กลิ่นฉุนของปูนซีเมนต์ผสมกับฝุ่นผงจากการเจาะคอนกรีต ไม่ได้ทำให้บรรยากาศบนชั้นสิบห้าของอาคารพาณิชย์ที่กำลังรีโนเวทนี้น่าอึดอัดเท่ากับ ‘ระยะห่าง’ ระหว่างคนสองคน
“ถ้าคุณยังเอาแต่กอดอกยืนจ้องแบบนั้น ฉันเกรงว่าโครงสร้างคานรับน้ำหนักตรงนี้คงจะทรุดตัวลงก่อนที่วิศวกรจะตรวจรับงานเสียอีกนะคะ, ดร.ญาดา”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าแหย่เล็กๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงสะกิดเบาๆ ที่ข้อศอก ญาดา สะดุ้งเล็กน้อย เธอหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับสถาปนิกหนุ่มไฟแรงทันที กรวีร์ยืนอยู่ใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน หากเธอขยับเข้าไปอีกเพียงนิดเดียว พื้นที่ระหว่างพวกเขาก็คงไม่เหลือช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน
หญิงสาวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาทำงานทันทีเพื่อรักษาอาณาเขตทางกายภาพ เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตาดุดันที่ฝึกมาเป็นอย่างดีให้คนตรงหน้า “ฉันแค่กำลังประเมินพฤติกรรมมนุษย์ค่ะคุณกรวีร์ การยืนสังเกตการณ์ในระยะประชิดแบบนี้ ไม่ได้ช่วยให้ฉันทำงานจิตวิทยาองค์กรได้ดีขึ้นหรอกนะคะ ตรงกันข้าม... มันรบกวนสมาธิฉันมากกว่า”
“รบกวนสมาธิ?” กรวีร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหนายกยิ้มร้ายกาจอย่างที่ชอบทำเวลาต้อนเธอจนมุม เขายกมือขึ้นกอดอกบ้าง ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นกรอบบางกวาดมองสำรวจเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่วิเคราะห์ลึกซึ้งเกินกว่าเรื่องงาน “ทางจิตวิทยาเขาเรียกอาการนี้ว่าอะไรล่ะครับ? เมื่อคุณรู้สึกว่าถูกคุกคามพื้นที่ส่วนตัวจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ... หรือจริงๆ แล้ว คุณแค่กลัวว่าตัวเองจะแพ้ทางผมกันแน่?”
*ผู้ชายคนนี้... ปากดีเป็นเลิศจริงๆ* ญาดากัดฟันกรอดในใจ
ในทางจิตวิทยาแล้ว กรวีร์จัดอยู่ในกลุ่มบุคคลที่มีกลไกการป้องกันตัวแบบ Intellectualization อย่างสมบูรณ์แบบ เขามักจะใช้เหตุผล ตรรกะ ความรู้ทางสถาปัตยกรรม และคำพูดเฉือดเฉือนมาเป็นเกราะกำบังความรู้สึกที่แท้จริงข้างใน ยิ่งเขาแสดงออกว่ากวนประสาทและห่างเหินมากเท่าไร นั่นยิ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าพื้นที่ปลอดภัยในใจของเขาถูกเธorุกล้ำเข้าไปทุกทีแล้ว
แต่ปัญหาคือ... เธอก็เริ่มจะควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองไม่ค่อยได้แล้วเหมือนกัน
ความใกล้ชิดตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาในการควบคุมไซต์งานร่วมกัน ไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดลดลงเลย กลับกัน มันเหมือนเชื้อเพลิงที่ค่อยๆ เผาไหม้ความอดทนของทั้งคู่ให้มอดลงทีละนิด ทุกครั้งที่สายตาประสานกัน มันมีกระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นพล่านอยู่กลางอากาศ เป็นสนามอารมณ์ที่ร้อนแรง ยั่วยวน และอันตรายต่อหัวใจอย่างยิ่งยวด
“ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งสิ้นค่ะ” ญาดาก้าวเข้าไปประชิดเขาอีกครั้งอย่างท้าทาย เธอจ้องลึกลงไปในดวงตาสีนิลของเขาเพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น “คนที่ควรระวังตัวไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคุณต่างหาก... ที่เอาแต่สร้างกำแพงหนาเตอะ ปิดตายทุกช่องทางเข้าออก แล้วก็ทำตัวเป็นสถาปนิกปากแข็งที่วันๆ เอาแต่หาเรื่องนักจิตวิทยาเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่าง”
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งลงทันที เสียงเครื่องมือช่างชั้นล่างเงียบหายไปในความรับรู้ รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของกรวีร์เลือนหายไปช้าๆ แววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาคมกริบและดุดันยิ่งกว่าเดิม
มือหนาที่เคยพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นจนถึงข้อศอก ขยับเข้ามาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้เบาๆ ไม่แน่นจนเจ็บ แต่เพียงพอที่จะทำให้เธอหนีไปไหนไม่ได้
“คุณอ่านคนเก่งเสมอเลยนะ, ญาดา” เสียงของเขานุ่มนวลขึ้นจนน่าใจหาย ความเย้าแหย่หายไป เหลือเพียงความจริงจังที่สั่นสะท้อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ “คุณบอกว่าผมสร้างกำแพง... แล้วรู้ไหมครับว่าทำไมผมถึงต้องสร้างมันขึ้นมา?”
ญาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความใกล้ชิดนี้มันใกล้เกินไป รอรินทร์สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า เธอไม่ได้ดึงมือกลับ เธอแค่นิ่งงัน รอฟังคำตอบที่เขากลั้นใจซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากร้ายมานาน
“เพราะถ้าผมไม่สร้างกำแพง...” กรวีร์ก้มหน้าลงมา กระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนขนลุกชันไปทั้งร่าง “ผมกลัวว่าตัวเองจะพังทลายลงต่อหน้าคุณ... ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราสบตากันแล้วล่ะครับ”
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกัน ทำให้หัวใจของนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมมนุษย์หยุดเต้นไปสามวินาทีเต็ม สมองที่เคยประมวลผลทฤษฎีทางจิตวิทยาได้อย่างรวดเร็ว กลับว่างเปล่าขาวโพลนอย่างไร้เหตุผล เธอนิ่งอึ้ง เบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึงกับความคลั่งรักแบบเงียบๆ ที่ระเบิดออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของคนปากแข็ง
กรวีร์ยิ้มมุมปากอีกครั้งเมื่อเห็นเธอนิ่งอึ้งไป เขาค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ริมฝีปากของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน ญาดาหลับตาลงโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ร่างกายร้อนผ่าวราวกับถูกไฟล้อมรอบ เธอเตรียมพร้อมรับสัมผัสที่รอคอยมานาน...
*กึก! เคร้ง!*
เสียงโลหะหล่นกระแทกพื้นคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนโกลาหลจากโถงทางเดินด้านนอก
“เฮ้ย! ทางนี้มีปัญหา! ท่อประปาหลักชั้นบนรั่ว น้ำทะลักลงมาถึงชั้นนี้แล้วโว้ย!”
เสียงตะโกนของภาคิน วิศวกรเพื่อนสนิทตัวแสบ ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังจะสุกงอมในเสี้ยววินาทีสำคัญ กรวีร์สบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย เขารีบผละตัวออกห่างจากญาดาก้าวหนึ่งด้วยความเสียดายอย่างยิ่งยวด ขณะที่ญาดาสูดหายใจเข้าลึก 3 ครั้งเพื่อดึงสติที่กระเจิงกลับเข้าร่าง พร้อมกับยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว
ทว่า... ก่อนที่ทั้งคู่จะได้หันไปจัดการกับสถานการณ์น้ำรั่วตรงหน้า ภาคินก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องพร้อมกับกระดาษแปลนพิมพ์เขียวในมือ
“ไอ้กร! แย่แล้ว... เอ๊ะ... เดี๋ยวนะ” ภาคินชะงักฝีเท้าทันทีเมื่อกวาดตามองหน้าเพื่อนสนิทสถาปนิกที่หูแดงก่ำ กับนักจิตวิทยาคนสวยที่กำลังยืนจัดเส้นผมอย่างลุกลี้ลุกลนพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด
วิศวกรหนุ่มกะพริบตาปริบๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที “โอ๊ะ... กูมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย? ทำไมหน้าพวกมึงสองคนถึงแดงเหมือนลูกตำลึงสุกขนาดนั้นวะ?”
กรวีร์ส่งสายตาดุเหี้ยมระดับล้านไปให้เพื่อนสนิททันที พร้อมกับเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความเคืองจัด “มึงอยากตายคาไซต์งานนี้ใช่ไหม, ภาคิน?”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 13
ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของหัวใจ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!