ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 29

หยดเลือดสุดท้าย

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นสนิมเหล็กเข้มข้นคละคลุ้งจนแสบจมูก ผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของรัตติกาลที่แผ่ซ่านเข้ามาจากบานหน้าต่างกระจกสีที่แตกละเอียด เศษซากคริสตัลระยิบระยับเกลื่อนกลาดบนพื้นหินอ่อนราวกับหยาดน้ำค้างมรณะ วิกตอเรียทรุดกายลงแนบกับพื้นห้องโถงกอธิค ร่างกายที่เคยสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจแห่งแวมไพร์ผู้ครองค่ำพันปีบัดนี้กลับสั่นเทา ลมหายใจของนางแผ่วเบาจนแทบไม่เหลือแรงจะพยุงเปลือกตาที่ปิดสนิท พิษจากอาคมโบราณของสภาเงาะป่ากัดกินเรียวแรงและแผดเผาเลือดเนื้อภายในจนเกิดคราบดำคล้ำลุกลามจากหัวไหล่ขวาลงมาถึงทรวงอก "อย่า... ถอยไปนะ เร็น..." เสียงกระซิบของวิกตอเรียแห้งพร่าและขาดห้วง ดวงตาที่เคยคมปราบดั่งเหยี่ยวราตรีบัดนี้หม่นแสงลงอย่างน่าใจหาย เร็นยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าร่างที่กำลังจะดับสูญ หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวราวกับกลองศึก มือทั้งสองข้างที่สั่นเทาไม่ได้เกิดจากความหวาดกลัวต่อความตายที่คืบคลานเข้ามา แต่เป็นความตื่นตระหนกที่เห็นเจ้าของเรือนร่างเย็นชาผู้นี้กำลังจะจากไปตลอดกาล ไม่มีเวลาให้ลังเล ไม่มีทางเลือกอื่นเหลือให้อีกแล้ว เร็นจำต้องใช้ทางออกเดียวที่สัญชาตญาณดิบและหัวใจสั่งการ หญิงสาวก้าวเข้าไปคุกเข่าลงข้างกาย สบเข้ากับนัยน์ตาสสีทับทิมที่กำลังพร่าเลือนของแวมไพร์สาว เร็นดึงกริชเงินเล่มเล็กที่พกติดตัวออกมาจากเข็มขัด ปลายคมกริบสะท้อนแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านมฆหมอกหนาภายนอก "ฉันไม่ยอมให้คุณตายตรงนี้เด็ดขาด วิกตอเรีย" เร็นเอ่ยเสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่เฉียบคมจนวิกตอเรียต้องเบิกตาขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่แวมไพร์สาวจะทันได้เอ่ยคัดค้าน เร็นก็ใช้คมกริชกรีดลงบนฝ่ามือข้างซ้ายของตนเองทันที ความเจ็บปวดแปลบปลาดยามที่คมโลหะเฉือนเนื้อทรายเรียกเสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ ของหญิงสาว หยดเลือดสีแดงสด อุ่นจัด และส่งกลิ่นหอมหวานยั่วยวนพุ่งทะลักออกมาปะปนกับอากาศเย็นเยียบในห้องโถง กลิ่นอายสายเลือดบริสุทธิ์ของมนุษย์ผู้กล้าหาญฟุ้งกระจายจนทำให้วิกตอเรียสะท้านเฮือก สัญชาตญาณกระหายเลือดของแวมไพร์ตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรงท่ามกลางหุบเหวแห่งความตาย "เร็น... เธอ... บ้าไปแล้วหรือ..." วิกตอเรียพยายามเบือนหน้าหนี กัดริมฝีปากจนห้อเลือดเพื่อข่มสัญชาตญาณดิบที่กำลังกรีดร้องในกาย นางรู้ดีว่าเลือดของเร็นมีค่าและอันตรายเพียงใด การดื่มกินมันในยามที่พิษอาคมกำเริบอาจทำให้วิญญาณของนางถูกแผดเผาจนแหลกสลาย หรือไม่ก็ทำให้เร็นต้องกลายเป็นเหยื่อรายสุดท้ายของความกระหาย "ถ้าความบ้ามันช่วยให้คุณมีชีวิตอยู่ต่อ ฉันก็ยอมเป็นคนบ้าค่ะ!" เร็นสวนกลับทันควันอย่างไร้ความลังเล หญิงสาวขยับกายเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย เร็นคว้าข้อมือข้างที่ถือรอยแผลของตนเองแล้วยกขึ้นจ่อริมฝีปากที่แห้งผากของวิกตอเรีย