เซียนปรุงยาข้ามภพกับนักบัญชีผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 2

ทวงคืนความยุติธรรมกลางวงข้าว

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าพวกท่านยังกล้าก้าวขาเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านเราอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือนก็แล้วกัน!" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องสะดุดกึกดังขึ้น ท่ามกลางควันสีขาวนวลที่พวยพุ่งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวและลามเลียออกไปถึงลานบ้าน กลิ่นหอมล้ำลึกของเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วดำและเครื่องเทศลับจากมิติลับลอยฟุ้งกระจายไปไกลโข ชนิดที่ว่าต่อให้เป็นคนจมูกพิการก็ยังต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความหิวโหย ทว่า ในขณะที่ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงกำลังชะเง้อมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าบ้านตระกูลเฉินกำลังทำอาหารหรูหราอะไรกันในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ กลับมีร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่จางและแม่เฒ่าเฉินพ่วงด้วยลูกพี่ลูกน้องจอมตะกละที่ถือวิสาสะผลักประตูรั้วไม้เข้ามาอย่างไร้มารยาท "โหยว! กลิ่นหอมฟุ้งขนาดนี้ พวกแกแอบซ่อนเนื้อชั้นดีไว้กินกันเองสินะไอ้หลานอกตัญญู!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้ใหญ่จางดังแทรกขึ้นมาทันที ดวงตาตี่เล็กกวาดมองหม้อดินเผาบนเตาไฟด้วยความโลภราวกับหมาป่าเห็นเหยื่อ นางไม่รอให้เจ้าบ้านอนุญาตแม้แต่น้อย รีบสาวเท้าก้าวเข้ามาหมายจะใช้ทัพพีตักอาหารในหม้อราดใส่ชามของตัวเองที่เตรียมมาด้วยซ้ำ หลินฮวาหรี่ตามองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก นางไม่ได้ขยับตัวเข้าไปยعวอะไร ปล่อยให้ร่างระหงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเตาไฟ สวมผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้านตัดกับใบหน้าหวานล้ำที่เวลานี้ฉายแววเยือกเย็นราวกับเซียนผู้สูงส่ง ในขณะเดียวกัน เฉินโม่ สามีผู้เงียบขรึมของนาง ซึ่งยืนกอดอกพิงวงกบประตูด้วยท่าทีนิ่งสงบ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสามด้วยสายตาเรียบเฉย แต่วับวาวไปด้วยประกายคำนวณราวกับนักบัญชีกำลังตรวจงบดุลของพวกปลิงดูดเลือด ป้าสะใภ้ใหญ่จางแค่นเสียงฮึดฮัด มือหยาบกร้านเอื้อมหมายจะคว้าจับด้ามทัพไม้ *แปะ!* เสียงฟาดไม้บรรทัดเหล็กกระทบกับขอบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว แม้จะเบาแต่กลับทรงพลังจนทุกคนสะดุ้งโหย่ง เฉินโม่ขยับตัวเพียงเล็กน้อย แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าซื่อสัตย์และเงียบขรึมคนนี้ กลับทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่ถึงกับชะงักมือค้างกลางอากาศ "ของในบ้านหลังนี้ ทุกชิ้นทุกเม็ดถูกบันทึกบัญชีไว้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และที่สำคัญ... มันไม่ใช่ของที่พวกท่านมีสิทธิ์แตะต้อง" เฉินโม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง น้ำเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ ทว่ากลับสร้างความหนาวยะเยือกให้แล่นริ้วขึ้นตามสันหลังของคนฟัง "ไอ้... ไอ้เด็กเหลือขอ! แกกล้าดียังไงมาพูดจากับผู้ใหญ่แบบนี้!" แม่เฒ่าเฉินที่เดินตามหลังมาติดๆ ร้องแว้ดขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว นางใช้ไม้เท้าเคาะพื้นปังๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ "พวกแกแต่งงานแยกบ้านออกไปแล้วก็จริง แต่ตระกูลเฉินของเรามีธรรมเนียม ลูกหลานต้องกตัญญูกตเวที อาหารชั้นดีพวกนี้สมควรต้องส่งไปให้บรรพบุรุษและญาติผู้ใหญ่ได้ลิ้มลองก่อน ไม่ใช่มาแอบกินกันสองคนผัวเมียแบบเห็นแก่ตัวเช่นนี้!" หลินฮวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูไพเราะราวกับกระดิ่งเงิน แต่กลับบาดลึกเข้าไปในความโลภของคนฟังอย่างจัง นางค่อยๆ วางตะหลิวในมือลง หันกลับมาเผชิญหน้ากับแม่เฒ่าเฉินและป้าสะใภ้ใหญ่ตรงๆ "กตัญญูหรือคะ?" หลินฮวาทวนคำ สีหน้าฉายแววขบขันระคนสมเพช "ท่านย่าพูดได้ไพเราะน่าฟังเสียจริงนะคะ แต่ตอนที่พวกเราแต่งงานกัน แยกบ้านออกมาแบบตัวเปล่าโดยไม่มีข้าวสารกรอกหม้อสักเม็ด ตอนที่ฉันป่วยหนักเกือบตายเพราะอดอยาก พวกท่านเคยส่งข้าวมาให้สักมื้อไหมคะ? หรือว่าตอนที่ฉันกับพี่โม่ต้องช่วยกันหาเงินใช้หนี้หัวโต พวกท่านเคยโผล่หัวมาช่วยแบ่งเบาภาระบ้างไหม?" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาอย่างฉะฉานและตรงประเด็น ทำเอาแม่เฒ่าเฉินถึงกับใบหน้ากระตุก ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าเจื่อนลงไปถนัดตา แต่ยังคงทำเป็นไขสเกือกลอยหน้าลอยตเเถไถล "นั่นมันเรื่องอดีต! ตอนนี้พวกแกกำลังทำตัวร่ำรวย มีเนื้อมีหนังกิน แถมยังมีกลิ่นหอมเย้ายวนขนาดนี้ จะใจดำอำมหิตปล่อยให้ญาติสนิทมิตรสหายอดอยากไม่ได้นะหลินฮวา!" ป้าสะใภ้ใหญ่ทำเป็นบีบน้ำตา ป้องปากสะอื้นเบาๆ เรียกคะแนนความน่าสงสารจากชาวบ้านที่เริ่มมายืนมุงดูเหตุการณ์ที่หน้าประตูรั้วมากขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านต่างกระซิบกระซาบกันไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าตระกูลเฉินใจร้าย บ้างก็ว่าสะใภ้บ้านนี้แล้งน้ำใจ หลินฮวาปรายตามองกลุ่มชาวบ้านที่เริ่มจับกลุ่มนินทา นางไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย กลับยกย่องมุมปากขึ้นสูงกว่าเดิม ในเมื่อพวกมันอยากเล่นละครฉากใหญ่ นางก็จะจัดให้อย่างสมเกียรติ! "อยากกินมากใช่ไหมคะ?" หลินฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับแม่พระ ป้าสะใภ้ใหญ่ตาลุกวาวพยักหน้ารัวๆ "ใช่ๆๆ อาหารฝีมือหลานสะใภ้ต้องอร่อยที่สุดแน่ๆ ตักมาให้ป้าสักครึ่งหม้อเถอะ เดี๋ยวป้าจะถือว่าเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็แล้วกันไป" "ใจเย็นๆ สิคะ ของดีแบบนี้ จะตักแบ่งกินกันง่ายๆ ได้อย่างไรเล่า" หลินฮวาเดินเข้าไปใกล้หม้อดินเผา นางใช้ทัพพีคนน้ำซุปข้นคลั่กสีอำพันให้กลิ่นหอมลอยตลบอบอวลยิ่งขึ้นไปอีก