ความเงียบงันภายในเรือนพักแรมของฮูหยินเอกราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างแข็งพันปี กลิ่นหอมของผงชาอวี้เฉินที่ลอยกรุ่นอยู่กลางห้องบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่ลอยแตะนาสิก สวี่ว่านชิงทรุดกายลงนั่งพับเพียบเรียบร้อยบนเบาะรองนั่งปักลายหงส์คู่เมฆา อาภรณ์ผ้าต่วนสีมรกตเข้มขับเน้นให้ใบหน้าที่ซีดขาวราดด้วยหยาดเหงื่อกาฬดูโปร่งใสราวกับกระเบื้องเคลือบเคลือบผิวบาง อาการเจ็บแปลบที่แล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเข้าสู่หัวใจดุจมีเข็มเหล็กร้อนนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงอวัยวะภายใน
พิษเจ็ดราตรีสลายวิญญาณ... นางจดจำตำรับยาพิษนี้ได้แม่นยำจากตำราแพทย์โบราณที่เคยศึกษาในห้องลับตระกูลสวี่ มันเป็นพิษไร้สีไร้กลิ่นที่ออกฤทธิ์อย่างเงียบเชียบ เมื่อเข้าสู่กระแสโลหิตจะกัดกร่อนเส้นลมปราณและหัวใจให้หยุดเต้นภายในชั่วก้านธูปเดียว มู่หรงหรูยิ่นช่างล้ำลึกและเหี้ยมเกรียมยิ่งนัก กล้าใช้ยาพิษจากแดนประจิมมาปลิดชีพฮูหยินเอกถึงในเรือนพำนัก
สวี่ว่านชิงกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นสมอง แต่นัยน์ตาคู่คมกลับปราศจากความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่สะท้อนอยู่ในความมืด นางรู้ดีว่าหากส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือในยามนี้ มีแต่จะเปิดช่องว่างให้คนของอนุภรรยามู่หรงเข้ามาเก็บกวาดและสร้างหลักฐานเท็จว่านางปลิดชีพตนเองด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
"คิดจะเอาชีวิตข้า... ฝันไปเถอะ"
เสียงกระซิบแหบพร่าเล็ดลอดไรฟัน มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปหยิบกล่องเข็มเงินฝังมรกตที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นลับของโต๊ะอักษรอย่างแม่นยำ เข็มเงินยาวสามนิ้วจำนวนเก้าเล่มถูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ สวี่ว่านชิงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่กำลังแผดเผาช่องอก นางใช้มือข้างหนึ่งกดลงบนจุดชีพจรสำคัญบริเวณไหปลาร้าและใต้ราวนมเพื่อสกัดกั้นไม่ให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจห้องบนโดยเร็ว
นี่คือวิชาฝังเข็มย้อนกระแสโลหิตที่สูญหายไปจากยุทธภพ การใช้เข็มเงินแทงทะลุจุดชีพจรเพื่อบังคับให้เลือดดำขับพิษออกมาทางปลายนิ้ว เป็นวิธีที่เดิมพันด้วยชีวิต เพราะหากคำนวณตำแหน่งผิดพลาดแม้แต่ชุ่นเดียว เส้นโลหิตใหญ่ระเบิดออก นางจะต้องสิ้นใจตายทันทีอย่างไร้ทางช่วย
เล่มแรก... ปักลงที่จุดจงฝู่
ความเจ็บปวดรุนแรงราưถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางกระหม่อม สวี่ว่านชิงส่งเสียงครางต่ำในลำคอ เม็ดเหงื่อขนาดใหญ่ผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวเนียนจนเส้นผมเปียกลู่แนบแก้ม นางไม่ลังเลแม้แต่น้อย มือซ้ายหยิบเล่มที่สองและสามปักลงที่จุดเชวี่ยเผิงและจุดถานจงอย่างแม่นยำราวกับจับวาง การเคลื่อนไหวของนางเฉียบคมและเด็ดเดี่ยว แม้ร่างจะสั่นเทิ้มด้วยฤทธิ์พิษก็ตาม
เลือดสีดำคล้ำเริ่มซึมผ่านเนื้อผ้าบริเวณหน้าอกและหยดลงบนพรมปักลายดอกโบตั๋น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้อง สวี่ว่านชิงรู้ดีว่าเวลามีจำกัด เสียงฝีเท้าของบ่าวรับประทานที่เดินตรวจตราอยู่ด้านนอกเริ่มดังใกล้เข้ามาทุกที หากพวกมันผิดสังเกตและพังประตูเข้ามาในตอนนี้ ทุกสิ่งที่นางวางแผนตลบหลังศัตรูมาทั้งหมดจะพังทลายลงในพริบตาเดียว
เล่มสุดท้าย... เล่มที่เก้า ปักลงกลางจุดไป่ฮุ่ยบนศีรษะ
ตูม!