หยดเลือดอุ่นร้อนหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบเรียวปากสีระเรื่อของแวมไพร์สาว วิกตอเรียสะดุ้งสุดตัว ร่างกายสั่นระทับเมื่อสัมผัสแรกแห่งความอบอุ่นแตะลงบนริมฝีปาก นางพยายามฝืนแรงเฮือกสุดท้ายเบือนหน้าหนีอีกครั้ง แต่มือเรียวบางของเร็นกลับประคองใบหน้าของแวมไพร์สาวไว้มั่น บังคับให้ดวงตาสีทับทิมคู่นั้นสบประสานกับนัยน์ตากลมโตที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวและเปี่ยมด้วยความรู้สึกลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย "มองฉันสิคะ วิกตอเรีย... ดื่มมันเข้าไป ดื่มความมีชีวิตชีวาจากฉัน แล้วกลับมาหาฉัน..." เสียงกระซิบนั้นนุ่มนวลแต่มีพลังราวกับมนต์สะกด ในวินาทีที่ความตายจวนเจียนจะพรากทุกสิ่งไป วิกตอเรียไม่อمكنต้านทานแรงดึงดูดอันหอมหวานนั้นได้อีกต่อไป คมเขี้ยวสีขาวโพลนค่อยๆ งอกยาวออก ริมฝีปากอุ่นร้อนเผยอขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขี้ยวคมจะฝังลงบนฝ่ามือของเร็นเพื่อดูดซับหยดเลือดหยดสุดท้ายที่จะพลิกผันชะตากรรมของพวกนาง ความเจ็บปวดจากการถูกกัดแผ่ซ่านไปทั่วแขนของเร็น แต่หญิงสาวกลับไม่ปริปากร้องสักแอะ นางกลับหลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสอันลึกล้ำนั้น ปล่อยให้พลังชีวิตของตนเองไหลรินผ่านคมเขี้ยวเข้าสู่ร่างกายของแวมไพร์สาว ภายในห้องโถงเงียบสงัดลง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวสลับกันไป พลังงานอุ่นร้อนสายหนึ่งพุ่งพล่านเข้าสู่เส้นเลือดของวิกตอเรีย พิษสีดำที่เคยกัดกินร่างกายเริ่มถูกชำระล้างด้วยพลังชีวิตอันบริสุทธิ์และเข้มข้น ดวงตาสีทับทิมที่เคยหม่นแสงกลับมาทอประกายคมกริบและเรืองรองขึ้นอีกครั้งในความมืด ร่างกายที่เคยไร้เรี่ยวแรงเริ่มมีอุณหภูมิอุ่นขึ้นทีละน้อย วิกตอเรียผละริมฝีปากออกจากฝ่ามือของเร็นช้าๆ คราบเลือดสดเปรอะเปื้อนอยู่รอบมุมปากเรียวสวย ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าของแวมไพร์สาวดูงดงามเย้ายวนและอันตรายยิ่งกว่าเดิม เร็นหอบหายใจถี่รัว ใบหน้าซีดเซียวลงเล็กน้อยจากการเสียเลือด แต่รอยยิ้มจางๆ กลับปรากฏขึ้นที่มุมปากเมื่อเห็นว่าวิกตอเรียมีชีวิตรอดกลับมา วิกตอเรียเงยหน้าขึ้นจ้องมองเร็น นัยน์ตาสีทับทิมคู่นั้นสะท้อนภาพหญิงสาวผู้เสียสละอย่างลึกซึ้ง ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามปิดตายมานานนับร้อยปีพังทลายลงในพริบตาเดียว แต่วินาทีที่ความโล่งใจยังไม่ทันได้ทาบทับลงบนบรรยากาศรอบตัว... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่เบื้องล่าง บานประตูเหล็กโบราณของห้องโถงถูกกระแทกเปิดออกอย่างไร้ความปรานี พร้อมกับเงาร่างของนักล่าแวมไพร์ในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวพรวดพรากเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และผู้นำขบวนที่ก้าวออกมารอยยิ้มเยือกเย็นจับใจ กลับไม่ใช่ใครอื่น—แต่เป็นบุคคลที่เร็นไม่มีวันคาดคิดว่าจะได้เห็น ณ ที่แห่งนี้ บลัดดี้แมรี่ ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่รัตติกาลอันลึกล้ำในตอนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%