“พี่พริ้มคะ... คือว่า... หนูทำชีทวิชาอารยธรรมตะวันตกหายไปน่ะค่ะ”
คำโกหกถูกพ่นออกไปพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองชุด มินอายืนนิ่งอยู่กลางห้องสมุดคณะอักษรฯ ที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงกระดาษพลิกไหวจากโต๊ะตัวไกล เธอจ้องมองแผ่นหลังของรุ่นพี่ปีสี่ที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะมุมห้อง กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งเด็กผสมกลิ่นหนังสือเก่าอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่พริ้มลอยมาแตะจมูก ทำให้มือที่กำสายกระเป๋าเป้แน่นเริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ
พริ้มค่อยๆ วางปากกาหมึกซึมในมือลง เธอยังไม่หันกลับมาทันที แต่หยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบา เสียงนั้นไม่ได้แสดงความรำคาญ แต่มันมีความเหนื่อยล้าเจือปนอยู่จนมินอาใจกระตุก
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่เหรอคะ มินอา”
น้ำเสียงเรียบเฉยเย็นชาเหมือนน้ำแข็งที่เคลือบด้วยความใจดีบางๆ ดังขึ้น พริ้มหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับรุ่นน้องคนใหม่ แววตาของเธอคมกริบแต่ทว่ากลับมีร่องรอยของความโศกเศร้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆ มินอาเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมทำหน้าที่ได้ดีเกินไปจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ก็... ก็พี่เป็นคนเดียวที่เรียนวิชานี้ได้เกรด A คนเดียวในเซกฯ นี่คะ” มินอาแกล้งก้มหน้าหลบสายตา ทำท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนลูกกระต่ายที่หลงทาง “หนูไม่ได้อยากรบกวนเลยค่ะ แต่ว่า... พรุ่งนี้ต้องส่งงานอาจารย์แล้ว ถ้าไม่มีชีทสรุปของพี่ หนูคง... คงต้องดรอปวิชานี้แน่ๆ”
พริ้มมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านยาก เธอไล่สายตาสำรวจตั้งแต่เรือนผมยุ่งๆ ของรุ่นน้องไปจนถึงปลายนิ้วที่บิดไปมาด้วยความประหม่า สำหรับคนอื่นพริ้มอาจจะเป็นนางพญาที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แต่สำหรับมินอาที่คอยวนเวียนอยู่รอบตัวเธอมาตลอดสามเดือน สิ่งที่พริ้มเห็นไม่ใช่แค่ความซุ่มซ่าม แต่มันคือความพยายามที่น่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
“สรุปว่าเธอไม่ได้ทำหายจริงๆ ใช่ไหม” พริ้มถามพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เป็นการรุกไล่ที่เงียบเชียบแต่ทำให้มินอาถึงกับชะงัก
มินอาเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ดุจดั่งทะเลลึกคู่นั้น ความจริงในใจเกือบจะหลุดปากออกไปแล้วหากเธอไม่บังคับตัวเองไว้ “หนู... หนูแค่”
“นั่งลงสิ” พริ้มขัดขึ้นพลางพยักหน้าไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “ถ้าจะโกหกก็ช่วยทำให้เนียนกว่านี้หน่อย มินอา”
มินอาหย่อนตัวลงนั่งอย่างว่าง่าย กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวรุ่นพี่ชัดเจนขึ้นจนเธอแทบจะลืมหายใจ พริ้มเลื่อนปึกกระดาษที่จดบันทึกด้วยลายมือบรรจงสวยงามมาไว้ตรงหน้า นิ้วเรียวยาวของรุ่นพี่แตะขอบกระดาษไว้ครู่หนึ่งก่อนจะปล่อยให้มินอาคว้าไปถือไว้
“ขอบคุณค่ะพี่พริ้ม... พี่ใจดีที่สุดเลย” มินอาหน้าบานเป็นจานเชิง ความดีใจปิดไม่มิดจนลืมรักษาภาพลักษณ์เด็กปีหนึ่งผู้น่าสงสารไปชั่วขณะ
“อย่าเพิ่งดีใจไป” พริ้มเท้าคางมองด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้น “พี่ให้ยืมเพราะเห็นว่าเธอตั้งใจเรียน ไม่ใช่เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องตลก และถ้าคราวหน้าเธอมาหาพี่ด้วยเหตุผลเดิมอีก... พี่จะไม่ใจดีเหมือนวันนี้”
คำพูดนั้นไม่ได้ฟังดูโกรธ แต่มันแฝงไปด้วยความหมายที่มินอาสัมผัสได้ถึง 'กำแพง' ที่พี่พริ้มสร้างไว้ปกป้องตัวเองจากโลกภายนอก ทุกครั้งที่พวกเธอใกล้ชิดกัน มินอาจะรู้สึกได้เสมอว่าภายในใจของรุ่นพี่คนนี้เหมือนมีห้องลับที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไป และนั่นยิ่งกระตุ้นให้เธอกระหายอยากจะรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงที่เพียบพร้อมคนนี้ดูเปราะบางได้ขนาดนั้น
พริ้มก้มลงอ่านหนังสือต่อโดยไม่สนใจจะคุยอะไรอีก มินอากลั้นใจเปิดชีทในมือ พลางแอบสังเกตพริ้มเป็นระยะ กระดาษในมือของเธอมีรอยจดหมายเหตุบางอย่างที่น่าสนใจ มันไม่ใช่แค่เนื้อหาการเรียน แต่มีข้อความสั้นๆ เขียนขอบกระดาษไว้ว่า *'ทำเพื่อความคาดหวังของคนอื่น... หรือเพื่อตัวเอง'*
มินอานิ่งไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นที่จะได้ใกล้ชิดรุ่นพี่ แต่เพราะความรู้สึกห่วงใยที่เริ่มก่อตัวขึ้น เธอแอบวางชีทลงแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนกลิ่นหอมประจำตัวของพริ้มโอบล้อมรอบกายของเธอไว้
“พี่พริ้มคะ... ข้อความที่เขียนข้างๆ ชีทนี่ พี่หมายถึงอะไรเหรอคะ”
พริ้มชะงักกึกทันที เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา แต่แรงบีบจากปากกาที่เธอกำไว้จนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคำถามของมินอาไปแตะโดน 'บาดแผล' ที่ไม่ควรแตะเข้าอย่างจัง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องสมุด มินอาหันไปมองตามสัญชาตญาณ เห็นร่างสูงของอาจารย์คณะอักษรฯ ที่พริ้มดูจะหวาดกลัวนักหนากำลังเดินตรงมาทางนี้ พร้อมกับสีหน้าที่ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
“พริ้ม... พ่อของเธอโทรหาครู” อาจารย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำ “เขาบอกว่าเธอไม่ได้กลับบ้านมาสองวันแล้ว... และตอนนี้เขากำลังมาที่คณะ”
พริ้มหน้าซีดเผือดลงในทันที เธอลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้น เสียงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงัน มินอารีบคว้าข้อมือพริ้มไว้โดยอัตโนมัติ สัมผัสจากผิวเย็นเฉียบของรุ่นพี่ทำให้มินอาตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องการเรียนอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความลับบางอย่างที่กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าเธอ
“พี่พริ้ม... เกิดอะไรขึ้นคะ?” มินอาถามเสียงสั่น แต่พริ้มกลับสะบัดมือออกด้วยแววตาที่สั่นระริก
“อย่ามายุ่งกับเรื่องของฉัน... มินอา”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับจุดเริ่มต้นที่แสนสับสนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กลิ่นลิลลี่สีขาว
บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 1
จุดเริ่มต้นที่ชีทหาย
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!