"รหัสผ่านไม่ได้อยู่ที่สมการ เวร่า... แต่มันอยู่ในช่องว่างระหว่างความเจ็บปวดที่เราต่างพยายามจะลืม"
อีออนเอ่ยประโยคนี้ขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องนิรภัยแห่งกาลเวลา เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นเหล็กกล้าดังก้องสะท้อนไปมา ราวกับเสียงเต้นของหัวใจที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบที่ไม่มีใครหยั่งถึง เบื้องหน้าของเขาคือ ดร.เวร่า หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยปัญญาแต่กลับมีดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง
เวร่าไม่ตอบในทันที เธอเพียงแต่จ้องมองหน้าจอโฮโลกราฟิกที่ฉายภาพเศษเสี้ยวของลูปเวลาที่แตกสลาย เศษเสี้ยวของวันวานที่วนเวียนซ้ำซากราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ก่อนจะแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
"คุณดูผอมลงนะ อีออน" เธอเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธแค้น "การแบกรับความทรงจำนับพันลูปไว้ในสมองเพียงคนเดียว มันคงหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะรับไหวไม่ใช่หรือครับ?"
"ใช่ครับ หนักมาก" อีออนก้าวไปข้างหน้า มือของเขาเอื้อมไปแตะแผงควบคุมหลัก นิ้วสั่นเทาเพียงเล็กน้อย "แต่มันก็เป็นน้ำหนักเดียวที่ทำให้ผมมั่นใจว่า... พรุ่งนี้ที่กำลังจะมาถึง คือพรุ่งนี้ที่เป็นของจริง ไม่ใช่ภาพจำลองจากอัลกอริทึมที่ผิดพลาดของคุณ"
เวร่าขยับตัวเล็กน้อย แววตาของเธอสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว "คุณก็รู้ว่าถ้าลูปนี้จบลง ความทรงจำของคุณเกี่ยวกับสิ่งที่สูญเสียไปจะหายไปพร้อมกับมัน คุณจะกลายเป็นคนแปลกหน้าในโลกที่คุณพยายามปกป้อง... มันคุ้มกันแล้วหรือครับ?"
อีออนหลับตาลง ภาพของวันวานที่พร่าเลือน ความรู้สึกที่เคยแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าไหลผ่านเข้ามาในห้วงความคิด สิ่งที่เขาเคยสูญเสีย ตัวตนที่เขาเคยเป็น ทุกอย่างถูกบีบอัดลงในรหัสชุดสุดท้ายที่เขาเพิ่งสร้างขึ้น
"ความทรงจำไม่ใช่สิ่งที่ไว้สำหรับยึดติดนะครับเวร่า แต่มันคือเข็มทิศให้เราก้าวเดินต่อ" เขาตัดสินใจกดปุ่ม 'Execute' ด้วยจังหวะที่มั่นคงที่สุดในชีวิต "โลกที่ไม่มีความผิดพลาด ก็คือโลกที่ไม่มีชีวิตครับ"
ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอมม่วงที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของวงจรลูปก็ระเบิดออก เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังรบกวนโสตประสาทมานานนับร้อยปีพลันเงียบกริบ ความเย็นยะเยือกของห้องแล็บถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ไร้ที่มา อีออนรู้สึกราวกับว่ากระดูกทุกชิ้นในร่างกายกำลังจะแยกออกจากกัน แต่ในวินาทีที่วิกฤตที่สุด เขากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเบาสบายที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อน
ทุกอย่างดับวูบลง
***
แสงตะวันสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งบาง กลิ่นอายของกาแฟคั่วอ่อนลอยมาเตะจมูก อีออนลืมตาขึ้นบนเตียงในห้องที่ไม่คุ้นเคย ความรู้สึกปวดแปลบในขมับเบาบางลงเหลือเพียงความทรงจำจางๆ ราวกับฝันร้ายที่เพิ่งจางหายไปในยามตื่น
เขาลุกขึ้นนั่ง สัมผัสถึงความเงียบที่แตกต่างไปจากเดิม มันไม่ใช่ความเงียบที่เกิดจากระบบปิดตาย แต่มันคือความเงียบของโลกที่กำลังหมุนต่อไปอย่างปกติสุข เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองดูผู้คนเดินขวักไขว่บนท้องถนนที่ไม่มีร่องรอยของการขัดแย้งเชิงมิติเวลา
เขาลองนึกถึงใบหน้าของใครบางคน... เขาจำไม่ได้ว่าคนคนนั้นคือใคร หรือมีความสัมพันธ์อย่างไร แต่น่าประหลาดที่เขากลับไม่รู้สึกเศร้าโศกเหมือนที่เคยเป็น ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกินใจมาตลอดกาลกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาด ราวกับว่ามีใครบางคนเคยกระซิบข้างหูว่า 'ไม่เป็นไรนะ'
บนโต๊ะทำงานของเขามีสมุดโน้ตเล่มหนึ่งวางอยู่ อีออนหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ลายมือของเขาเองเขียนไว้เพียงประโยคสั้นๆ ในหน้าสุดท้าย
*'เวลาที่เดินต่อไป คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด'*
เขายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แม้จะเป็นรอยยิ้มที่เปื้อนไปด้วยความสงสัยในตัวเอง แต่เขาก็รู้ดีว่าหลังจากวันนี้ไป ทุกวินาทีที่เขาก้าวเดินจะมีความหมายอย่างแท้จริง ไม่มีการคำนวณความน่าจะเป็น ไม่มีการย้อนกลับเพื่อแก้ไข ไม่มีลูปที่ไม่มีวันสิ้นสุด มีเพียงชีวิตที่กำลังเริ่มต้นขึ้นใหม่ ณ ปัจจุบันขณะ
อีออนวางปากกาลง เขาเดินออกไปที่ระเบียง ปล่อยให้สายลมที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนปะทะใบหน้า เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะปกติ... ไม่ใช่จังหวะของการวิ่งแข่งกับเวลา แต่เป็นจังหวะของการใช้ชีวิต
ในโลกที่ความทรงจำอาจจางหายไปตามกาลเวลา แต่ร่องรอยของความพยายามที่เคยมีมา จะยังคงฝังรากลึกอยู่ในกระแสธารแห่งชีวิต... ตลอดกาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลากับผมมาจนถึงบทสุดท้ายนี้นะครับ - ควอนตัมคอร์
อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 40
บทอวสาน: เวลาที่เดินต่อไป
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!