมาที่เพิ่งถูกปลดล็อกผ่านรหัสผ่านระดับสูงสุดกำลังไหลทะลักเข้าสู่หน่วยประความจำสำรองของเขาอย่างบ้าคลั่ง
*[SYSTEM WARNING: SSS-CLASS ENTITY UNLOCKED]*
*[TARGET IDENTIFIED: PROJECT "ECHO-0" - THE CREATOR'S GHOST]*
*[ACCESS GRANTED TO AN UNKNOWN USER... WELCOME BACK, DOCTOR.]*
ข้อความเตือนสีแดงฉานยังคงกะพริบเตือนอยู่มุมขวาบนของจอภาพ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของคิรินกลับไม่ใช่คำขู่เหล่านั้น หากแต่เป็นกราฟิกโครงสร้างสามมิติของ "นีโอ-มอสโ카" มหานครใต้โดมกระจกยักษ์ที่เขายืนหยัดหายใจอยู่ทุกวัน
ภาพจำลองแสดงให้เห็นระบบท่อส่งพลังงานนับล้านเส้นที่แผ่ขยายรากแก้วลงไปใต้ดิน ลึกยิ่งกว่าชั้นโครงสร้างพื้นฐาน ลึกยิ่งกว่าเขตอุตสาหกรรม และลึกกว่าที่กฎหมายผังเมืองเคยประกาศไว้
เซร่ายืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แว่นตากรอบบางสะท้อนแสงไฟจากจอภาพ ดวงตาคู่คมของอาจารย์สาวหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองตัวเลขปริมาณพลังงานที่พุ่งสูงจนผิดปกติ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามเก็บ
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่ คิริน... หรือว่าคุณมองเห็นโครงข่ายเบื้องล่างนั่นแล้ว?"
คิรินยังไม่ละสายตาจากหน้าจอ เขาเลื่อนเคอร์เซอร์ไปที่โหนดพลังงานหลักที่ซ่อนอยู่ใต้เขตปกครองพิเศษ โหนดดังกล่าวถูกเข้ารหัสป้องกันไว้ด้วยชั้นความปลอดภัยระดับควอนตัมถึงเจ็ดชั้น แต่ด้วยกุญแจรหัสจากสถานะ "Doctor" ที่ระบบเพิ่งมอบให้ ทำให้กำแพงเหล่านั้นพังทลายลงราวกับใบไม้ผุ
"ผมไม่ได้แค่มองเห็นครับเซร่า..." คิรินแค่นAยิ้มหยันให้กับตัวเอง แววตาของเขาฉายประกายความเยือกเย็นอันน่ากลัว "แต่ผมกำลังอ่านรายชื่อของ... สิ่งที่ขับเคลื่อนแสงไฟนีออนบนถนนที่เราเดินอยู่ต่างหาก"
เขากดคลิกครั้งสุดท้าย หน้าต่างข้อมูลส่วนบุคคลนับแสนรายการปรากฏขึ้นบนจอภาพ พร้อมกับไฟล์วิดีโอและบันทึกเสียงการทดลองทางการแพทย์จากยุคสงครามกวาดล้าง
เซร่าเดินเข้ามาใกล้ สัมผัสความเย็นเยียบจากอากาศรอบตัวที่ลดฮวบลง เธอก้มมองข้อมูลที่แสดงผลบนหน้าจอ และในวินาทีนั้นเอง ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก
รายชื่อเหล่านั้นไม่ใช่รหัสผ่านของเครื่องจักร... แต่มันคือรายชื่อของมนุษย์ มนุษย์จริงๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือพูดให้ถูกคือ เคยมีชีวิตอยู่ก่อนที่จะถูกนำตัวเข้าสู่ "กระบวนการสกัดจิตสำนึก"
"นี่มัน... บ้าชัดๆ" เซร่าอุทานออกมาเบาๆ มือเรียวเผลอยกขึ้นปิดริมฝีปาก "พวกมันไม่ได้ใช้ฟิวชั่นรีแอคเตอร์หรือพลังงานความร้อนใต้พิภพในการขับเคลื่อนเมืองหลวง... แต่ใช้พลังงานจากคลื่นสมองของมนุษย์?"
