ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 1

เงาในอดีตที่หวนคืน

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาบนโต๊ะประชุมหินอ่อนราคาแพงดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของบอร์ดบริหารระดับสูงนับสิบชีวิต ปกรณ์ ศิขรินทร์ ไม่เคยคิดเลยว่า ในวันที่อาณาจักรธุรกิจมูลค่าแสนล้านของตระกูลกำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุด ป้อมปราการที่เขาฟูมฟักด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ จะถูกเจาะไข่แดงจากเงาลึกลับที่ไม่มีใครเคยคาดคิด "พวกคุณพูดว่าอะไรนะ... หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ของศิขรินทร์กรุ๊ปถูกกว้านซื้อไปหมดแล้วอย่างนั้นหรือ? ด้วยวิธีไหน! ในเมื่อพินัยกรรมและกฎเหล็กของตระกูลไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกถือครองหุ้นใหญ่!" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจแฝงไว้ด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ สสันกรามของชายหนุ่มขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขากวาดสายตามองหน้าบรรดาผู้บริหารที่ต่างพากันหลบตาด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าปริปากพูดความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้ออกมา ปกรณ์ในวัยสามสิบห้าปี ยังคงความสง่างาม เย่อหยิ่ง และทรงเสน่ห์แบบอันตราย รูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบจากอิตาลีขับเน้นออร่าความทรงอิทธิพลที่ผู้คนต้องยอมสยบ แต่ในวินาทีนี้ ความมั่นใจทั้งหมดกำลังสั่นคลอน เมื่อซองเอกสารสีน้ำตาลถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขาโดยทนายความประจำตระกูล "ไม่ใช่บุคคลภายนอกครับท่านประธาน..." เสียงทนายวัยกลางคนสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอ่ยประโยคที่ทำให้ห้องประชุมทั้งห้องเย็นเยียบลงถนัดตา "เธอ... คือผู้มีสิทธิ์ตามกฎหมายทุกประการ ในฐานะ... ผู้ถือหุ้นรายใหม่ และผู้ทรงสิทธิ์ในฐานะอดีตภรรยาของคุณปกรณ์ครับ" ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ปกรณ์ชะงักค้าง ลมหายใจสะดุดกึก ภาพของผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงที่เขาเคยเขี่ยทิ้งราวกับเศษฝุ่น หญิงสาวร่างบอบบางที่เคยคุกเข่าร้องขอความเมตตาในวันที่ตระกูลศิขรินทร์เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนจมดิน ผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง *พิมพ์พิศา... เป็นไปไม่ได้! ผู้หญิงคนนั้นไม่มีปัญญาแม้แต่จะหาเงินรักษาตัวด้วยซ้ำในวันที่ถูกไล่ออกจากคฤหาสน์หลังนี้!* ทว่า ก่อนที่ปกรณ์จะได้เอ่ยปากปฏิเสธ ประตูบานคู่มหึมาของห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ท่วงท่าและจังหวะก้าวเดินที่สะกดทุกสายตาให้หันไปมองเป็นตาเดียว ทำให้แม้แต่เสียงเครื่องปรับอากาศยังดูเหมือนจะเงียบลง พิมพ์พิศาก้าวเข้ามาในห้องประชุมด้วยชุดสูทเข้ารูปสีเพลิงขับเน้นผิวขาวผ่องราวกระเบื้องเคลือบ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงไว้ด้านหลังเผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่ที่เฉี่ยวคม ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีความอ่อนแอ หวาดกลัว หรือโหยหาความเห็นใจเช่นในอดีตอีกต่อไป มีเพียงความเยือกเย็น ดุดัน และประกายไฟแห่งการแก้แค้นที่ลุกโชนอยู่ภายใน ข้างกายเธอคือ ลภัส นักลงทุนหนุ่มมือทองแห่งวอลล์สตรีท ผู้ชายที่กุมอำนาจทางการเงินระดับโลก และเป็นคนที่ยืนเคียงข้างเธอในวันที่เธอกลับมาทวงทุกอย่างคืน "สวัสดีค่ะท่านประธาน... ดูเหมือนว่าคุณจะตกใจมากทีเดียวที่ได้เห็นดิฉัน" น้ำเสียงหวานใสที่เคยสั่นเครือในอดีต บัดนี้ราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังเสียจนคนที่ได้ยินต้องขนลุกซู่ พิมพ์พิศายกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เธอเดินมาหยุดอยู่ที่เก้าอี้ประธานฝั่งตรงข้าม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเจ้าของสถานที่ตัวจริง ปกรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบจ้องมองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งไม่อยากเชื่อ โกรธเกรี้ยว และ... หวั่นไหวอย่างประหลาด "พิมพ์พิศา... เธอเล่นเกมบ้าอะไรอยู่! คิดว่าเอาเงินมาจากไหนมาซื้อหุ้นของศิขรินทร์! เธอคิดว่าใช้วิธีสกปรกนี้แล้วฉันจะยอมรับเธอกลับเข้ามาในบ้านหลังนี้อย่างนั้นเหรอ!" ปกรณ์คำรามเสียงต่ำ พยายามข่มอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านไม่ให้ระเบิดออกมาต่อหน้าธารกำนัล พิมพ์พิศาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความสมเพชเวทนา เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ไขว่ห้างอย่างสง่างาม ก่อนจะประสานสายตากับอดีตสามีอย่างไร้ความเกรงกลัว "กลับเข้าไปในบ้านหลังนั้นเหรอคะ? คุณกรณ์คะ... กรุณาใช้สมองอันชาญฉลาดของคุณคิดดูใหม่เถอะค่ะ ว่าผู้หญิงที่เคยถูกคุณเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีในวันนั้น จะอยากกลับไปเดินเหยียบโคลนตมกองเดิมทำไม..." เธอหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองใบหน้าหล่อเหลาที่เริ่มซีดเผือดลงทีละน้อย ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาปกรณ์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน "สิ่งที่ฉันกลับมาเอาในวันนี้... ไม่ใช่ความรักบ้าบอที่คุณไม่เคยมีให้ แต่ฉันกลับมาเพื่อยึดทุกอย่างที่คุณรัก... และเหยียบศักดิ์ศรีของคุณให้จมดิน เหมือน1ที่ฉันเคยได้รับมัน!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องประชุมก็ตึงเครียดจนถึงขีดสุด ปกรณ์พุ่งตัวเข้าหาโต๊ะประชุมด้วยความบันดาลโทสะ มือหนาหมายจะคว้าข้อมือเล็กเพื่อสั่งสอนให้อีกฝ่ายรู้สำนึก แต่ทว่า ลภัสกลับก้าวเข้ามาขวางไว้ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "ระวังมือของคุณหน่อยจะดีกว่านะครับท่านประธาน... เพราะตอนนี้ หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทอยู่ในมือภรรยาผม... อ้อ ขอโทษทีครับ... อดีตภรรยาของคุณต่างหาก" ลภัสเน้นย้ำคำว่า 'อดีตภรรยา' ชัดถ้อยชัดคำ ปกรณ์ชะงักกึก เลือดในกายสูบฉีดด้วยความแค้นที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนได้กลิ่นคาวเลือด ดวงตาแดงก่ำจ้องมองอดีตภรรยาที่กำลังแย้มยิ้มเยาะเย้ยเขาอย่างผู้ชนะ ทว่า... ในวินาทีที่ความโกรธกำลังครอบงำสติสัมปชัญญะทั้งหมด สายตาของปกรณ์ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารบนโต๊ะของพิมพ์พิศาที่เปิดอ้าไว้เพียงนิด... เอกสารภาษาอังกฤษแผ่นหนึ่งเลื่อนหลุดออกมาจากแฟ้ม เผยให้เห็นข้อความบางส่วนและภาพถ่ายใบเล็กที่แนบมาด้วย ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบ ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากใครบางคนในห้องนี้ราวกับพิมพ์เดียวกัน! หัวใจของปกรณ์กระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อตระหนักได้ว่า... เด็กชายในภาพถ่ายใบนั้น มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาในวัยเด็กอย่างไม่ผิดเพี้ยน! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%