เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังแข่งกับเสียงพัดลมระบายอากาศตัวใหญ่ในสำนักงานชั่วคราวกลางไซต์งาน
กำแพงน้ำแข็งทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก พังทลายลงมาไม่เป็นท่าในพริบตาเดียว!
ญาดายืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยชุดสูทเข้ารูปที่ยังไม่ได้เปลี่ยนตั้งแต่เลิกงาน สายตาดุดั่งนักล่ามองตรงไปยังร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับกองกระดาษแปลนโครงสร้าง บนโต๊ะทำงานรกเรื้อมีแก้วกาแฟสำเร็จรูปวางซ้อนกันอยู่สามใบ นั่นคือหลักฐานชั้นดีว่ากรวีร์ไม่ได้กลับบ้านและคงอดนอนติดต่อกันมาข้ามคืนแล้ว กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาแบบ *Intellectualization* หรือการใช้เหตุผลและความรู้มากลบเกลื่อนความรู้สึก กำลังทำงานอย่างหนักหน่วงจนน่าเวทนาในสายตาของนักจิตวิทยาเช่นเธอ
"ถ้าคุณยังใช้กาแฟแทนข้าว อาคารหลังนี้คงพังลงมาทับคนตายไม่ใช่เพราะโครงสร้างวิศวกรรม แต่เป็นเพราะสถาปนิกหัวรั้นขาดสารอาหารเสียก่อนค่ะคุณกรวีร์"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบยามเที่ยงคืน กรวีร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะชะงักมือที่กำลังถือปากกาเคมี เขารีบหันขวับมามองผู้บุกรุกยามวิกาล แววตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนตกใจอย่างปิดไม่มิด
"คุณเข้ามาได้ยังไง ดร.ญาดา? นี่มันตีหนึ่งกว่าแล้ว ไซต์งานไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะเดินเล่นตอนไหนก็ได้" กรวีร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดเพื่อสร้างอาณาเขตป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ ปากหนาเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างดื้อดึง
ญาดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย กลับก้าวเท้าเข้ามาในห้องแคบๆ นั้นทีละก้าวอย่างมั่นคง ส้นสูงกระทบกับพื้นปูนซีเมนต์เกิดเสียงดังสะท้อนก้อง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอลอยปะปนกับกลิ่นฝุ่นและกระดาษเก่าในห้องทำงานชั่วคราว ทำให้บรรยากาศที่เคยตึงเครียดเปลี่ยนเป็นความกดดันอีกรูปแบบหนึ่งที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง
"สนามเด็กเล่นเหรอคะ? หึ... ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ที่นี่คนเดียวในสภาพศพเดินได้แบบนี้ แปลนนี้คุณแก้ไปรอบที่สี่แล้วนะคะ มันไม่มีทางพังลงมาหรอกถ้าคุณยอมรับความจริงว่าสัดส่วนที่ฉันเสนอไปมันรองรับแรงกดทับได้ดีกว่าอีโก้ของคุณ!"
"คุณไม่เข้าใจหรอก ดา..." กรวีร์หลุดปากเรียกชื่อเล่นของเธอด้วยความเผลอตัว น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงเสี้ยววินาที ดวงตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ ความเหนื่อยล้าทำให้เกราะป้องกันของเขาพังทลายลงอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดไว้ "ทุกเส้นที่ผมลาก ทุกคำนวณที่ผมทำ มันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่มันคือ... ความรับผิดชอบที่ผมแบกไว้คนเดียว"
ญาดาสัมผัสได้ถึงรอยร้าวในน้ำเสียงนั้นทันที ในฐานะนักจิตวิทยา เธอย่อมมองทะลุปรุโปร่งว่าภายใต้ท่าทีปากร้ายและเย่อหยิ่งของสถาปนิกหนุ่มผู้นี้ ซ่อนปมความสมบูรณ์แบบ (Perfectionism) ที่เกิดจากความกลัวการสูญเสียไว้ลึกแค่ไหน
เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนระยะห่างแทบไม่เหลือ กรวีร์ผะถอยหลังเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกระดานติดแปลนพิมพ์เขียว ญาดายื่นมือเรียวไปแตะที่ขอบโต๊ะทำงาน กักตัวเขาไว้กลายๆ ด้วยท่าทีที่เหนือกว่า แต่ดวงตาคู่สวยกลับฉายแววอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณกำลังใช้การทำงานหนักเป็นการลงโทษตัวเองเรื่องอะไรคะ กรวีร์?" ญาดาเอ่ยถามเสียงนุ่มแต่เฉียบคม บาดลึกเข้าไปถึงจิตใต้สำนึกของเขา "เพราะเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนเหรอ? เพราะตึกที่คุณออกแบบแล้วมันเกิดรอยร้าว คุณเลยคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์มีความสุข หรือไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะพักผ่อน?"
