"ผลงานชิ้นนี้... ลอกเลียนแบบมาจากคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงของฉันชัดๆ! มารยาทและความละอายใจของดีไซเนอร์โนเนมสมัยนี้นี่มันไม่มีเหลือแล้วจริงๆ สินะคะ"
เสียงแหลมสูงเจือความเย่อหยิ่งและเหยียดหยามดังขึ้นกลางห้องจัดแสดงแฟชั่นแบรนด์หรูระดับไฮเอนด์ ท่ามกลางแสงแฟลชจากสำนักข่าวแฟชั่นนับสิบที่รุมล้อม ร่างของ *มิน트* เซเลบสาวชื่อดังประจำกรุงกำลังยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอยู่เบื้องหน้า หญิงสาวในชุดเดรสยาวสีขาวบริสุทธิ์กำลังทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ มือบางสั่นเทาขณะพยายามเก็บเศษผ้าและร่างแบบชุดดีไซน์ที่ถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดี
นั่นคือ *ลินดา* ดีไซเนอร์สาวรุ่นน้องผู้มีพรสวรรค์ล้นเหลือแต่ไร้ซึ่งเส้นสายและทุนทรัพย์ เธอคือเด็กสาวสู้ชีวิตที่เอวาเคยยื่นมือเข้าช่วยเหลือไว้ในคราบนักลงทุนปริศนาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน และในตอนนี้... หญิงสาวผู้ถูกขนานนามว่าเป็นอดีตภรรยาตกอับของตระกูลดังอย่างเอวา กำลังยืนกอดอกพิงเสาสไตล์โรมันด้วยท่าทางสบายๆ สวมแว่นกันแดดสีชาแบรนด์ดังที่ปกปิดดวงตากลมโตคู่สวย แต่ไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มเยาะที่มุมปากได้อย่างมิดชิดเลยแม้แต่น้อย
เอวาปรายตามองภาพตรงด้วยแววตานิ่งสนิท ความทรงจำเกี่ยวกับคำพูดเย้ยหยันของคู่หมั้นหนุ่มจอมปลอมที่เพิ่งทิ้งระเบิดไว้ในตอนที่แล้วยังคงก้องอยู่ในหัว *“ยินดีด้วยกับการหย่าขาดอย่างสมบูรณ์แบบนะที่รัก… หวังว่าเธอจะยังจำคู่หมั้นคนนี้ได้นะ เอวา”*
ชิ... คู่หมั้นบ้าบออะไรกัน หน้าตาก็เหมือนกระดาษทรายเบอร์หยาบที่ไร้ซึ่งรสนิยม คิดว่าส่งข้อความมากวนประสาทแล้วเธอจะสะท้านงั้นหรือคะ? ฝันไปเถอะค่ะ! ในเมื่อเธอเลือกที่จะเดินออกจากตระกูลนั้นพร้อมกับบัญชีธนาคารที่มีตัวเลขยาวเป็นหางว่าวและระบบสนับสนุนสุดโกงแล้ว สิ่งแรกที่เอวาต้องทำก็คือการตบหน้าพวกที่ดีแต่เหยียบย่ำคนอื่นให้หน้าหงายคาเท้าต่างหากล่ะคะ!
"คุณมินต์คะ... พูดให้มันน้อยๆ หน่อย ชุดนี้ฉันร่างแบบและตัดเย็บด้วยหยาดเหงื่อและความฝันของตัวเองทุกตะเข็บนะคะ!" ลินดาเอ่ยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มเนียนอย่างน่าสงสาร แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากกลุ่มไฮโซที่ยืนล้อมรอบ
"หึ! ดีไซเนอร์โนเนมอย่างเธอเนี่ยนะจะคิดแบบนี้ได้? ฝีมือระดับนี้ต่อให้ให้อีกสิบชาติก็ไม่มีวันเทียบเท่าแบรนด์ *Aura Couture* ของคุณมินต์ได้หรอกค่ะ ลอกเขามาแล้วยังหน้าด้านเถียงอีก!" บรรดาแฟชั่นนิสต้าตัวประกอบต่างพากันผสมโรงเพื่อประจบประแจงเซเลบสาวกันอย่างออกหน้าออกตา
มินต์ยกยิ้มมุมปากอย่างได้ใจ หล่อนยื่นปลายรองเท้าส้นสูงปักคริสตัลมาเหยียบทับลงบนร่างแบบชุดดีไซน์ชิ้นสุดท้ายที่ลินดาถือไว้ ขยี้มันจนยับเยินต่อหน้าธารกำนัล "เห็นไหมคะทุกคน... คนพวกนี้ก็แค่มดปลวกที่เกาะกระแสความดังของฉันกินเท่านั้นแหละค่ะ เชิญรุมถ่ายรูปไปประจานความไร้ยางอายของยัยนี่ได้เลยนะคะ!"