จนคนกลืนน้ำลายกันดังเอื๊อก "ในเมื่อท่านย่าและป้าสะใภ้ใหญ่บอกว่าเราเป็นญาติสนิทกัน และต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามธรรมเนียม... เช่นนั้นเรามาทำ 'สัญญาแลกเปลี่ยน' กันให้ถูกต้องตามกฎหมายดีไหมคะ?" "สัญญาอะไรของแก?" แม่เฒ่าเฉินขมวดคิ้วถามด้วยความระแวง หลินฮวาหันไปสบตากับเฉินโม่แวบหนึ่ง สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมพยักหน้ารับรู้เบาๆ ก่อนที่เขาจะหยิบสมุดบัญชีเล่มหนากับปากกาหมึกซึมราคาแพงออกมาวางแผ่บนโต๊ะไม้ไผ่กลางบ้านอย่างรวดเร็วราวกับเตรียมการไว้อยู่แล้ว "ง่ายมากค่ะ..." หลินฮวายิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่ดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีด "แปลงนาส่วนกลางแปลงที่สามของตระกูลที่พวกท่านยึดครองไว้โดยอ้างว่าเป็นมรดกของปู่... ถ้าพวกท่านโอนสิทธิ์การทำกินนั้นกลับมาให้ชื่อของเฉินโม่ถูกต้องตามกฎหมาย หมูตุ๋นหม้อนี้ รวมถึงสูตรอาหารลับที่ทำให้หอมไปทั้งหมู่บ้านนี้... ฉันจะยกให้พวกท่านไปเลยทั้งหม้อ... ว่าอย่างไรล่ะคะ? สนใจแลกเปลี่ยนไหม?" สิ้นเสียงของหลินฮวา บรรยากาศรอบบริเวณก็พลันเงียบกริบลงทันที ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าถอดสีอ้าปากค้าง ส่วนแม่เฒ่าเฉินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด! แปลงนาแปลงนั้นมีค่ามหาศาล พวกนางไม่มีวันยอมปล่อยมันไปเด็ดขาด! "แก... แกกล้าดียังไงมาต่อรองเรื่องที่ดินตระกูล!" แม่เฒ่าเฉินกรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด ยกไม้เท้าขึ้นชี้หน้าหลินฮวาด้วยความโกรธจัด "นังสะใภ้อกตัญญู นังงูพิษ!" "ฉันเป็นงูพิษ หรือว่าพวกท่านเป็นปลิงที่สูบเลือดเนื้อคนอื่นมานานจนชินกันแน่คะ?" หลินฮวาหุบยิ้มทันที แววตาเย็นชาพุ่งตรงไปยังร่างท้วมทั้งสองราวกับคมหอก "ในเมื่อไม่ยอมแลกเปลี่ยน ก็เชิญไสหัวออกไปจากบ้านของฉันได้แล้วค่ะ! พี่โม่... เชิญแขก!" เฉินโม่ก้าวเท้าออกมายืนบังหน้าภรรยา รัศมีน่าเกรงขามแผ่ซ่านจนป้าสะใภ้ใหญ่และแม่เฒ่าเฉินผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว ทว่า ก่อนที่ความชุลมุนจะจบลงด้วยการขับไล่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงตะโกนก้องกังวานของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาจากนอกรั้วบ้าน ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองเป็นตาเดียว "หยุดนะ! เกิดเรื่องอะไรขึ้นหน้าบ้านของสหายเฉินกัน!" ร่างในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐของคอมมิวนิตประจำหมู่บ้านก้าวฉับๆ เข้ามาในลานบ้าน พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งในมือที่ทำให้สีหน้าของแม่เฒ่าเฉินและป้าสะใภ้ใหญ่ซีดเผือดลงในพริบตาเดียว! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันหอมกรุ่นและเผ็ดร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงยาข้ามภพกับนักบัญชีผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%