กลิ่นหอมหวานของกุหลาบอาบยาพิษโชยปะทะนาสิกทันทีที่ประตูเหล็กดัดโบราณกระแทกปิดลงอย่างรวดเร็วราวกับกรามของอสูรกาย
วิกตอเรียรู้สึกได้ถึงความผิดปกติก่อนที่สติจะทันประมวลผลด้วยซ้ำ ผิวเนื้อเนียนละเอียดของแวมไพร์สาวร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ราวกับถูกแช่อยู่ในกรดอุ่นที่ค่อยๆ กัดกร่อนพละกำลังอันเป็นอมตะของนาง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังสะท้อนก้องมาจากผนังหินรอบด้าน พร้อมกับละอองแสงสีเงินยวงที่โปรยปรายลงมาจากเพดานสูงลิบ—ละอองที่ทำมาจากผงแร่เงินบริสุทธิ์ผสมผสานกับน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากวิหารโบราณ
"กับดัก..." วิกตอเรียพึมพำลอดไรฟัน ดวงตาสีทับทิมเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ขณะที่เรียวขาเพรียวระหงทรุดลงเล็กน้อยเพราะแรงโน้มถ่วงรอบตัวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
เร็นที่ยืนอยู่เคียงข้างกันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหินเย็นเฉียบทันที หญิงสาวส่งเสียงครางแผ่วด้วยความเจ็บปวดเมื่อผงแร่เงินสัมผัสโดนผิวหนังจนเกิดรอยไหม้แดงก่ำ ลมหายใจของเร็นหอบกระชั้น ใบหน้าหวานซีดเผือดไร้สีเลือด หยาดเหงื่อกาฬผุดพรายตามกรอบหน้า
"วิกตอเรีย... ที่นี่... มันคืออะไรกัน..." เร็นพยายามเค้นเสียงถาม มือเรียวคว้าชายเสื้อโค้ทหนังสีดำสนิทของแวมไพร์สาวไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
วิกตอเรียไม่ตอบ นางกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน ความเจ็บปวดจากการถูกแผดเผาด้วยพลังต่อต้านแวมไพร์แล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเจ็บปวดของตนเอง คือกลิ่นอายเลือดที่หลั่งรินจากแผลไหม้บนผิวเนื้อของเร็น กลิ่นเลือดที่หวานล้ำ เย้ายวน และปั่นป่วนสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวนางจนแทบจะสูญสิ้นการควบคุม
แวมไพร์สาวทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่งเคียงข้างมนุษย์สาว มือเรียวยาวเอื้อมไปประคองร่างที่กำลังสั่นเทาของเร็นเข้าหาตัวอย่างไม่ลังเล แม้ว่าปลายนิ้วของนางจะสัมผัสโดนละอองเงินจนเกิดควันจางๆ และเสียงเนื้อไหม้เบาๆ ก็ตามที
"อดทนไว้ เร็น..." เสียงของวิกตอเรียแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะสะกดกลั้นสัญชาตญาณกระหายเลือดที่กำลังกรีดร้องอยู่ในอก "มองหน้าฉัน... อย่าหลับตา"
เร็นเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีทับทิมคู่นั้น แววตาของมนุษย์สาวไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อตัวของวิกตอเรียเลยแม้แต่น้อย กลับมีเพียงความเชื่อใจและความเจ็บปวดที่สะท้อนอยู่ภายใน "ฉัน... หายใจไม่ออก... วิกตอเรีย"
บรรยากาศภายในห้องลับรูปทรงแปดเหลี่ยมนี้แคบลงทุกที ผนังหินรอบด้านเริ่มเคลื่อนตัวเข้าหากันอย่างช้าๆ บดบังทางออกสุดท้าย และที่กลางห้องนั้นเอง คานเหล็กติดหนามแหลมเคลือบด้วยอาคมโบราณกำลังเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ ราวกับเครื่องประหารชีวิตในยุคมืด
วิกตอเรียตวัดสายตามองสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็ว สมองอันเฉียบคมพยายามวิเคราะห์หาจุดอ่อนของกลไกเวทมนตร์นี้ มือข้างหนึ่งดึงกริชเงินสลักลายโบราณออกจากเข็มขัด แม้การสัมผัสโลหะเงินจะสร้างความเจ็บปวดให้นาง แต่นางก็ไม่มีทางเลือกอื่น