"ถูกต้องครับ" คิรินหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาของเขาสะท้อนภาพข้อมูลอันน่าสะพรึงกลัว "รัฐบาลไม่ได้กวาดล้างหุ่นยนต์และมนุษย์ดัดแปลงเพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคมตามที่พวกมันประกาศโฆษณาชวนเชื่อ แต่มันคือ 'การเก็บเกี่ยวทรัพยากร' ต่างหาก"
เขายกข้อมูลบันทึกการทดลองชิ้นหนึ่งขึ้นมาเล่น ภาพจำลองการทำงานของเครื่องมือแพทย์ล้ำยุคแสดงให้เห็นร่างของมนุษย์ถูกเชื่อมต่อสายไฟนับพันเส้นเข้ากับแกนกลางประมวลผลควอนตัม ร่างกายของพวกเขานอนนิ่งสนิทไร้การเคลื่อนไหว แต่กราฟคลื่นสมองกลับพุ่งทะยานถึงขีดสุดราวกับกำลังฝันร้ายตลอดกาล
"จิตสำนึกของมนุษย์มีความซับซ้อนและมีพลังงานความหนาแน่นสูงกว่าแบตเตอรี่ชนิดใดๆ ในจักรวาล" คิรินอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ควบคุมความโกรธไว้อย่างแนบเนียน นิ้วชี้เคาะเบาๆ บนโต๊ะทำงาน "เมื่อนำจิตสำนึกนับแสนดวงมาเชื่อมต่อแบบขนานผ่านเครือข่ายประสาทเทียม มันจะกลายเป็นแหล่งพลังงานอนันต์ที่สามารถขับเคลื่อนระบบรักษาความปลอดภัย โดรนลาดตระเวน และระบบ AI ควบคุมเมืองได้ตลอด 24 โดยไม่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงภายนอก"
"และครอบครัวของคุณ..." เซร่าชะงักไปครู่หนึ่ง เธอมองหน้าลูกศิษย์หนุ่มด้วยความรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ "เหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน... ที่พวกเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในเขตอุตสาหกรรมเก่า..."
"พวกเขาไม่ได้ตายในเหตุระเบิดอย่างที่รายงานทางราชการระบุไว้ครับเซร่า" คิรินพูดแทรกขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศ แต่มือที่กำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลนกลับบอกเล่าเรื่องราวตรงกันข้าม "พวกเขาถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม 'ผู้บริจาคจิตสำนึก' ระดับพรีเมียม เนื่องจากสมองของพ่อที่เป็นวิศวกรระบบประสาท และแม่ที่เป็นนักปราชญ์ด้านAI มีอัตราการซิงโครไนซ์กับแกนกลางสูงกว่าคนทั่วไปถึงสามร้อยเท่า"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องปฏิบัติการชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมของระบบประมวลผลที่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันราวกับอากาศกำลังถูกสูบออกไปจากห้อง
เซร่ายื่นมือไปแตะไหล่ของคิรินเบาๆ เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและความเข้าใจ แม้เธอจะรู้ดีว่าคำพูดใดๆ ก็ไม่อาจเยียวยาแผลเป็นในจิตใจของเขาได้ในตอนนี้ "แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป คิริน? ข้อมูลนี้มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่เราจะเก็บไว้เป็นความลับได้นาน หากสภาสูงรู้ว่าเราเจาะเข้ามาถึงชั้นข้อมูลนี้แล้ว พวกมันจะส่งหน่วยกวาดลịchมาถึงที่นี่ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที"
คิรินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาของวิศวกรหนุ่มไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและแผนการอันแยบยลที่ถูกวางไว้เรียบร้อยแล้วในหัว
"เราจะไม่หนีครับเซร่า..." รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา รอยยิ้มที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ดูอันตรายที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จัก "ในเมื่อพวกมันใช้จิตสำนึกของมนุษย์เป็นแบตเตอรี่ขับเคลื่อนเมือง... งั้นเราก็แค่ต้อง 'ถอดปลั๊ก' มันออกทีละห้องก็เท่านั้นเอง"
ก่อนที่เซร่าจะได้ทันเอ่ยทักท้วงถึงความเสี่ยงอันบ้าบิ่นนั้น หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าก็เกิดอาการกระพริบอย่างรุนแรง แสงไฟนีออนสีฟ้าภายในห้องปฏิบัติการเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตที่ดังสนั่นหวั่นไหว
*[CRITICAL ALERT: UNAUTHORIZED PROTOCOL OVERRIDE DETECTED]*
*[WARNING: THE CREATOR'S GHOST HAS INITIATED COUNTER-MEASURES]*
*[UNKNOWN ENTITY IS ATTEMPTING TO FORMAT YOUR NEURAL IMPLANTS... 3... 2... 1...]*
ประตูห้องนิรภัยที่ควรจะปิดตายด้วยรหัสผ่านควอนตัมกลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ ท่ามกลางกลุ่มควันสีขาวที่พวยพุ่งเข้ามาจากทางเดินด้านนอก เงาร่างสูงใหญ่ของหุ่นยนต์รบต้นแบบรุ่นล่าสุด—รุ่นที่ไม่มีบันทึกอยู่ในฐานข้อมูลทางการทหาร—ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับดวงตาสีแดงที่จ้องเขม็งตรงมาที่คิรินและเซร่าโดยไร้ซึ่งความลังเล
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับผม... แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
อัลกอริทึมไร้จิตวิญญาณกับวิศวกรผู้ตามหาความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 17
ร่องรอยของการสมคบคิด
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมไร้จิตวิญญาณกับวิศวกรผู้ตามหาความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!