กลิ่นอายของโอโซนเทียมผสมผสานกับคราบสนิมเหล็กอายุกับศตวรรษ ลอยอวลอยู่ในห้องควบคุมหลักของยาน *โอไรออน-04* แสงไฟสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบใบหน้าคมสันที่เรียบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน เอเลียส วอน ไม่เคยมีความรู้สึกร่วมกับความเวิ้งว้างของจักรวาล เขามองมันเป็นเพียงสมการทางคณิตศาสตร์ที่ยังแก้ไม่จบ เป็นมวลสารที่ว่างเปล่าซึ่งรอให้ตรรกะอันแม่นยำเข้ามาจัดระเบียบ
นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแผงควบคุมเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทว่าดวงตาสสีเทาเข้มกลับหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อกราฟฟิกการกระเพื่อมของพลังงานบนจอหลักเริ่มเบี่ยงเบนจากค่ามาตรฐาน
“ระบบนำทางกำลังรายงานความผิดพลาดรอบที่สามในรอบสี่นาที... คุณกำลังทำให้เครื่องยนต์ร้อนเกินไปโดยใช่เหตุ คัลเลน”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งอารมณ์ขัน เจือความเยרชาที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีจากสมองกลระเบียบจัด
ร่างสูงโปร่งในชุดนักบินยับยู่ยี่ที่พิงสะโพกอยู่กับขอบคอนโซลหัวมุมห้องหัวเราะในลำคอ คัลเลน ไรซ์ ยกแก้วกาแฟสังเคราะห์ขึ้นจิบ ปล่อยให้ไอความร้อนจางๆ ลอยขึ้นบังสายตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและสัญชาตญาณดิบเถื่อน เขาปรายตามองเพื่อนร่วมงานผู้ยึดติดกับกฎระเบียบราวกับมันคือศาสนา
“ถ้าเรามัวแต่รอให้คอมพิวเตอร์ของคุณอนุมัติเส้นทางตามขั้นตอนความปลอดภัยมาตรฐาน ซากยานบรรทุกของสหพันธ์วงโคจรที่จมอยู่ใต้สนามแรงโน้มถ่วงพิลึกนั่น คงสลายกลายเป็นฝุ่นผงไปนานแล้วครับ เอเลียส... บางครั้งโลกไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขทศนิยมสามตำแหน่งหรอกนะ”
“โลกอาจจะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวเลข แต่มนุษยชาติสูญเสียสิ่งสำคัญไปก็เพราะความประมาทที่ไม่ยอมเคารพกฎของตัวเลขเหล่านี้นี่แหละครับ” เอเลียสสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบหันกลับมาสบกับนัยน์ตาของอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง “คุณก็รู้ดีว่าเขตสุญญากาศเซกเตอร์ 9 ไม่มีอะไรนอกจากซากปรักหักพังและกัมมันตรังสี... การที่คุณลากผมมาที่นี่เพื่อตามหา 'เศษเหล็ก' ตามสัญชาตญาณบ้าๆ ของคุณ มันเสียเวลาทำงานอันมีค่าของผม”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ บทสนทนาที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยแรงเสียดทานทางความคิดระหว่างพวกเขามักจบลงด้วยบรรยากาศที่ชวนอึดอัดเช่นนี้เสมอ ทั้งคู่ยืนอยู่บนขั้วตรงข้าม—คนหนึ่งคือวิศวกรผู้สร้างกำแพงป้องกันความผิดพลาดด้วยตรรกะเหล็กไหล อีกคนคืออดีตนักบินผู้ยอมทิ้งเครื่องแบบและยศถาบรรดาศักดิ์เพื่อวิ่งไล่ตามความจริงอันเลือนรางในความมืดมิด
คัลเลนวางแก้วลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังกระทบกันเบาๆ เขาก้าวเข้ามาประชิดกรอบสายตาของเอเลียส ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัว—กลิ่นอายของฝุ่นดาว น้ำมันเครื่อง และความเสี่ยง—ลอยเข้ามาแตะจมูกของวิศวกรหนุ่ม
