บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 42

คำขอโทษจากหัวใจ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"พี่พริ้มคะ... เลิกทำหน้าเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงมาเสียทีได้ไหมคะ?" น้ำเสียงของมินอาสั่นพร่าเล็กน้อย แต่กลับหนักแน่นพอที่จะแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องพักส่วนตัวของรุ่นพี่สาวที่เต็มไปด้วยกองเอกสารวิทยานิพนธ์และกลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าๆ พี่พริ้มไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เธอเพียงแค่ชะงักปลายปากกาที่กำลังจรดลงบนกระดาษ ไหล่ที่เคยตั้งตรงอย่างสง่างามสั่นไหวน้อยๆ ราวกับพยายามกักเก็บพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอยู่ภายใน มินอาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวรุ่นพี่ที่มักจะทำให้เธอใจสั่นเสมอในยามปกติ วันนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกลิ่นดอกไม้ที่กำลังจะร่วงโรยจากการถูกแช่แข็ง "เธอไม่เข้าใจหรอก มินอา" พี่พริ้มเอ่ยขึ้นในที่สุด เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นชาจนใจคนฟังร้าวราน "ครอบครัวฉัน... ความคาดหวังที่เขายัดเยียดให้... มันไม่มีที่ว่างสำหรับคำว่า 'ความสุข' ที่เธอพยายามมอบให้ฉันหรอกนะ ออกไปเถอะ ก่อนที่ฉันจะทำลายความสดใสของเธอไปด้วย" มินอาไม่ได้ถอยหนีเหมือนทุกครั้ง ตรงกันข้าม เธอวางสมุดบันทึกเล่มโปรดลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของรุ่นพี่เอาไว้ มือของมินอาอุ่นซ่านและสั่นเทา แต่มันกลับเป็นจุดยึดเหนี่ยวเดียวที่ทำให้พี่พริ้มไม่แตกสลายไปมากกว่านี้ "ถ้าความสดใสของหนูคือการต้องแลกด้วยการที่พี่ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่พี่ไม่ได้เลือก... หนูยอมทำลายมันทิ้งเสียดีกว่าค่ะ" มินอาสูดลมหายใจเข้าลึก จ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่วันนี้ดูหม่นแสงลงจนน่าใจหาย "ตลอดสี่ปีที่พี่ใช้ชีวิตเหมือนหุ่นยนต์เพื่อครอบครัว พี่เคยถามตัวเองบ้างไหมคะว่าพี่เหนื่อยแค่ไหน? และที่สำคัญกว่านั้น... พี่เคยนึกถึงวันที่หนูเฝ้ามองพี่จากมุมมืดๆ ในห้องสมุด แล้วคอยขอยืมชีทพี่เพียงเพราะอยากหาข้ออ้างเข้าใกล้พี่บ้างไหม?" พี่พริ้มเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อมไหว บัดนี้กลับคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามกลั้นเอาไว้ "ทำไมถึงต้องเป็นฉัน... ทำไมต้องเป็นคนที่พังทลายอย่างฉันด้วย" "เพราะพี่ไม่ใช่คนที่พังทลายค่ะ" มินอาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหู น้ำเสียงอ่อนหวานแต่เด็ดขาด "พี่เป็นแค่คนที่โดนขังอยู่ในกรงทอง และหนูก็มาที่นี่เพื่อไขกุญแจดอกนั้น... ขอบคุณนะคะ ที่ยอมให้อ่อนแอต่อหน้าหนู ขอบคุณที่เชื่อใจกันจนยอมให้หนูเห็นแผลเป็นในใจเหล่านี้ และที่สำคัญที่สุด... ขอบคุณที่ยังเลือกจะอยู่เคียงข้างหนู แม้ในวันที่พี่อยากจะผลักไสทุกคนออกไป" มินอาค่อยๆ เช็ดน้ำตาที่หยดลงบนแก้มเนียนใสของรุ่นพี่ พลางบรรจงจุมพิตลงบนหลังมือของคนตรงหน้าอย่างทะนุถนอม