"อาจารย์เซเลสเต้ครับ... ถ้าผมบอกว่าคืนนี้ผมไม่ได้อยากคุยเรื่องรูนโบราณ อาจารย์จะโกรธผมไหมครับ?"
คำถามของผมดังขึ้นท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลงแผ่วเบาจากเครื่องดนตรีเวทมนตร์ภายในโถงจัดเลี้ยงของสถาบัน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมูนไลท์ลิลลี่ที่ประดับอยู่ตามผนังหินอ่อนดูจะกลบกลิ่นอายของตำราเวทที่มักติดตัวอาจารย์สาวอยู่เป็นนิจ เซเลสเต้ที่กำลังถือแก้วไวน์ผลไม้สีอำพันชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเงินคู่นั้นที่เคยเย็นชาดั่งยอดเขาน้ำแข็งยามนี้กลับมีความไหวระริกราวกับผิวน้ำที่ถูกหยดน้ำค้างกระแทก
"คิล... เธอเริ่มจะเสียมารยาทกับอาจารย์ของตัวเองเกินไปแล้วนะ" เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากทว่าแววตาที่หลบวูบไปทางอื่นกลับฟ้องความรู้สึกที่แท้จริง
ผมขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ในระยะที่สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากชุดราตรีผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ขับผิวขาวผ่องของเธอให้ดูโดดเด่นท่ามกลางแสงเทียนสลัว สถาบันเวทมนตร์ที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสงครามและภารกิจกู้โลก ยามนี้เหลือเพียงฉากหลังของงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ ผู้คนรอบข้างกำลังสนุกสนานกับการร่ายรำ แต่สำหรับผม โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหมุนลงตรงหน้านี้เอง
"ผมไม่ได้เสียมารยาทครับ" ผมเอ่ยอย่างหนักแน่น พร้อมกับวางมือลงบนขอบโต๊ะใกล้ๆ เธอ "ผมแค่กำลังทำตามหัวใจตัวเอง ในฐานะชายคนหนึ่งที่ไม่ได้มองว่าคุณเป็นเพียงอาจารย์... แต่เป็นผู้หญิงที่ผมอยากปกป้องมากที่สุดในชีวิต"
เซเลสเต้วางแก้วในมือลงเสียงเบาหวิว ความเงียบงันก่อตัวขึ้นรอบตัวเราแม้ว่ารอบข้างจะจอแจเพียงใด เธอหันมาสบตากับผมโดยตรง สีหน้าของเธออ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ริมฝีปากสีระเรื่อเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆ ที่สั่นสะเทือนหัวใจผม
"เธอนี่มัน... ช่างเจ้าเล่ห์นักนะคิล" เธอพึมพำ น้ำเสียงแฝงความเหนื่อยหน่ายแต่เปี่ยมด้วยความเอ็นดู "รู้ทั้งรู้ว่าฉันไม่เคยมีเหตุผลเพียงพอที่จะปฏิเสธเธอได้เลย... แม้แต่เรื่องที่ฉันตั้งใจจะเก็บเป็นความลับไปตลอดกาลก็ตาม"
มือเรียวบางของเธอเอื้อมมาแตะที่หน้าอกซ้ายของผม ตรงตำแหน่งที่หัวใจกำลังเต้นเป็นจังหวะรัวเร็ว ความเย็นจากปลายนิ้วเธอตัดกับความร้อนผ่าวในตัวผมได้อย่างน่าประหลาด ในวินาทีนั้น ระบบแจ้งเตือนที่เงียบงันไปนานในหัวของผมกลับสั่นระริก
[แจ้งเตือนจากระบบ: ความสัมพันธ์ระดับ 'พันธมิตร' กำลังเปลี่ยนผ่าน... ตรวจพบค่าความผูกพันถึงจุดวิกฤต!]
ผมกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าเดิม แต่แล้วบรรยากาศที่แสนหวานชื่นก็ถูกตัดขาดด้วยแรงกดดันมหาศาลที่จู่โจมเข้ามาจากภายนอกโถงจัดเลี้ยง แสงสว่างจากโคมไฟเวทมนตร์เริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็นสีม่วงหม่นที่น่าสะพรึงกลัว เหล่านักเรียนและอาจารย์คนอื่นๆ เริ่มหยุดนิ่งราวกับถูกสาปให้กลายเป็นรูปปั้น
เซเลสเต้เปลี่ยนสีหน้าทันที เธอคว้าข้อมือผมไว้แน่น แรงบีบนั้นแรงจนผมรู้สึกได้ถึงความวิตกกังวลที่ซ่อนอยู่ภายใน
"คิล! ออกไปจากที่นี่ซะ!" เธอตะโกน น้ำเสียงนั้นไม่ใช่คำสั่งของอาจารย์ แต่เป็นเสียงร้องเตือนจากคนที่รัก
ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะตั้งตัว พลังงานรูนโบราณมหาศาลก็ระเบิดออกที่ใจกลางห้องโถง ผืนพรมแดงเพลิงฉีกขาดเป็นชิ้นๆ เสียงกัมปนาทดังสนั่นจนกระจกหน้าต่างแตกละเอียด ท่ามกลางเศษฝุ่นและกลุ่มควัน ร่างเงาสูงตระหง่านร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น มันก้าวข้ามผ่านเขตแดนป้องกันของสถาบันเข้ามาอย่างง่ายดายราวกับเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ดวงตาของเงามืดนั้นจ้องมองมาที่ผม... และสิ่งที่อยู่ในมือของมันคือไอเทมที่ผมเพิ่งค้นพบจากวิหารลับในบทก่อนหน้านี้
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้น! ศัตรูที่ถูกลืมจากยุคบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... ข้อมูลระบุตัวตน: อดีตจอมมารผู้ไร้ชื่อ!]
"ในที่สุด... ข้าก็หาเจ้าพบเสียที กุญแจดอกสุดท้ายของหอคอยแห่งกาลเวลา" เสียงแหบพร่าดั่งภูเขาถล่มดังขึ้น พร้อมกับความมืดมิดที่เริ่มกลืนกินแสงเทียนทุกเล่มในห้อง
ผมกุมมือเซเลสเต้ไว้แน่น รู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่งานเลี้ยงฉลองธรรมดา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบททดสอบที่อันตรายที่สุดในชีวิตของผมและเธอ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างผมและคิลมาจนถึงวินาทีสำคัญนี้นะครับ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์สัญญาว่าจะนำพาบทสรุปอันตราตรึงมาให้ทุกท่านในตอนหน้าครับ!
สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม•ตอนที่ 29
งานเลี้ยงฉลองและความในใจ
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!