คล้ายมีเสียงระเบิดดังขึ้นในโสตประสาทของสวี่ว่านชิง ร่างบางกระตุกเกร็งวูบหนึ่งก่อนจะอาเจียนลิ่มเลือดสีดำสนิทออกมาคำโต กลิ่นอายความตายที่ปกคลุมร่างอยู่เมื่อครู่ค่อยๆ จางหายไปแทนที่ด้วยลมหายใจที่เริ่มกลับมาสม่ำเสมอ แม้ร่างกายจะอ่อนล้าไร้เรียวแรงราวกับถูกสูบวิญญาณออกไปจนหมดสิ้น แต่พิษร้ายเก้าส่วนถูกขับออกมาทางปลายนิ้วและลิ่มเลือดนั้นแล้ว
สวี่ว่านชิงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง นางใช้แขนเสื้อเช็ดคราบเลือดบริเวณมุมปากอย่างไร้ความประณีต นัยน์ตาสีรัตติกาลทอประกายคมกริบดุจใบมีดโกน มู่หรงหรูยิ่น... เจ้าส่งถ้วยพิษมาให้ข้าถึงที่ วันนี้ข้าจะคืน "ของขวัญ" ชิ้นนี้กลับไปให้สาสมเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักประจิมอันเงียบสงบและโอ่อ่า หลงเฟิงเฉินกำลังยืนทอดพระเนตรแผนที่ยุทธศาสตร์แคว้นด้วยแววตาดุร้ายดุจพญาอินทรีย์ที่กำลังจ้องเหยื่อ อาภรณ์คลุมสีดำปักลายมังกรทองสะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืนให้อารมณ์น่าเกรงขามจนผู้คนไม่กล้าสบตา องครักษ์เงาจง Yì (จงอี้) คุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ด้วยท่าทีร้อนรนผิดปกติ
"ทูลท่านอ๋อง... สายรายงานจากเรือนพักแรมของฮูหยินเอกแจ้งว่า มีกลิ่นอายความผิดปกติและบ่าวไพร่ใกล้ชิดของอนุภรรยามู่หรงกำลังพยายามเข้าใกล้เรือนหลังนั้นพ่ะย่ะค่ะ"
ร่างสูงใหญ่ของหลงเฟิงเฉินชะงักกุนซือทันที นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลง รัศมีสังหารแผ่ซ่านออกรอบกายจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างเฉียบพลัน ความเย็นชาที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล
"ใคร1อนุญาตให้พวกมันเหยียบย่างเข้าใกล้เรือนของชายาข้า" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นจนจงอี้ต้องก้มหน้าหนี "หากนางเป็นอันตรายแม้แต่เส้นผมเดียว... ข้าจะกวาดล้างสกุลมู่หรงให้สิ้นซากจากแผ่นดินนี้!"
จงอี้สะท้านเฮือก รีบรับคำสั่งแล้วทะยานหายไปในความมืดราตรีทันที หลงเฟิงเฉินหันกลับมาคว้าดาบยาวคู่กายที่วางอยู่บนแท่นหยก ก้าวพระบาทออกไปด้วยความเร็วปานสายฟ้า ทว่า ก่อนที่พระองค์จะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงฝีเท้าเร่งรีบของมหาเล็กหน้าตำหนักก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! มี... มีราชสำนักส่งราชสาส์นด่วนพิเศษประทับตราหยกมังกรทองมาถึงท่านโดยตรงพ่ะย่ะค่ะ!"
หลงเฟิงเฉินหยุดชะงัก ทอดพระเนตรมหาเล็กที่ถือหีบไม้จันทน์หอมสลักลายเข้ามาด้วยอาการตัวสั่นเทา พระองค์ขมวดพระขนู่เข้าหากันเล็กน้อย เมื่อเปิดหีบออกทอดพระเนตรม้วนกระดาษสีเหลืองทองภายใน นัยน์ตาสีดำสนิทก็หรี่ลงเป็นเส้นตรง ข้อความในราชสาส์นฉบับนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวท่านอ๋องประจิมเปลี่ยนเป็นดั่งพายุหิมะที่โหมกระหน่ำในฤดูเหมันต์
"หึ... เสด็จอาทรงใจร้อนยิ่งนัก คิดจะใช้ข้ออ้างเรื่องการป่วยการตายของฮูหยินเอกมาปลดอำนาจกองทัพของข้าอย่างนั้นหรือ" หลงเฟิงเฉินแย้มพระโอษฐ์ยิ้มเยาะหยันอย่างน่ากลัว ดาบในมือถูกกำชับแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมการเมืองนัก ข้าก็จะสนองให้สาสม"
ทว่า ทันใดนั้นเอง ประตูตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างบอบบางในอาภรณ์สีมรกตเปื้อนคราบเลือดแห้งกรังของสวี่ว่านชิงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้างดงามซีดเซียวแต่ทว่าแววตากลับเปล่งประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดวงดาราบนฟากฟ้า นางประสานมือคารวะด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ซ่อนความร้ายกาจไว้อย่างแนบเนียน
"ท่านอ๋องเพิ่งได้รับราชสาส์นสำคัญสินะเพคะ... หม่อมฉันเองก็เพิ่งผ่านประตูผีมาหมาดๆ เช่นกัน เกรงว่าคืนนี้... ราตรีนี้คงอีกยาวไกลนัก"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 26
ปาฏิหาริย์แห่งเข็มเงิน
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!