*แชะ แชะ แชะ!*
เสียงชัตเตอร์รัวเร็วดั่งห่าฝน ท่ามกลางความสิ้นหวังที่โถมเข้าใส่หัวใจดวงน้อยของลินดาจนแทบแหลกสลาย หญิงสาวซบหน้าลงกับฝ่ามือสะอื้นไห้อย่างไร้ทาง
ทว่า... ในวินาทีที่ความมืดมนเข้าปกคลุม ส้นสูงสีแดงเพลิงสุดหรูคู่หนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลินดาอย่างสง่างาม กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมวานิลลาอันเป็นเอกลักษณ์ลอยกรุ่นแตะจมูก พร้อมกับมือเรียวบางที่สวมถุงมือลูกไม้สีดำยื่นลงมาจับข้อศอกของเด็กสาวให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ
ลินดาเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาแดงก่ำ และเมื่อเห็นว่าเป็นใคร หัวใจที่เคยดิ่งเหวก็พลันอุ่นวาบขึ้นมาทันที "คุณ... คุณเอวา..."
เอวาไม่ได้เอ่ยตอบเด็กสาวในทันที เธอถอดแว่นกันแดดสีชาออกช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาคู่คมที่ฉายแววเยือกเย็นและทรงอำนาจจนทำเอาคนมองต้องผวา ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีไอยราก้าวผ่านร่างของลินดาไปยืนเผชิญหน้ากับมินต์และกลุ่มเซเลบจอมปลอมด้วยท่าทีเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
"อ้าว นึกว่าใครที่ไหน... ที่แท้ก็คุณเอวาอดีตคุณนายตระกูลใหญ่ที่เพิ่งถูกเขี่ยทิ้งนี่เองนะคะ" มินต์หรี่ตามองด้วยความริษยาปนสมเพช แม้ว่าอีกฝ่ายจะดูสวยสะดุดตาขึ้นเป็นกอง แต่ในวงการแฟชั่นเวลานี้ เอวาเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวคนเดียวที่ไร้ซึ่งอำนาจสนับสนุนจากสามีเก่า "มาทำอะไรที่นี่คะ หรือว่าคิดจะมาสมัครเป็นเด็กยกกระเป๋าในงานแฟชั่นโชว์ของฉันกันแน่?"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเบาๆ ในหมู่ผู้ชม เอวากลับไม่ได้แสดงสีตื่นตระหนกหรือโกรธเกรี้ยวแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากของเธอกลับยิ่งทวีความน่ากลัวขึ้นไปอีกหลายเท่า
"เด็กยกกระเป๋าเหรอคะ? ฟังดูเป็นอาชีพที่คุณมินต์น่าจะถนัดและคุ้นเคยดีนี่คะ เพราะดูจากผลงานชุดล่าสุดของคุณบนรันเวย์แล้ว... ก็คงก๊อปปี้ดีไซน์มาจากห้องเสื้อชื่อดังในมิลานมาแบบคำต่อคำจนแทบไม่ต้องใช้สมองเลยสักนิดเดียวไม่ใช่เหรอคะ?" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกคำพูดทำเอาสีหน้าของมินต์เปลี่ยนสีฉับพลัน
"นี่เธอ! พูดจาให้เกียรติกันบ้างนะ! มีหลักฐานอะไรมาปรักปรำฉันยะ!" มินต์กรีดเสียงแหลมด้วยความร้อนตัว
"หลักฐานน่ะเหรอคะ..." เอวายกยิ้มมุมปาก เธอสะบัดมือเรียกผู้จัดการส่วนตัวของงานให้อึดอัดเดินเข้ามาหาทันที พร้อมกับโยนแท็บเล็ตหน้าจอแสดงผลเอกสารการจดสิทธิบัตรดีไซน์ลงบนโต๊ะกลางห้องอย่างไม่แยแส "ไฟล์ต้นฉบับการออกแบบชุดราตรีคอลเลกชันนี้ถูกส่งเข้าสู่ระบบลิขสิทธิ์สากลโดย *ลินดา* ตั้งแต่สามเดือนก่อนหน้านี้แล้วค่ะ ในขณะที่คุณมินต์เพิ่งจะเอาแบบร่างที่ขโมยมาจากถังขยะในสตูดิโอของเธอไปยื่นจดทะเบียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว... แบบนี้เรียกว่าหลักฐานมัดตัวแน่นหนาพอที่จะทำให้คุณต้องนอนซังเตสักกี่ปีดีคะคุณมินต์?"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องจัดแสดงทันที บรรดาสำนักข่าวแฟชั่นหันเลนส์กล้องไปทางมินต์ที่หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมจนเครื่องสำอางราคาแพงเริ่มเยิ้ม
"มะ... ไม่จริงนะ! ยัยเด็กนี่มันไม่มีปัญญาทำหรอก!" มินต์โวยวายเสียงหลง
"ไม่มีปัญญาเหรอคะ?" เอวาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอหันไปพยักพริบตากับระบบอัจฉริยะในหัวที่ส่งเสียงแจ้งเตือนความมั่งคั่งเข้ามาเบาๆ *ติ๊ง! ตรวจพบยอดเงินพร้อมใช้งาน: 5,000,000,000 บาท*
หึ... เงินในบัญชีมันร้องเรียกหาเรื่องเสียเงินใหม่อีกแล้วสินะคะ!
