เศษไม้ผุพังกระเด็นว่อนไปทั่วอากาศราวกับกลีบดอกไม้ที่ถูกบดขยี้ด้วยแรงมหาศาล บานประตูไม้โอ๊คเก่าๆ ของเวิร์กชอปใต้ดินถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับอย่างไร้ความปรานี แรงลมจากการพัดกระโชกของกลุ่มคนแปลกหน้าหอบเอาฝุ่นหนาและกลิ่นอายความตายเข้ามาคละคลุ้งในพื้นที่แคบๆ ทันที
เรย์ไม่ได้ขยับเขยื้อนหนี เขาเพียงแค่ค่อยๆ วางค้อนเหล็กกล้าคาร์บอนในมือลงบนทั่งตีด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอและมั่นคง เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* เบาๆ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าและเสียงหอบหายใจของคนนับสิบที่กรูเข้ามาล้อมรอบตัวเขา
"เจอตัวแล้ว... ไอ้ช่างตีดาบตกอับ หลบอยู่ในรูหนูนี้เองสินะ"
น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากชายร่างใหญ่สวมชุดเกราะเหล็กขึ้นสนิม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบและรอยยิ้มบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ เขาคือหัวหน้ากิลด์ย่อยของ "คมเขี้ยวทมิฬ" กิลด์ล่าสมบัติชื่อกระฉูดในเขตชายแดนแห่งนี้ สายตาดุดันกวาดมองไปทั่วเวิร์กชอปก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เตาหลอมที่ยังคงคุกรุ่นด้วยเปลวไฟสีฟ้าคราม
เรย์เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาสีดำสนิทสะท้อนภาพของกลุ่มคนที่ถืออาวุธครบมือ เขามองสำรวจการจัดกระบวนทัพของอีกฝ่ายอย่างเงียบเชียบ—สามคนถือโล่เหล็กหนาแนวหน้า สี่คนถือหน้าไม้ขึ้นสายเตรียมพร้อมที่มุมอืดมืด และด้านหลังสุดคือชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมนักเวทสีเทาที่กำลังร่ายเวทมนตร์ระดับต่ำเพื่อเตรียมจู่โจม
ไม่มีความตื่นตระหนกในแววตานั้น มีเพียงความรำคาญใจจางๆ เหมือนคนที่กำลังทำงานศิลปะชิ้นสำคัญแล้วมีแมลงวันน่ารำคาญบินมาวนเวียน
"พวกท่านทำประตูของผมพัง" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ นุ่มนวล แต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเยือกเย็นลงอย่างประหลาด "และที่สำคัญ... เสียงดังรบกวนเวลาที่ผมกำลังคำนวณอุณหภูมิของโลหะ"
"10,000 โกลด์!" ชายร่างใหญ่ตะคอกเสียงดังลั่นโดยไม่สนใจคำเตือน "ส่งวัตถุดิบหายากทั้งหมดที่แกซ่อนไว้ และ 'ศิลาโลหะแห่งปฐพี' มาให้หมด ไม่งั้นวันนี้ที่นี่จะกลายเป็นหลุมศพของแก!"
เรย์พ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ เขาเอื้อมมือไปหยิบผ้าสะอาดขึ้นมาเช็ดคราบเขม่าบนนิ้วอย่างใจเย็น ท่าทีที่เย่อหยิ่งโดยธรรมชาติเช่นนี้ทำให้พวกมันเดือดดาลยิ่งกว่าการถูกด่าทอ
ในวินาทีที่หัวหน้ากิลด์เงื้อดาบขึ้นเตรียมพุ่งเข้าใส่ ประตูห้องเก็บของด้านหลังสุดซึ่งเชื่อมต่อกับอุโมงค์ระบายอากาศเก่าของดันเจี้ยนก็พังครืนลงมาพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของมอนสเตอร์ระดับสูง!