ร่างสูงชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความลับที่เขาฝังกลบไว้ใต้กองงานและท่าทีเย็นชา ถูกเธอยกขึ้นมาวางแผ่หลาต่อหน้าต่อตาอย่างง่ายดายราวกับอ่านหนังสือเล่มโปรด ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกโล่งใจประหลาดก็ถาโถมเข้ามาจนจุกที่คอหอย
"คุณ... รู้ได้ยังไง" กรวีร์เค้นเสียงถาม ร-ิมฝีปากหยักสั่นเทาเล็กน้อย เขาพยายามจะเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นที่มองทะลุทะลวงเข้ามาถึงวิญญาณ แต่ญาดากลับใช้มืออีกข้างเชยคางของเขาให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ
"นักจิตวิทยาไม่ได้มีไว้แค่ฟังคนบ่นหรอกนะคะ แต่เรามีไว้เพื่อมองเห็นความเปราะบางที่พวกคุณพยายามซ่อนไว้หลังความแข็งกระด้างต่างหาก" ญาดาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกัน ความใกล้ชิดนี้ทำให้หัวใจของกรวีร์เต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความซึนเดระที่เคยมีละลายหายไปกับอากาศยามค่ำคืน เหลือเพียงความโหยหาที่ถูกกักเก็บมานาน
กรวีร์จ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดจาเชือดเฉือนแต่แฝงความห่วงใยนั้น สัญชาตญาณดิบเถื่อนบางอย่างที่ถูกกดทับไว้ด้วยจรรยาบรรณและมาดของสถาปนิกหนุ่มกำลังร้องเรียกหาการปลดปล่อย มือหนาที่เคยถือปากกาเปลี่ยนเป็นเอื้อมไปคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ แรงดึงนั้นทำให้ร่างของญาดาแนบชิดกับอกแกร่งอย่างไร้รอยต่อ
"คุณนี่มัน... ปากเก่งชะมัด ดร.ญาดา" กรวีร์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าด้วยแรงอารมณ์ "รู้ไหมว่าการที่คุณมายืนยันความจริงใส่หน้าผมแบบนี้ มันทำให้ผมอยากทำลายกำแพงบ้าๆ นี่ทิ้งให้หมดซะเดี๋ยวนี้"
"ถ้ากล้าพอก็ลองดูสคะ..." ญาดาท้าทายกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก แม้หัวใจจะเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ เธอยังคงรักษาฟอร์มของนักจิตวิทยาปากกล้าไว้จนวินาทีสุดท้าย
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหากันเพื่อปิดกั้นคำพูดทุกอย่างด้วยสัมผัสที่รอคอย...
*แอ๊ด... ปัง!*
เสียงประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโهاกฮากของเพื่อนสนิทตัวดีที่ดังลั่นทะลุความเงียบ
"ไอ้กร! กูซื้อข้าวมาฝาก... เฮ้ย! กูไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมวะเนี่ย!"
ภาคินยืนค้างเติ่งอยู่ตรงประตู ถือถุงกระดาษบรรจุบะหมี่เกี๊ยวสองถุงในมือ ตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นภาพสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งกำลังโอบเอวและกักตัวด็อกเตอร์สาวคนสวยไว้แนบชิดติดโต๊ะทำงาน
ญาดาสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกกรวีร์ให้ออกห่างทันที ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอายจนลามไปถึงใบหู ขณะที่กรวีร์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย พร้อมกับจ้องเขม็งไปยังเพื่อนสนิทที่เข้ามาขัดจังหวะชีวิตได้อย่างเหมาะเจาะไร้ที่ติ
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแสบและหวานซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ
สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 11
การเผชิญหน้ายามวิกาล
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!