ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 21

ผู้ชนะที่ไร้รอยยิ้ม

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาบนโต๊ะกระจกใสราคาแพงระยับดังสนั่น สะท้อนก้องห้องทำงานเพนต์เฮوس์หรูหราใจกลางกรุงเทพฯ ทว่ามันยังเบากว่าเสียงหัวใจที่กำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ของปกรณ์ ทายาทหนุ่มผู้เคยคุมชะตาชีวิตคนอื่นไว้ในอุ้งมือ แต่วันนี้... เขากลับเป็นฝ่ายคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเกมที่เขาไม่มีวันชนะ “คุณจะบีบผมให้จนมุมไปถึงไหนกัน พิศา” เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้เจือไปด้วยความสั่นพร่าที่เขาเองก็ไม่อาจควบคุมมันได้ ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กคู่นั้นแดงก่ำ จ้องมองอดีตภรรยาที่ยืนกอดอกพิงกระจกบานใหญ่ มองลงไปเบื้องล่างยังถนนเส้นสายที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวใต้ฝ่าเท้า พิมพ์พิศาไม่ได้หันกลับมามองทันที เธอยังคงทอดสายตาออกไปไกล ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กรีดแทะหัวใจของคนที่เคยเหยียบย่ำเธอจนจมดิน ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นผิวขาวผ่องและทรวดทรงเย้ายวนตามแบบฉบับหญิงสาวผู้ทรงอำนาจ รัศมีรอบตัวเธอนับวันยิ่งเย็นชาและทรงพลัง จนปกรณ์แทบจำไม่ได้ว่านี่คือผู้หญิงคนเดียวกันกับภรรยาตัวน้อยที่เคยนั่งร้องไห้เงียบๆ บนเตียงนอนกว้างในค่ำคืนที่เขาละเลยหรือไม่ “จนมุมอย่างนั้นหรือคะ... คุณปกรณ์?” พิมพ์พิศากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งน้ำตา และนั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเขา ความแค้นไม่ได้ทำให้เธอเสียงดัง แต่มันทำให้เธอ ‘ตายด้าน’ จากภายใน เธ่อย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างอรชรหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง ปลายนิ้วเรียวยาวที่แต่งแต้มด้วยเล็บเจลสีแดงเข้มดุจกุหลาบต้องคำสาป เอื้อมไปแตะที่ปลายคางครึ้มหนวดเคราที่ไม่ได้โกนมาหลายวันของเขาเบาๆ “จำคำพูดเมื่อสามปีก่อนได้ไหมคะ... วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าผู้หญิงไร้ค่าอย่างฉัน ต่อให้ตายไปก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาคุณ... วันนี้ฉันแค่กำลังทำให้คุณเห็นไงคะว่า สิ่งที่คุณเคยเหยียบย่ำ มันมีค่ามากกว่าอาณาจักรศิขรินทร์ทั้งหมดที่คุณกำลังจะสูญเสียเสียอีก” ปกรณ์คว้าข้อมือเรียวไว้แน่น แรงบีบไม่ได้ทำร้ายเธอ แต่มันแสดงถึงความสิ้นหวังขั้นสุด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย้ายวนเฉพาะตัวของพิมพ์พิศาแผ่ซ่านปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดทับมาตลอดหลายเดือน “ในเมื่อคุณเอาทุกอย่างไปจากผมแล้ว... ทั้งบริษัท ทั้งศักดิ์ศรี และหัวใจของผม ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... ผมจะทวงทั้งคุณและลูกคืนมาให้หมด!” คำประกาศกร้าวที่เจือด้วยความเวทนาและดุดันดังขึ้น พร้อมกับที่ปกรณ์กระชากข้อมือเธอเข้าหาตัวอย่างแรง แรงเหวี่ยงทำให้ร่างบางเซถลาล้มลงไปบนตักแกร่งโดยไม่ต้องตั้งตัว ปรารถนาอันร้อนรุ่มที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความเย็นชาปะทุขึ้นในวินาทีนั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่สั่นระริกด้วยความตกใจแต่ไม่ยอมแพ้ “ปล่อยฉันนะคะ!” พิมพ์พิศาตวาดเสียงกร้าว พยายามขัดขืนและผลักไสแผ่นอกกว้างที่ห่อหุ้มด้วยเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ “ไม่ปล่อย! ในเมื่อคุณทำให้ผมเป็นบ้ามามากพอแล้ว พิศา... คุณต้องชดใช้” ปกรณ์ไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาบดขยี้กลีบปากนุ่มทันที ความดุดันปะปนกับความโหยหาและร้าวรานถูกถ่ายทอดผ่านรสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนจนแทบขาดใจ พิมพ์พิศาพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีไหล่หนาเพื่อระบายความอัดอั้น แต่เรียวแรงของเธอกลับพ่ายแพ้ต่อพันธนาการแห่งอารมณ์ที่เขาโถมเข้าใส่ มือหนาเลื่อนลงโอบกระชับเอวคอดกิ่ว รั้งร่างอรชรให้แนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ปลายลิ้นร้อนล้ำล่วง ล้ำเข้าตักตวงความหวานที่เขาโหยหามาแรมปี รสจูบที่เปลี่ยนจากความป่าเถื่อนกลายเป็นความลึกซึ้งวาบหวามจนร่างบางเริ่มอ่อนระทวย ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบ เสียงครางประท้วงในลำคอของพิมพ์พิศาถูกกลืนหายไปในความเร่าร้อนที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ เสื้อสูทสีดำถูกปลดกระดุมออกอย่างไร้ความปรานี ผิวเนื้อเนียนนุ่มสัมผัสกับไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเปลือยเปล่า ความรู้สึกเจ็บปวดและโหยหาในอดีตผสมปนเปจนแยกไม่อציว่าสิ่งใดคือความแค้น สิ่งใดคือความปรารถนา ปกรณ์ซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ สร้างรอยรักสีแดงกุหลาบประทับตราความเป็นเจ้า เจ้าของบนเรือนร่างที่เขาเคยละเลย น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินออกจากหางตาของพิมพ์พิศา ไม่ใช่เพราะความเสียใจ... แต่เป็นความเจ็บปวดที่ตระหนักว่า ต่อให้เธอชนะในเกมธุรกิจ ต่อให้เธอเหยียบย่ำเขาจนจมดินได้สำเร็จ หัวใจของเธอก็ยังคงพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสของผู้ชายคนนี้อยู่ดี... ผู้ชายที่เป็นทั้งนรกและสวรรค์ในเวลาเดียวกัน เสียงหอบหายใจรัญจวนใจดังระงมไปทั่วห้องทำงานมืดทึบ มีเพียงแสงไฟจากตึกสูงด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาเป็นพยานในค่ำคืนแห่งการพ่ายแพ้และชัยชนะที่ไม่มีผู้ใดมีความสุขอย่างแท้จริง ทว่า... ในขณะที่อารมณ์รักและแรงแค้นกำลังหลอมรวมทั้งสองเข้าหากันจนถึงจุดสูงสุด เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่เปิดประตูพรวดเข้ามาโดยไม่รอให้ใครอนุญาต “แม่จ๋า... คุณลภัสบอกว่าเราต้องกลับบ้านแล้วนะ... เอ๊ะ! ทำไมคุณอาคนนั้นถึงมากอดแม่จ๋าแบบนั้นล่ะฮะ?” ปกรณ์ชะงักค้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล เขารีบผละออกจากร่างของอดีตภรรยาอย่างช้าๆ หันขวับไปมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกะพริบตาแป๋วอยู่ตรงหน้าประตู ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะโครงหน้าและริมฝีปากที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์ฉบับ... ปกรณ์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนเมื่อตระหนักถึงความจริงบางอย่างที่ถูกปิดตายมาตลอดสามปี! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%