เอวาควักบัตรเครดิตสีดำสนิทฝังเพชรแท้ส่องประกายระยิบระยับออกมาจากกระเป๋าถือแบรนด์เนมอย่างไม่รีบร้อน เธอคีบมันไว้ด้วยปลายนิ้วเรียวสวยราวกับมันเป็นเพียงแค่เศษกระดาษไร้ค่า ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงก้องกังวานที่สะท้อนก้องไปทั่วทั้งห้องโถง
"ในเมื่อพวกคุณบอกว่าเด็กคนนี้ไม่มีทุนทรัพย์และไม่มีปัญญา... งั้นฉันในฐานะ 'ประธานบริหารคนใหม่' ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลกแบรนด์นี้ ขอประกาศตรงนี้เลยก็แล้วกันนะคะ..."
เอวากวาดสายตามองผู้คนรอบตัวด้วยแววตาทรงพลัง
"ฉันจะทุ่มเงินลงทุนสามพันล้านบาทเพื่อเปิดห้องเสื้อแฟชั่นชั้นสูงให้กับลินดา และจะกว้านซื้อลิขสิทธิ์แฟชั่นโชว์ทั้งหมดในฤดูกาลนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า... *Aura Couture* ของคุณมินต์ จะไม่มีวันได้เหยียบย่างขึ้นบนรันเวย์ไหนในโลกนี้ได้อีกต่อไป!"
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นทันที ทุกคนต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงกับความใจป๋าและอำนาจเงินมหาศาลของหญิงสาวที่เพิ่งถูกตราหน้าว่าเป็นอดีตภรรยาตกอับ ลินดารีบโผเข้ากอดเอวาด้วยความตื้นตันใจจนน้ำตาไหลพรั่งพรู ขณะที่มินต์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
ทว่า... ในจังหวะที่ความสะใจกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณทางเข้าประตูหลักของห้องจัดแสดง พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปที่ก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็น
กลิ่นอายอันคุ้นเคยและดวงตาคมกริบที่จ้องมองมาทำให้เอวาต้องชะงักฝีเท้า
*ติ๊ง! แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบเป้าหมายระดับอันตราย — คริสเตียน (อดีตสามีโบ้ตัวจริง) ปรากฏตัว ณ จุดเกิดเหตุ!*
คริสเตียนยกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ภรรยาเก่าที่เพิ่งประกาศทุ่มเงินสามพันล้านบาทด้วยแววตาพึงพอใจระคนท้าทาย เขาก้าวเข้าไปใกล้เอวาเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบเดียว ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
"เก่งมากที่รัก... หาเงินเก่งขนาดนี้ สงสัยคืนนี้เราคงต้องกลับไปเคลียร์เรื่อง 'ทะเบียนสมรส' ที่เธอยังเซ็นไม่ครบทุกหน้าบนเตียงกันใหม่ซะแล้วล่ะมั้งคะ?"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและคอยเปย์หัวใจให้ "ม่านหมอกโรแมนซ์" เสมอมานะคะ!
คุณนางร้ายคนนี้ขอหย่าแล้วรวยมาก!•ตอนที่ 16
ช่วยเหลือดีไซเนอร์สาวผู้ถูกกลั่นแกล้ง
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนางร้ายคนนี้ขอหย่าแล้วรวยมาก! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!