กระบี่เยือกแข็งสยบมารฟ้า•ตอนที่ 1

ฟื้นคืนชีพในร่างศิษย์สวะ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"ขยะเช่นเจ้า... ยังมีหน้ามาหายใจอยู่บนยอดเขาเมฆาพิสุทธิ์แห่งนี้อีกหรือ?" น้ำเสียงเย้ยหยันดังเสียดแท่นหินอัคนีเบื้องล่าง ราวกับเสียงกบร้องในฤดูแล้งที่น่ารำคาญใจ โลหิตสีแดงฉานรสชาติคาวคลุ้งเต็มช่องปาก ร่างกายของ ‘เยว่เทียนเฉิน’ ยามนี้แทบไม่ต่างอันใดกับเศษซากกระดูกที่ถูกสุนัขป่าทึ้งทิ้งไว้กลางกองขยะ ความเจ็บปวดเสียดแท่นราวกับมีเข็มนับหมื่นเล่มกำลังกรีดแทงผ่านเส้นชีพจรทุกเส้นในร่าง แต่นั่น... ยังไม่น่าเจ็บใจเท่ากับความจริงที่ว่า ดวงจิตอันเกรียงไกรแห่งมหาเทพกระบี่น้ำค้างแข็ง บัดนี้กลับต้องมาติดอยู่ในร่างของ ‘ศิษย์สวะ’ ผู้ไร้รากปราณ ไร้กระดูกเซียน และกำลังถูกขับไล่ออกจากสำนักอย่างไร้ศักดิ์ศรี ความทรงจำอันมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงสมองดั่งกระแสน้ำวนแห่งหุบเหวโลหิต เยว่เทียนเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมที่เคยสยบมาแล้วนับร้อยอาณาจักรเซียน บัดนี้สะท้อนเงาความเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งพันปี ร่างกายนี้อ่อนแอถึงขีดสุด เส้นลมปราณตีบตัน จุดตันเทียนว่างเปล่าไม่ต่างจากบ่อน้ำแห้งขอด ไร้ซึ่งพลังปราณแม้แต่น้อยนิด สมกับฉายา ‘ไอ้ขยะตระกูลเยว่’ ที่คนทั้งสำนักกระบี่เมฆาต่างพากันเหยียดหยาม เบื้องหน้าของเขาคือ ‘ไป๋หยุนเฟิง’ ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาที่สาม ผู้ถือครองรากปราณอัคคีฟ้า ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีขาวปักลายเมฆาเหินหาวกำลังยืนกอดอกมองลงมาด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวหนึ่งที่เหยียบย่ำแล้วสกปรกพื้นรองเท้า "เยว่เทียนเฉิน สามปีที่เจ้าอาศัยอยู่บนยอดเขาเมฆาพิสุทธิ์ ผลาญทรัพยากรบำเพ็ญเพียรของสำนักไปไม่น้อย แต่กลับเป็นเพียงไอ้สวะที่แม้แต่ลมปราณขั้นรวบรวมลมปราณก็ยังทะลวงผ่านไม่ได้ เจ้าสำนักเมตตาให้เจ้ามีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ก็ถือว่าบุญโหนหัวมากแล้ว ไดร์ไสหัวไปเสีย! อย่าได้ทำให้ผืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ต้องแปดเปื้อนอีกเลย" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเหล่าศิษย์น้องที่ยืนล้อมรอบดังเซ็งแซ่ หลายคนถือโอกาสถ่มน้ำลายลงพื้นใกล้ร่างของเขาเพื่อแสดงความดูแคลน เยว่เทียนเฉินไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาทันที เขายันกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาแม้จะดูผอมโซในชุดศิษย์ชั้นนอกที่ขาดวิ่น ทว่าแผ่นหลังนั้นกลับเหยียดตรงอย่างทรนงดุจกระบี่คมที่ซ่อนอยู่ในฝักผุพัง นัยน์ตาคู่สีดำสนิทลẫบดิ่งลึกราวกับหลุมดำที่พร้อมกลืนกินสรรพสิ่ง ทำให้ไป๋หยุนเฟิงที่กำลังยิ้มเยาะถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้านั้นแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับสายตาคู่นั้น—สายตาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไร้ซึ่งความสิ้นหวัง มีเพียง... ความเย็นชาที่เฉียบคมจนน่าสะพรึงกลัว ราวกับพญายมที่กำลังมองดูคนใกล้ตาย "เจ้า... มองอะไรไอ้สวะ!" ไป๋หยุนเฟิงรู้สึกเสียหน้า เสียงของเขาจึงตวาดกร้าวขึ้นด้วยความโกรธ พร้อมทั้งปล่อยแรงกดดันจากพลังปราณขั้นรวบรวมลมปราณระดับเจ็ดพุ่งเข้ากดทับร่างของเยว่เทียนเฉินทันที *ตูม!* พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของเยว่เทียนเฉินแตกร้าวเป็นรอยแยก แรงกดดันระดับนั้นมากพอจะทำให้กระดูกของคนธรรมดาแหลกละเอียดได้ในพริบตา ทว่าเยว่เทียนเฉินกลับเพียงแค่ขยับมุมปากเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยันอย่างถึงที่สุด "สวะอย่างนั้นรึ..." เสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากลำคอแหบพร่า ทว่ากลับก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ราวกับเสียงกระบี่คำรามใต้น้ำแข็งพันปี "ไป๋หยุนเฟิง เจ้าคิดว่าสุนัขที่เห่าหอนอยู่บนยอดเขานี้ นานแค่ไหนกันถึงจะรู้สำนึกว่า... ฝูงหมาป่าที่แท้จริงเขากัดกันอย่างไร" "สามหาว!" ไป๋หยุนเฟิงบันดาลโทสะ ฝ่ามือเคลือบด้วยเปลวเพลิงสีชาดพุ่งตรงเข้าหมายจะปลิดชีพคนตรงหน้าในกระบวนท่าเดียว ฐานะศิษย์พี่ใหญ่ของเขาไม่อาจยอมให้ไอ้ขยะตัวนี้มาหยามเกียรติได้ต่อหน้าธารกำนัล! ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เมฆาที่คิดว่าหัวของเยว่เทียนเฉินคงหลุดจากบ่าในพริบตา ร่างของเด็กหนุ่มกลับไม่ขยับหนี เขารอคอย... รอคอยจังหวะที่เปลวเพลิงนั้นเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง จิตวิญญาณแห่งมหาเทพกระบี่น้ำค้างแข็งที่หลับใหลอยู่ลึกที่สุดในห้วงทะเลปราณอันแห้งผาก ก็พลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง! *เปรี้ยง!* ประกายแสงสีฟ้าครามเยือกแข็งระเบิดออกจากร่างของเยว่เทียนเฉินอย่างไร้ที่มา อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำค้างเกาะพราวบนใบไม้ในพริบตา ลมปราณอันบริสุทธิ์และทรงพลังระดับที่ไป๋หยุนเฟิงไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าผ่าทะลุเมฆาหมอกหนาทึบจนเกิดเสียงคำรามกึกก้องจากสรวงสวรรค์! เปลวเพลิงในมือของไป๋หยุนเฟิงมอดดับลงทันทีราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งหมื่นปี ร่างของเขาถูกแรงสะท้อนอันมหาศาลซัดกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด นัยน์ตาเบิกกว้างมองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทาน้อยๆ อย่างควบคุมไม่ได้ "ทะ... ทางนี้มัน... พลังบ้าอะไรกัน! รากปราณของเจ้า..." ไป๋หยุนเฟินละล่ำละลักพูดไม่ออก เยว่เทียนเฉินก้มลงมองฝ่ามือของตนเองที่บัดนี้มีไอเย็นสีครามระยิบระยับปกคลุมอยู่จางๆ เขายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับศิษย์พี่ใหญ่ผู้เย่อหยิ่ง พร้อมกับเอמהดน้ำเสียงทรงอำนาจที่สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจของทุกคน "จำไว้... นี่คือจุดเริ่มต้นของการทวงคืนทุกลมหายใจที่พวกเจ้าเคยติดค้างข้า" ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนที่เพิ่งกระจ่างใสกลับพลันมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เมฆาอัสนีสีดำสนิทม้วนตัวเข้าหากันเป็นวงกว้าง พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่กดทับลงมาจากรอยแยกมิติเบื้องบน—แรงกดดันที่ทำให้แม้แต่ผู้วิเศษยังต้องคุกเข่า! ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายหงส์โลหิต ปรากฏกายขึ้นกลางห้วงอากาศอย่างไร้ร่องรอย นางก้าวเดินบนกลีบดอกไม้สีโลหิตที่ร่วงหล่นจากความว่างเปล่า ใบหน้างดงามล่มเมืองราวนางพญาเซียนผู้เยือกเย็น ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความดุร้ายและอำมหิต นางกวาดสายตาคมกริบมองลงมายังเบื้องล่าง ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะเอ่ยวาจาอันเย็นเยียบที่ทำให้ทั้งหุบเขาเงียบสงบราวกับป่าช้า "เจอตัวแล้ว... เจ้าหนุ่มน้อย ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าตายก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้าด้วยมือของตนเอง?" - - - - - - - - - - - ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันเยือกเย็นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกแข็งสยบมารฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%