“บางที... สิ่งที่คุณเรียกว่าเศษเหล็ก อาจจะมีคำตอบที่คุณใช้เวลาทั้งชีวิตตามหาซ่อนอยู่ก็ได้นะ เอเลียส” คัลเลนกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า ดวงตาคู่สีอำพันฉายแววท้าทายลึกซึ้ง “เลิกมองจอภาพแล้วลองใช้สัญชาตญาณมองดูเสียบ้างสิครับ เผื่อว่าคุณจะเห็นอะไรที่ซ่อนอยู่หลังความว่างเปล่า”
ก่อนที่เอเลียสจะได้เอ่ยถ้อยคำใดเพื่อโต้แย้งความหยิ่งผยองนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงก็กรีดแทรกบรรยากาศขึ้นอย่างกะทันหัน
*ตี๊ด... ตี๊ด... ตี๊ด...*
หน้าจอโฮโลแกรมหลักทั้งหมดดับวูบลงชั่วพริบตา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานระRัว แสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวาบสาดส่องใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสองคนให้ดูราวกับภาพยนตร์ระทึกขวัญ แรงสั่นสะเทือนระดับต่ำแผ่ซ่านมาจากพื้นยาน *โอไรออน-04* ราวกับมีบางสิ่งกำลังเคาะเรียกจากภายนอกสุญญากาศ
เอเลียสขมวดคิ้วมุ่น นิ้วมือรัวลงบนแป้นพิมพ์ความเร็วสูงเพื่อเรียกคืนระบบควบคุม สมองอันชาญฉลาดประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็วตัดความตื่นตระหนกทิ้งไปสิ้น “ไม่ใช่พายุสุริยะ... และไม่ใช่ความผิดพลาดของเครื่องยนต์”
“แล้วมันคืออะไร?” คัลเลนก้าวเข้ามาร่วมหน้าจอด้วยสีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง สัญชาตญาณนักบินทหารตื่นตัวขึ้นในทันที
เอเลียสไม่ได้ตอบ เขาจ้องมองคลื่นความถี่ที่กำลังถูกถอดรหัสขึ้นทีละน้อยบนหน้าจอสำรอง กราฟเส้นหยักที่เคยไร้ระเบียบ บัดนี้กำลังจัดเรียงตัวกันเป็นรูปแบบที่มนุษย์คุ้นเคย มันคือคลื่นสัญญาณเสียงที่ถูกส่งผ่านระบบสื่อสารฉุกเฉินรุ่นโบราณ ซึ่งถูกเข้ารหัสด้วยรหัสทหารระดับสูงที่ถูกยกเลิกไปเมื่อสามสิบปีก่อน
เสียงซ่าของคลื่นรบกวนในสุญญากาศค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจแผ่วเบา... และตามด้วยเสียงกระซิบที่ขาดๆ หายๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่กลับทำให้สันหลังของวิศวกรผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดเยียบเย็นลงอย่างประหลาด
*...พบ... ผู้รอดชีวิต... ยานรบ... ดี-ไนน์-เซเว่น... พวกมัน... กำลัง... กลับมา...*
ทว่าสิ่งที่ทำให้มือของเอเลียสชะงักค้างกลางอากาศ และทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด ไม่ใช่ข้อความเตือนภัยนั้น... แต่เป็นชุดตัวเลขประจำตัวผู้ส่งสัญญาณที่ปรากฏขึ้นที่มุมขวาบนของหน้าจอ
มันคือรหัสประจำตัวของพ่อของเขา—ผู้สูญหายไปพร้อมกับยานสำรวจเมื่อสามสิบปีก่อน ในเขตสุญญากาศมรณะแห่งนี้
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่ความเวิ้งว้างนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรความว่างเปล่ากับนักกู้ซากดวงดาว•ตอนที่ 1
สัญญาณจากสุญญากาศ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรความว่างเปล่ากับนักกู้ซากดวงดาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!