"เจอตัวแล้ว... เจ้าหนุ่มน้อย ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าตายก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้าด้วยมือของตนเอง?"
สุ้มเสียงแหบพร่าทว่าทรงพลังอำนาจดังก้องกังวานสะท้อนไปทั่วโตรกผาอัคคี โลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินหยดลงบนพื้นศิลาเย็นเยียบ ทว่าแววตาของเยว่เทียนเฉินกลับหาได้มีความหวาดหวั่นพรهاพรึงไม่ ร่างกายที่บอบช้ำจากการหักโหมวิถีกระบี่ในครา1ก่อนเริ่มสั่นสะท้าน ทว่าจิตวิญญาณแห่งเซียนกลับถูกหล่อเลี้ยงไว้ด้วยเพลิงโทสะและเจตจำนงอันดื้อรั้นที่จะฝืนลิขิตฟ้า
"หึ... คิดว่าข้าจะยอมจำนนต่อความตายอันไร้ค่าเช่นนั้นหรือ?" เยว่เทียนเฉินแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก โลหิตที่กระอักออกมาถูกไอความร้อนแผดเผาจนกลายเป็นไอระเหยสีชาด เขายันกายลุกขึ้นด้วยปลายกระบี่น้ำค้างแข็งที่ปักตรึงอยู่กับพื้น ดึงดันดึงรั้งสังขารที่ใกล้แตกสลายให้ยืนหยัดเผชิญหน้ากับเงาร่างลึกลับที่ค่อยๆ ก้าวผ่านม่านหมอกโลหิตเข้ามาใกล้
ในห้วงมิติแห่งจิตสำนึกของเขานั้น เวลานี้กำลังเกิดมหาสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ระหว่างไอเย็นยะเยือกของวิถีกระบี่หมื่นปีและอัคคีจิตวิญญาณเซียน
มู่หรงเสวี่ย ซึ่งยืนอยู่ ณ มิติเบื้องบนในร่างเงาทิพย์โปร่งแสง นางพญาเซียนผู้เยือกเย็นสง่างามแห่งวังวนโลหิต ทอดมองบุรุษผู้ดื้อรั้นเบื้องล่างด้วยแววตาที่ฉายประกายความซับซ้อนระคนชื่นชม นางเอ่ยขึ้นเบาๆ ในจิตสำนึกของเขา *'เทียนเฉิน... หากเจ้ายังฝืนดูดซับปราณอัคคีบรรพกาลในสภาพนี้ เส้นลมปราณเก้าสวรรค์ของเจ้าจะแหลกสลายกลายเป็นจุล ปล่อยมือจากความแค้นชั่วคราวแล้วให้ข้า..."*
"ไม่ต้อง!" เยว่เทียนเฉินส่งเสียงคำรามก้องในห้วงจิต "ความแค้นตระกูลเยว่ หากข้าไม่สะสางด้วยมือตนเอง ต่อให้วิญญาณแตกดับสลายกลายเป็นผุยผง ข้า... ก็จะไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใดทั้งสิ้น!"
สิ้นเสียงคำรามนั้น เปลวเพลิงสีทองเจิดจ้าก็พวยพุ่งทะยานออกจากตันtian (ตันเถียน) ของเขา ราวกับมังกรเพลิงที่ถูกจองจำมานานนับหมื่นปี ทะลวงทะยานผ่านจุดชีพจรทั่วร่างอย่างไร้ความปรานี เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบราวกับจะแตกหักออกเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการชำระล้างไขกระดูกด้วยอัคคีเทวะบรรพกาลทำให้ทั่วร่างของเขาอาบชุ่มไปด้วยเหงื่อผสมโลหิต
แต่นั่นคือราคาของการกำเนิดใหม่!
"เคล็ดวิชาหลอมกายเทวะบรรพกาล... เปิด!"
ฉับพลันนั้น ลมพายุหมุนวนขนาดมหึมาก็ก่อตัวขึ้นกลางโตรกผาอัคคี ปราณฟ้าดินนับหมื่นลี้ถูกดูดกลืนเข้ามายังร่างของเยว่เทียนเฉินราวกับหลุมดำอันไร้ก้นบึ้ง ท้องนภาที่เคยโปร่งใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต เมฆทัณฑ์สวรรค์คำรามลั่นสนั่นหวั่นไหว สายฟ้าสีครามสลับทองฟาดผ่าลงมาหมายจะทำลายล้างผู้ที่กล้าอาจหาญท้าทายกฎแห่งสวรรค์
เงาร่างลึกลับที่กำลังพุ่งเข้ามาหมายเด็ดหัวเขาต้องชะงักงันโดยพลัน แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ขยายออกไปจนทำให้แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น "นะ... นี่มันเคล็ดวิชาต้องห้ามอันใดกัน เหตุใดเด็กเมื่อวานซืนผู้นี้จึงสามารถดึงดูดพลังปราณฟ้าดินได้มหาศาลถึงเพียงนี้!"
มู่หรงเสวี่ยที่เฝ้ามองอยู่เบื้องบน ยกย่องริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา นางยื่นมือเรียวดุจหยกขาวออกไปกลางอากาศ ไอเย็นจากกระบี่น้ำค้างแข็งพวยพุ่งเข้าปกป้องคุ้มครองร่างของเยว่เทียนเฉินจากสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์สายแรกที่พุ่งตรงลงมา
*’ไปเสีย... เทียนเฉิน ทะลวงมันให้สิ้นซาก แสดงให้สวรรค์เห็นว่าผู้ใดคือนายเหนือหัวที่แท้จริงแห่งวิถีกระบี่นี้’* เสียงหวานล้ำทว่าเย็นชานั้นดังก้องอยู่ในจิตวิญญาณของเขา
เยว่เทียนเฉินแผดเสียงคำรามลั่นฟ้าดิน ดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งสุริยัน ร่างกายที่เคยบอบช้ำบัดนี้ถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่ด้วยกล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแกร่งดุจทองคำและเหล็กกล้า พลังปราณในร่างทะยานขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัดจากขอบเขตหลอมรวมลมปราณ สู่ขอบเขตแก่นแท้... และกำลังจะทะลวงผ่านไปสู่ขอบเขตหลอมรวมวิญญาณในชั่วพริบตา!
ทว่า ในวินาทีที่พลังกำลังถึงจุดสูงสุดเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด ทันใดนั้นเอง พื้นศิลาเบื้องล่างที่ควรจะสงบกลับแตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของไอหมอกสีดำทมิฬที่เย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่ากระบี่น้ำค้างแข็ง
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องขึ้นมาจากรอยแยกนั้น ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกที่ไร้ก้นบึ้ง
"นึกไม่ถึงเลยว่า... ขุนพลมารฟ้าที่หลับใหลมานับหมื่นปี จะตื่นขึ้นเพราะกลิ่นอายโลหิตของเจ้า... เยว่เทียนเฉิน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าข้ามห้วงมิติแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ไป2ด้วยกันนะคะ
กระบี่เยือกแข็งสยบมารฟ้า•ตอนที่ 2
ประกายอัคคีในห้วงวิญญาณ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกแข็งสยบมารฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
