เซียนเกมสายป่วนปะทะยัยตัวแม่คณะสถาปัตย์•ตอนที่ 3

เมื่อตัวแม่สถาปัตย์ต้องงัดข้อกับเซียนเกม

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงกระแทกของแฟ้มโปรเจกต์กระดาษอาร์ตการ์ดหนาหนักตกลงบนโต๊ะทำงานไม้สนจนเกิดเสียงดังสนั่น คือคำทักทายยามบ่ายที่น้ำเหนือมอบให้ผมในฐานะ “ผู้บุกรุก” ที่นั่งไขว่ห้างกินขนมขบเคี้ยวอย่างสบายอารมณ์อยู่บนโซฟาตัวโปรดของเธอ “ฉันให้เวลาสามวินาที... ถอนรากถอนโคนร่างสูง ๆ ของนายออกไปจากห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์ของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ กรวิชญ์!” นิ้วเรียวที่เปื้อนคราบสีอะคริลิกสีฟ้าโคบอลต์ชี้ตรงมาที่หน้าผม ใบหน้าสวยเฉี่ยวตอนนี้บึ้งตึงจนแก้มป่องด้วยความโมโห ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่องเต็มพิกัดสมกับฉายา ‘ยัยตัวแม่แห่งภาควิชา’ ที่ใคร ๆ ต่างก็เกรงกลัว แต่สำหรับผมแล้ว ภาพที่เห็นมันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด... กลับน่าเอ็นดูเสียจนอยากจะแกล้งให้สติหลุดเล่น ๆ อีกสักรอบ ผมวางถุงมันฝรั่งทอดลงบนโต๊ะ ช้อนตามองเจ้าของห้องด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งให้สบายยิ่งขึ้น “โห, ใจร้ายจังเลยครับคุณนภัสสร ตัวผมอุตส่าห์เดินตากแดดตากลมข้ามคณะมาเยี่ยมเยียนเพื่อนมนุษย์ผู้ตาดำ ๆ ที่กำลังหัวฟูอยู่กับโมเดลตึกระฟ้า แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการไล่ตะเพิดเหมือนหมูเหมือนหมาแบบนี้... น้อยใจแย่เลยนะครับเนี่ย” “ใครเพื่อนคราบนาย! แล้วใครใช้ให้นายเข้ามาในห้องนี้ไม่ทราบ ประตูเขามีป้ายติดตัวเบ้อเริ่มเทิ่มว่า ‘เขตหวงห้าม ห้ามคนนอกเข้า’ อ่านไม่ออกเหรอ หรือว่าสมองของเซียนเกมระดับท็อปเซิร์ฟเวอร์โดนไวรัสกินพื้นที่ความจำไปหมดแล้วฮึ!” น้ำเหนือท้าวสะเอว สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับอารมณ์เดือดดาลที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เธอยกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าผากอย่างหงุดหงิด จนปอยผมชื้นเหงื่อลู่ติดกับกรอบหน้าขาวเนียน ท่าทางฟาดงวงฟาดงาแบบนั้นทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม “ก็ประตูมันไม่ได้ล็อกนี่ครับ... อีกอย่าง ผมไม่ได้เป็นคนนอกสักหน่อย ผมเป็น... เอ่อ เป็นแขกคนพิเศษที่ได้รับเชิญทางพฤตินัยต่างหากล่ะครับ” “คนพิเศษบ้านป้านายสิ! ออกไปเลยนะ! ไม่อย่างนั้นฉันจะโทรเรียก รปภ. มาหิ้วปีกนายโยนลงไปข้างล่างจริง ๆ ด้วย!” เธอขู่ฟอดพร้อมกับหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาทำท่าจะกดโทรออกจริง ๆ แต่มีหรือที่คนอย่างกรวิชญ์จะสะทกสะท้าน ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างบางที่ยืนขวางทางออกเอาไว้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนน้ำเหนือต้องถอยหลังรูดกรูดไปจนติดชั้นวางอุปกรณ์สถาปัตยกรรม “เฮ้ย! ถอยไปเลยนะ นายจะทำอะไร อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะไอ้บ้ากร!” เธอร้องเสียงหลง มือเล็ก ๆ ผลักเข้าที่อกผมเต็มแรงเพื่อรักษาระยะห่าง แต่แรงแค่นั้นมันแทบไม่ต่างอะไรกับการสะกิดเบา ๆ เลยสักนิด ผมใช้มือข้างหนึ่งจับข้อมือบางที่กำลังดันอกผมไว้อย่างนิ่มนวล ไม่ได้บีบรัดรุนแรง แค่กุมไว้พอให้เธอรู้ว่าหนีไม่พ้น ขณะที่มืออีกข้างก็ยกขึ้นค้ำขอบชั้นวางของ ปิดกั้นทางหนีของเธอไว้โดยสมบูรณ์ บรรยากาศในห้องสตูดิโอที่เคยอึกทึกไปด้วยเสียงเพลงและเสียงถอนหายใจ กลับเงียบสงบลงในพริบตา เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนตรงหน้า