บรรยากาศในห้องที่เคยตึงเครียดพลันอ่อนหวานลงอย่างประหลาด ความอึดอัดที่เคยเป็นกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเธอกำลังพังทลายลงอย่างช้าๆ พี่พริ้มหลับตาลงรับสัมผัสแผ่วเบานั้น ปล่อยให้ความอบอุ่นของเด็กสาวรุ่นน้องแทรกซึมเข้าไปในซอกหลืบที่มืดมิดที่สุดของหัวใจ "มินอา... ถ้าหากวันหนึ่งฉันไม่มีอะไรเหลือเลย แม้แต่ชื่อเสียงหรือความคาดหวังของพ่อแม่... เธอยังจะมองฉันด้วยสายตาแบบนี้อยู่ไหม?" พี่พริ้มถาม เสียงกระซิบนั้นแฝงไปด้วยความกลัวและความหวังที่ปนเปกัน "หนูไม่ได้มองที่ชื่อเสียงของพี่พริ้มค่ะ" มินอาตอบ พร้อมรอยยิ้มที่สดใสที่สุดเท่าที่เธอเคยมี "หนูมองเห็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบทำหน้าดุใส่เวลาหนูไปรบกวนขอเลกเชอร์ แต่ลึกๆ แล้วกลับใจดีจนยอมเขียนคำอธิบายเพิ่มเติมตัวเล็กๆ ไว้ให้ในหน้าสุดท้ายเสมอ... พี่เป็นแค่พี่พริ้มของหนู และนั่นก็เพียงพอแล้วค่ะ" คำสารภาพนั้นทำให้หัวใจของพี่พริ้มเต้นผิดจังหวะ ราวกับจดหมายรักที่ซ่อนไว้ในชีทเรียนถูกเปิดอ่านอย่างช้าๆ จนหมดสิ้นความลับ พี่พริ้มขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นนั้นด้วยความโหยหา มือเรียวสวยเอื้อมไปสางผมของมินอาเบาๆ สัมผัสที่เต็มไปด้วยความรักและความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ กลับค่อยๆ ถักทอเข้าหากันอย่างแน่นแฟ้นในค่ำคืนที่เงียบงันนี้ ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่ความหวานล้ำ เสียงเคาะประตูห้องอย่างรุนแรงก็ดังขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนที่คุ้นเคยที่ลอดเข้ามา "พริ้ม! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอยังไม่เปลี่ยนใจเรื่องงานแต่งงานที่ฉันจัดไว้ให้!" พี่พริ้มสะดุ้งสุดตัว มือที่เคยจับมือมินอาอยู่นั้นปล่อยออกทันที ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนเห็นผี มินอาหันไปมองประตูห้องด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากความอ่อนหวานกลายเป็นความมุ่งมั่นที่น่ากลัว เสียงไขกุญแจดังขึ้นจากด้านนอกพร้อมกับเงาของร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับเข้ามา... พี่พริ้มคว้ามือมินอาไว้แน่น บีบจนปวดไปถึงกระดูกก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกของมินอาแทบหยุดหมุน "มินอา... วิ่งออกไปทางหน้าต่าง เดี๋ยวนี้! อย่าให้เขาเห็นว่าเธออยู่กับฉัน ไม่อย่างนั้น... ทั้งเธอและฉันจะไม่เหลือแม้แต่ทางเดินให้หายใจ!" มินอายังไม่ทันได้ตั้งตัว ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนบานพับแทบพังทลาย พร้อมกับสายตาคมกริบของชายผู้มีอำนาจล้นฟ้าที่กวาดมองเข้ามาในห้องราวกับนักล่าที่พบเหยื่อ ความสัมพันธ์ของพวกเธอไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป... และดูเหมือนว่า 'บททดสอบ' ที่แท้จริงของความรักครั้งนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ วินาทีนี้เอง! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางความรักของพี่พริ้มและมินอามาจนถึงตอนนี้ด้วยหัวใจนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%