"ถ้าคุณคิดว่าการขังเด็กไว้ในความเงียบคือวิธีสร้างอัจฉริยะ คุณกำลังเข้าใจผิดอย่างมหันต์ค่ะ คุณหญิง"
รินรดาวางแฟ้มประวัติคนไข้ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เสียงปึกที่เกิดขึ้นไม่ได้ดังมาก แต่มันเหมือนการทิ้งระเบิดกลางห้องทำงานอันโอ่อ่าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกลิลลี่อบแห้ง—กลิ่นที่เธอเริ่มรู้สึกว่ามันฉุนกึกจนคล้ายกลิ่นยาฆ่าแมลง
คุณหญิงภารดีไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากถ้วยน้ำชาชั้นดี ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตจับก้านช้อนเงินคนชาเบาๆ เสียงโลหะกระทบกระเบื้องเคลือบดัง 'กริ๊ก' เป็นจังหวะที่เยือกเย็นและมั่นคง
"หมอรินรดาคะ..." เสียงของคุณหญิงแผ่วเบา ทว่าแฝงด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกตัวลีบเล็กลง "ความเข้าใจของคนทั่วไปกับความสำเร็จที่แท้จริงมันมีเส้นกั้นบางๆ กั้นอยู่ และธันวา... เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเด็กธรรมดาที่เอาแต่เล่นซน เขามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อชื่อเสียงของตระกูล"
"เขาเป็นเด็กนะคะ ไม่ใช่สมบัติ!" รินรดาเผลอขึ้นเสียง ก่อนจะรีบดึงสติกลับมา เธอสูดหายใจลึก พยายามปรับแววตาให้เรียบเฉยตามวิชาชีพ แต่ในหัวเธอยังคงหลอนกับคำเตือนเมื่อครู่เกี่ยวกับ 'ห้องใต้ดิน' นั่น
เธอมองเห็นรอยร้าวบนผนังห้องที่ปกปิดด้วยภาพวาดสีน้ำมันราคาแพง รอยร้าวที่ดูเหมือนแผลเป็นบนผิวหนังที่ถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางชั้นดี
"หมอคิดว่าตัวเองรู้จักเด็กคนนี้ดีแค่ไหน?" คุณหญิงวางช้อนลงแล้วเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นเย็นชาเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก "หมอเพิ่งมาดูแลเขาได้แค่ไม่กี่เดือน แต่ฉันเลี้ยงเขามาสิบปี ฉันรู้ดีว่าอะไรคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับลูก... การที่เขาซึมเศร้า มันเป็นแค่ช่วงปรับตัวของเด็กที่ไม่มีความอดทนพอต่างหาก"
รินรดาแค่นยิ้ม มุมปากของเธอสั่นระริกด้วยความโกรธที่พยายามกดทับ "ความอดทนหรือคะ? หรือเป็นเพราะเขาต้องนั่งซ้อมเปียโนวันละแปดชั่วโมงจนนิ้วบวมช้ำ ต้องทานยาเพื่อกดอาการตื่นตระหนกก่อนขึ้นเวทีคอนเสิร์ต คุณหญิงเรียกสิ่งนี้ว่า 'การเลี้ยงดู' แต่ในทางจิตวิทยา เราเรียกว่า 'การทารุณกรรมทางอารมณ์'"
"คุณหมอ!" คุณหญิงลุกขึ้นยืนพรวด เสียงเก้าอี้ไม้ครูดกับพื้นหินอ่อนดังแหลมบาดหู "อย่าเอาทฤษฎีในตำรามาตัดสินชีวิตคนในบ้านนี้ คุณไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายวิธีสอนลูกของฉัน!"
"ฉันมีสิทธิ์ในฐานะหมอเจ้าของไข้ และในฐานะคนที่มองเห็นว่าลูกของคุณกำลังแตกสลาย" รินรดาลุกขึ้นประจันหน้า ความสูงของเธอไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณหญิงเลย "คุณกลัวอะไรคะ? กลัวว่าถ้าธันวาไม่ได้เป็นอัจฉริยะ หน้ากากที่ชื่อว่า 'แม่ดีเด่น' ของคุณจะหลุดออกมางั้นหรือ?"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของคุณหญิงภารดีวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวราวกับกำแพงแก้วที่ไม่มีวันทลาย
"ถ้าคุณหมอคิดว่าที่นี่คือสนามรบที่จะมาปลดปล่อยความคับแค้นส่วนตัวของตัวเอง คุณคิดผิดแล้ว" คุณหญิงเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงรุนแรงจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ "กลับไปทำหน้าที่ของคุณเสีย อย่าให้ฉันต้องเปลี่ยนหมอประจำตัวธันวา... และจำไว้ว่า ในบ้านหลังนี้ มีความลับบางอย่างที่ถ้าใครขุดขึ้นมา มันอาจจะฝังคนขุดลงไปแทน"
รินรดานิ่งงัน คำพูดนั้นตอกย้ำถึงคำเตือนที่ได้รับก่อนหน้านี้ ความกลัวเริ่มเกาะกินใจ แต่ความสงสารธันวายิ่งรุนแรงกว่า เธอตัดสินใจก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะหยิบกระเป๋าเตรียมตัวกลับ
"ความลับที่คุณเก็บไว้ในห้องใต้ดินนั่น..." รินรดาหยุดชะงักที่หน้าประตู เธอไม่หันกลับไปมอง แต่จงใจเอ่ยให้ดังก้องไปทั่วห้อง "มันอาจจะพังทลายลงมาทับคุณเองสักวันหนึ่ง และถึงตอนนั้น ต่อให้ใช้เงินทั้งตระกูลซื้อชื่อเสียงกลับมา มันก็ไม่มีความหมายหรอกค่ะ"
เธอก้าวเท้าออกจากห้องทำงานของคุณหญิงภารดีด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเหล็กดัดบานใหญ่ที่กั้นระหว่างโซนรับแขกกับโถงทางเดินมืดๆ ของคฤหาสน์ เธอก็ต้องชะงักเมื่อพบกับใครบางคนยืนรออยู่ตรงมุมมืด
เด็กชายร่างผอมบางในชุดนอนสีขาว ธันวายืนกอดตุ๊กตาหมีตัวเก่าที่ดูมอมแมม ดวงตาของเขาดูว่างเปล่าราวกับหลุมลึกที่ไม่มีวันเติมเต็ม เขาชี้มือไปที่รอยแยกเล็กๆ บนฝ้าเพดานเหนือศีรษะ
"หมอรินครับ..." เสียงของเด็กชายสั่นเครือ "ใต้ห้องใต้ดินนั่น... ไม่ใช่แค่เสียงร้องไห้หรอกนะครับ"
ธันวากระซิบด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจนรินรดารู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"มันมีเสียงคนเคาะกระจก... จากด้านในที่ไม่มีใครมองเห็น"
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอหันกลับไปมองประตูห้องของคุณหญิงที่เพิ่งเดินออกมา ประตูนั้นแง้มเปิดออกเพียงเล็กน้อย และดวงตาคู่หนึ่งของคุณหญิงกำลังจ้องมองมาผ่านช่องแคบๆ นั้นด้วยความเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายเธอหยุดไหล
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวของทุกชีวิตครับ — กระจกเงาสะท้อนใจ
เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 9
การเผชิญหน้าครั้งแรก
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!