*โฮกกกกกกกก!*
แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวขนาดเล็กทำให้คานไม้บนเพดานร่วงกราวลงมา ฝุ่นผงคละคลุ้งจนมองไม่เห็นทาง ผนังหินของเวิร์กชอปเริ่มปริร้าว เศษหินขนาดเท่ากำปั้นร่วงหล่นลงมาทับกองอาวุธจนเกิดเสียงดังสนั่น ดันเจี้ยนกำลังจะพังถล่มลงมาทับถมพวกเขาทั้งหมดในเวลาไม่กี่นาทีนี้
กลุ่มคมเขี้ยวทมิฬแตกตื่นทันที ความฮึกเหิมเมื่อครู่หายวับไปกับตาเมื่อพบว่าแรงสั่นสะเทือนนั้นมาจากฝูง "ราชันหนอนศิลา" ที่กำลังเจาะอุโมงค์ทะลักเข้ามาจากชั้นล่างสุด
"เวรเอ๊ย! ทำไมพวกมันถึงตื่นขึ้นมาตอนนี้วะ!" ชายร่างใหญ่สบถลั่น พยายามทรงตัวท่ามกลางพื้นดินที่สั่นไหว
ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลนั้น สายตาของเรย์กลับเหลือบไปเห็นร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งที่กระเด็นทะลุผ่านกลุ่มฝุ่นเข้ามาชนเข้ากับชั้นวางขวดโพชั่นจนแตกกระจาย ร่างนั้นกลิ้งหลุนๆ มาหยุดอยู่ที่แท่นบูชาเตาหลอมของเขา
นั่นคือริน
จอมเวทสาวผมยาวประบ่าที่ในเวลานี้ชุดคลุมนักเวทสีขาวขาดวิ่น เปื้อนคราบเขม่าและหยาดเลือดสีแดงสดที่มุมปาก ดวงตากลมโตสีฟ้าครามคู่นั้นฉายแววตื่นตระหนกปนความเจ็บปวดจากการใช้มานาเกินขีดจำกัด เธอกำไม้เท้าคทาเวทมนตร์ที่ร้าวรานในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
"ระ... ระวังตัวด้วย..." เสียงของเธอลอดไรฟันออกมาเบาหวิว ขณะพยายามยันกายลุกขึ้นยืน "พวกมัน... ตามฉันมา..."
เรย์ขยับตัวอย่างรวดเร็วราวกับเงา เขาพุ่งเข้าไปคว้าแขนเรียวบางของเธอไว้ก่อนที่เศษหินก้อนใหญ่จากเพดานจะร่วงลงมาทับร่างของเธอ เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว พื้นห้องใต้ดินทรุดตัวลงครึ่งหนึ่ง กลืนกินร่างของลูกน้องคมเขี้ยวทมิฬสองคนลงไปในความมืดมิดเบื้องล่างพร้อมเสียงกรีดร้องโหยหวน
"เจ้าโง่เอ้ย วิ่งเข้ามาในเขตเวิร์กชอปของช่างตีดาบ แล้วยังพาของแถมเป็นฝูงมอนสเตอร์ระดับบอสมาด้วยอีกรึไงครับ?" เรย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะวิกฤตถึงชีวิตก็ตาม
รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสั่นระริกด้วยความตกใจปนประหลาดใจเมื่อเห็นความนิ่งสงบในดวงตาคู่นั้น เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย
"ถ้าฉันไม่วิ่งหนีมาทางนี้... นายคงไม่มีโอกาสได้เห็น 'สูตรคำนวณเวทมนตร์' ที่นายตามหามาตลอดสามเดือนหรอกนะ..."
เธอยื่นมอมแมมที่ถือแผ่นหนังโบราณสลักอักขระเวทสีทองเรืองแสงให้เขาดู
ทว่า ก่อนที่เรย์จะได้เอื้อมมือไปรับแผ่นหนังนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็ยุบตัวลงอย่างสมบูรณ์แบบ แรงระเบิดมหาศาลจากใจกลางดันเจี้ยนพุ่งทะลวงขึ้นมา เสียงระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานก็ดังขึ้นก้องในโสตประสาทของเรย์และรินพร้อมกันด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เยือกเย็นของระบบเกม:
*[แจ้งเตือนระบบ: ดันเจี้ยนชั้นใต้ดิน "ซากปรักหักพังแห่งช่างตีดาบโบราณ" เข้าสู่สภาวะ "ล่มสลายสมบูรณ์" (Collapse State)]*
*[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: ปลดล็อกดันเจี้ยนลับระดับความยาก SSS "เตาหลอมเพลิงบรรพกาล"]*
*[คำเตือน: ผู้เล่นเรย์และผู้เล่นริน ไม่สามารถใช้ไอเทมเคลื่อนย้ายกลับเมืองได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจลับในพื้นที่ปิดตาย]*
เรย์จ้องมองหน้าต่างระบบสีแดงที่กระพริบเตือนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันกลับมามองรินที่กำลังยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้เขา รอยยิ้มนั้นทั้งงดงามและน่าโมโหในเวลาเดียวกัน
แล้วแสงสว่างวาบสีเพลิงก็กลืนกินร่างของพวกเขาทั้งสองคนลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับคมดาบและเสียงค้อนในตอนนี้นะครับ
ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา•ตอนที่ 2
จอมเวทผู้ไร้ค่าในสายตาใครๆ
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
