เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 6

แผลเป็นจากความทรงจำ

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยวนในแสงสลัวจากช่องหน้าต่างห้องเก็บเอกสารใต้ถุนโรงพยาบาล ช่างคล้ายคลึงกับกลิ่นอายของความทรงจำที่รินรดาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้พื้นคอนกรีตหนาเตอะมานานนับทศวรรษ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวค่อยๆ พลิกแฟ้มประวัติคนไข้เก่าคร่ำครึ แฟ้มแล้วแฟ้มเล่า จนกระทั่งมาสะดุดอยู่ที่เอกสารสีเหลืองกรอบฉบับหนึ่ง—รายงานการสงเคราะห์เด็กเมื่อยี่สิบปีก่อน ตัวอักษรพิมพ์ดีดสีดำจางๆ ปรากฏชื่อของเด็กหญิงวัยแปดขวบคนหนึ่ง... เด็กหญิงที่ถูกทิ้งไว้ลำพังบนเก้าอี้พลาสติกสีเขียวซีดของแผนกฉุกเฉิน พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเล็กและจดหมายลาตายปลอมๆ ที่พ่อแม่เขียนปัดความรับผิดชอบ *“เราเลี้ยงเธอไม่ไหว เธอไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นเลย ความล้มเหลวของเธอเป็นภาระเกินกว่าที่เราจะแบกรับต่อไปได้”* ถ้อยคำเหล่านั้นกรีดซ้ำลงบนรอยแผลเป็นในใจของรินรดา ราวกับมีใครเอาเศษแก้วมาบาดลึกซ้ำที่เดิม แรงสั่นสะเทือนจากอดีตถาโถมเข้าใส่จนเธอต้องใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไม้ไว้แน่น ลมหายใจสะดุดติดขัด ดวงตาคู่คมที่เคยนิ่งสงบยามวินิจฉัยคนไข้ กลับไหวระริกสะท้อนเงาความโดดเดี่ยวในวัยเยาว์ ภาพเหตุการณ์วันนั้นฉายชัดขึ้นมาในหัว สมองของเธอยังคงจำสัมผัสของความหนาแน่นในอากาศยามที่แม่หันหลังเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะที่ค่อยๆ ห่างออกไป—เสียงที่กลายเป็นนาฬิกาทรายนับถอยหลังความมั่น and ความศรัทธาในคำว่า "ครอบครัว" ของเธอให้พังทลายลงทีละน้อย "คุณหมอรินคะ..." เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ พร้อมกับเสียงเรียกจากพยาบาลหน้าห้อง ทำให้รินรดาสะดุ้งตื่นจากภวังค์มืดมน เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่หยาดน้ำใสที่เอ่อคลอหน่วยออกไป สูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอดเพื่อดึงสติกลับสู่ปัจจุบัน "มีอะไรรึเปล่าคะพยาบาลนภา" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วจะยังคงเย็นเฉียบ "คุณหญิงภารดีมาถึงแล้วค่ะ... แล้วก็... ธันวาอาการไม่ค่อยดีเลยค่ะ แกเอาแต่ร้องไห้หาคุณหมอ และปฏิเสธที่จะเล่นเปียโนในห้องฝึกซ้อม บอกว่าถ้าเล่นไปก็ไม่มีใครรักอยู่ดี" ประโยคสุดท้ายพุ่งชนเข้ากลางหน้าอกของจิตแพทย์สาวอย่างจัง ความเจ็บปวดจากอดีตของเธอเองกับความร้าวฉานของเด็กชายวัยสิบขวบซ้อนทับกันสนิท รินรดารู้ดีว่าธันวากำลังเผชิญหน้ากับปีศาจตัวเดียวกันกับที่เคยหลอกหลอนเธอ—ปีศาจที่บอกว่า *“ความรักมีเงื่อนไข และเธอต้องสมบูรณ์แบบเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ได้รับมัน”* รินรดาวางแฟ้มประวัติสีเหลืองกรอบลงในกล่องกระดาษอย่างทะนุถนอม ปิดฝาลงราวกับปิดตายหีบศพของความอ่อนแอ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อกาวน์สีขาวให้เข้าที่ ก้าวเท้าเดินออกจากห้องเก็บเอกสารด้วยท่าทีที่มั่น ทว่า ในใจกลับกู่ร้องด้วยความหวาดกลัว... เธอกลัวเหลือเกินว่า ความพยายามทั้งหมดในการเยียวยาธันวา จะเป็นเพียงการสะท้อนความจริงอันน่าสมเพชที่ว่า จิตแพทย์ผู้พิทักษ์สิทธิเด็กอย่างเธอ แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงเด็กหญิงผู้ถูกทอดทิ้ง ที่ไม่มีวันรักษาแผลเป็นของตัวเองได้เลย เมื่อเปิดประตูห้องรับรองพิเศษ เสียงโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดของคุณหญิงภารดีก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท "ฉันจ้างคุณมาเพื่อรักษาลูกให้กลับไปประกวดเวทีระดับชาติ ไม่ใช่ให้มานั่งฟังเด็กมันงอแงเรื่องความรักบ้าบออะไรพวกนี้! ถ้าธันวาแพ้การแข่งขัน คุณหมอต้องเป็นคนรับผิดชอบ!" รินรดาไม่ได้ตอบโต้ เธอก้าวผ่านร่างของคุณหญิงภารดีไปอย่างเยือกเย็น สายตาสบเข้ากับเด็กชายธันวาที่ขดตัวอยู่มุมห้อง ดวงตากลมโตบวมช้ำเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและร่องรอยของการถูกทำร้ายทางจิตใจอย่างรุนแรง ทว่า ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากปลอบโยนเด็กน้อย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับชายในชุดสูทสีเข้มที่รินรดาไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในสถานที่แบบนี้—ผู้ชายคนนั้นคือทนายความส่วนตัวของตระกูลใหญ่ ที่กุมความลับทั้งหมดเกี่ยวกับการสละสิทธิ์การปกครองเธอเมื่อยี่สิบปีก่อน "สวัสดีครับคุณหมอรินรดา ไม่ได้เจอกันนานนะ... ดูเหมือนคุณกำลังพยายามช่วยเด็กคนนี้ไม่ให้มีชะตากรรมเดียวกับคุณเมื่อก่อนสินะครับ?" ชายแปลกหน้ายิ้มเยาะด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของจิตแพทย์สาวเย็นเฉียบลงฉับพลัน ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับรอยร้าวของตัวละครในบทนี้ครับ — กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%