"จับฉันไว้ให้แน่น" วิกตอเรียกระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหูของเร็น ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดต้นคอทำให้เร็นสะท้านเยือกไปถึงขั้วหัวใจ แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ กลิ่นกายเฉพาะตัวของแวมไพร์สาวก็ยังคงมีเสน่หาอันตรายที่ชวนให้หลงใหล
เร็นพยักหน้ารับอย่างยากลำบาก วงแขนเรียวเกี่ยวรัดรอบลำคอระหงของแวมไพร์สาวแน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างเพื่อหลบเลี่ยงละอองแสงที่ยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย
วิกตอเรียรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย พลังงานความมืดแผ่ขยายออก1จากร่างเป็นเกราะป้องกันบางๆ แม้จะต้านทานฤทธิ์ของแร่เงินได้เพียงชั่วครู่ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้นางดีดตัวขึ้นพุ่งทะยานเข้าหาช่องระบายอากาศแคบๆ เบื้องบน ซึ่งเป็นความหวังเดียวในการรอดชีวิต
*เคร้ง!*
คมกริชเงินในมือขวาฟันเข้าใส่กลไกเฟืองเหล็กที่ซ่อนอยู่หลังผนังอย่างแม่นยำ ประกายไฟสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เสียงคำรามต่ำด้วยความเจ็บปวดหลุดรอดจากริมฝีปากของแวมไพร์สาวเมื่อพิษของเงินซึมลึกเข้าสู่กระแสเลือด แต่รอยยิ้มหยันอันดุดันก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางเมื่อเฟืองตัวหลักหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง
ทว่า... ความโล่งใจยังไม่ทันได้แผ่ซ่าน กลไกสำรองก็ทำงานขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าเดิม!
ผนังหินที่กำลังบีบเข้ามาเร่งความเร็วขึ้น เสียงครูดของหินหนักอึ้งเสียดสีกันจนแสบแก้วหู และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือพื้นเบื้องล่างที่พวกนางเคยยืนอยู่เมื่อครู่ ได้เปิดอ้าออกเผยให้เห็นหลุมพรางลึกดิ่งที่มีคมหอกเคลือบยาพิษนับร้อยเล่มรออยู่เบื้องล่าง
วิกตอเรียที่กำลังพาร่างของตนเองและเร็นลอยค้างอยู่กลางอากาศด้วยการเกาะกรงเหล็กเพดาน เริ่มสูญเสียแรงพยุง มือข้างที่ถืออาวุธเริ่มสั่นเทา ลมหายใจของแวมไพร์สาวติดขัดเมื่อพิษศักดิ์สิทธิ์เริ่มแผดเผาเข้าถึงหัวใจ
"วิกตอเรีย ปล่อยฉัน..." เร็นกระซิบเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นหยาดเลือดสีเข้มไหลซึมผ่านเสื้อผ้าของแวมไพร์สาว "ถ้าไม่มีฉัน... เธอหนีไปคนเดียวได้..."
"เงียบซะ เร็น!" วิกตอเรียตวาดกลับด้วยน้ำเสียงดุดันและลุ่มลึก ดวงตาสีทับทิมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของมนุษย์สาว "ฉันไม่มีวันปล่อยมือจากเธอ... จำเอาไว้"
ในเสี้ยววินาทีเป็นตายเท่ากันนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ และก้องกังวานก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องบน ช่องลับบนเพดานที่ปิดตายค่อยๆ เลื่อนเปิดออก พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากเงารัตติกาล
บุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทแย้มยิ้มเยือกเย็น ดวงตาสีอำพันคู่นั้นจ้องมองภาพความพ่ายแพ้ของแวมไพร์สาวด้วยความขบขัน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาหัวใจของวิกตอเรียกระตุกวูบ
"ช่างเป็นภาพความรักอันน่าเวทนาเสียจริง... วิกตอเรีย น้องสาวที่รัก เธอคิดจริงๆ หรือว่ากับดักนี่ถูกสร้างไว้เพื่อขังเธอ?"
บลัดดี้แมรี่ ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่รัตติกาลอันลึกล้ำในตอนนี้ด้วยกันนะคะ
ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 27
กับดักของนักล่า
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!