กับเสียงหัวใจของผมเองที่เต้นรัวเร็วจนน่าตกใจ น้ำเหนือเงยหน้าขึ้นสบตาผม ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนใสเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู เธอพยายามกะพริบตาปริบ ๆ เพื่อตั้งสติ แต่ดูเหมือนสมองประมวลผลของเธอจะรวนไปชั่วขณะเมื่อเราอยู่ใกล้กันในระยะประชิดแบบนี้ “ปล่อยนะ...” เสียงที่เคยเกรี้ยวกราดก่อนหน้านี้แผ่วเบาลงจนแทบกลายเป็นกระซิบ “นาย... นายจะแกล้งฉันไปถึงไหนเนี่ย” “ไม่ได้แกล้งสักหน่อยครับ” ผมก้มหน้าลงไปกระซิบใกล้ใบหูของเธอ กลิ่นแชมพูอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นสีอะคริลิกจาง ๆ ลอยเข้าจมูก ชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มอย่างบอกไม่ถูก “ผมแค่... รู้สึกว่าเวลาที่น้ำเหนือโมโห หน้ามันจะแดง ๆ เหมือนลูกมะเขือเทศสุก... น่ารักดี จนผมอดใจไม่ไหวทุกทีเลยครับ” “บ้า... ใครมะเขือเทศ นายต่างหากล้าหาญมากนะที่มาหยอดฉันแบบนี้ ปล่อยเลยนะเว้ย!” เธอพยายามดิ้นขลุกขลักเพื่อหลบหนีพันธนาการ แต่ยิ่งดิ้น ตัวเราก็ยิ่งแนบชิดกันมากขึ้นไปอีกจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ความนุ่มนวลของกลิ่นกายและอุณหภูมิความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเธอมันชวนให้ผมอยากแกล้งต่ออีกหน่อย “ถ้าไม่ปล่อยล่ะครับ... จะทำยังไง” ผมยิ้มกริ่ม แกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ปลายจมูกรั้นของเธออีกนิด จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดกัน “ไหน ๆ ก็เข้ามาอยู่ในเขตหวงห้ามแล้ว งั้นผมขอใช้สิทธิ์ ‘แขกพิเศษ’ ทวงรางวัลค่าเดินข้ามคณะมาหน่อยก็แล้วกันนะ” “รางวัลอะไรของนาย... อื้อ!” ผมไม่ได้ปล่อยให้เธอทันได้เอ่ยคำปฏิเสธ ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเมื่อนิ้วมือของผมเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้น้ำเหนือแข็งค้างไปชั่วขณะ เธอนิ่งอึ้ง ดวงตากลมโตมองผมด้วยความตื่นตะลึงระคนทำอะไรไม่ถูก ริมฝีปากอิมเมจเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง “รางวัลก็คือ...” ผมทิ้งจังหวะเว้นช่วง พลอยทำให้หัวใจของคนฟังเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนเล่นเกมแรงก์ซะอีก “ห้ามไล่ผมออกจากห้องนี้จนกว่าผมจะเล่นเกมตาบดยatนี้จบ... ตกลงไหมครับคุณสถาปนิกคนสวย” น้ำเหนืออ้าปากค้าง กะพริบตาปริบ ๆ สมองคงประมวลผลไม่ทันกับจู่โจมแบบมึน ๆ ของผม เธออ้าปากจะเอ่ยปากด่าชุดใหญ่ไฟกระพริบอีกรอบ แต่ทว่า... ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานดังขึ้นขัดจังหวะพอดี หน้าจอโทรศัพท์ของน้ำเหนือสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแชตจากเพื่อนสนิทอย่าง ‘มีน’ ที่เด้งขึ้นโชว์หร่าต่อหน้าต่อตาเราทั้งคู่ [มีน]: "อีเหนือ! แกจัดการไอ้เด็กสถาปัตย์ฝั่งตรงข้ามที่ชอบเดินกวนประสาทแกหรือยัง ระวังนะเว้ย... ฉันได้ข่าวว่าหมอนั่นแอบชอบแกมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วนะแก!" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องสตูดิโออีกครั้งอย่างสมบูรณ์แบบ น้ำเหนือชะงักกึก ดวงตาคู่สวยหันกลับมามองหน้าผมทันทีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามนับร้อยแปด ขณะที่ผมเองก็เผลอเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อความลับที่เก็บซ่อนไว้... ดันถูกเปิดโปงออกมาโต้ง ๆ ซะอย่างนั้น!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายป่วนปะทะยัยตัวแม่คณะสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%