รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 21

เปิดเทอมที่วุ่นวาย

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"พี่สิงห์ทำแบบนี้ทำไมคะ... ตอบพายมาสิ!" เสียงของฉันสั่นเครือจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมหายใจที่หอบถี่ มือที่ถือภาพถ่ายใบนั้นสั่นเทาจนเกือบจะกำมันไว้ไม่อยู่ ภาพของสิงห์ในชุดเสื้อช็อปสีซีดที่เปื้อนคราบเลือดเข้มจัดตัดกับผิวขาวซีดของเขาในความมืด เขากำสร้อยคอเส้นนั้นไว้แน่นจนเส้นเอ็นหลังมือปูดโปน ใบหน้าของเขาในภาพไม่ได้แสดงความหวาดกลัว แต่มันคือความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า รินกอดอกพิงเสาระเบียง ดวงตาคู่สวยคู่นั้นกวาดมองปฏิกิริยาของฉันด้วยความพึงพอใจ "พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำลายความฝันอันสวยหรูของเธอนะคะพาย แต่น้องปีหนึ่งอย่างเธอควรจะรู้ไว้ว่า 'คนดี' ที่เธอคลั่งไคล้น่ะ... เขามีอีกด้านที่แม้แต่แสงแดดก็ไม่อยากจะส่องถึง" ฉันไม่ได้ฟังคำพูดถากถางของรินอีกต่อไป ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ามาในอกเหมือนมีเข็มแหลมนับพันเล่มทิ่มแทง ฉันรีบเก็บซองเอกสารเข้ากระเป๋าแล้วเดินเลี่ยงออกมาทันที หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความคิดในหัวตีกันวุ่นวายไปหมด ทั้งความเชื่อมั่นที่มีต่อสิงห์ และหลักฐานมัดตัวที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้า ชีวิตมหาวิทยาลัยที่ฉันเคยวาดฝันว่าจะเป็นเพียงการเรียนและการทำกิจกรรมรับน้องที่สนุกสนาน บัดนี้กลับกลายเป็นสงครามเย็นที่ฉันต้องแบกรับไว้เพียงลำพัง "พาย! แกไปอยู่ไหนมาเนี่ย รู้ไหมว่าวันนี้มีควิซวิชาภาษาศาสตร์ตอนบ่าย! อาจารย์เพิ่งประกาศเมื่อกี้เองนะ!" มินวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาฉันที่หน้าตึกคณะอักษรฯ ใบหน้าของเพื่อนรักเต็มไปด้วยความกังวล แต่ในวินาทีนี้ ทุกอย่างรอบตัวดูเลือนรางไปหมด ฉันทำได้เพียงฝืนยิ้มที่แข็งค้างส่งไปให้ "อื้อ... เดี๋ยวเรารีบไปเข้าเรียนนะ มินไปจองที่ให้เราก่อนเลย" "เป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าซีดๆ นะแก" มินชะงักฝีเท้า เอื้อมมือมาแตะหน้าผากฉันด้วยความห่วงใย "ถ้าไม่ไหวบอกนะ เดี๋ยวเราหาเหตุผลไปลาให้อาจารย์" "ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ... แค่พักผ่อนน้อยไปหน่อย" ฉันโกหกออกไปคำโต ฉันก้าวเดินไปตามทางเดินที่เนืองแน่นไปด้วยนิสิตที่เร่งรีบกับการเปิดเทอมที่ดูเหมือนจะโหดร้ายขึ้นทุกวัน ตารางเรียนที่อัดแน่นจนแทบไม่มีเวลาหายใจ ทั้งโปรเจกต์กลุ่ม ทั้งงานคณะ และไหนจะเรื่องของสิงห์ที่คอยวนเวียนอยู่ในสมองเหมือนกับนาฬิกาที่นับถอยหลังสู่หายนะ บ่ายวันนั้น ห้องเรียนวิชาภาษาศาสตร์ที่เคยน่าสนใจกลับกลายเป็นสถานที่ที่น่าอึดอัดที่สุด ฉันจดบันทึกตามเสียงบรรยายของอาจารย์โดยไม่รับรู้เนื้อหาแม้แต่นิดเดียว สายตาของฉันเหลือบไปมองหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ เห็นร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดช็อปวิศวะกำลังเดินตัดผ่านสนามหญ้าหน้าตึก ก้าวเดินที่มั่นคงและแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของเขามันทำให้หัวใจฉันกระตุก สิงห์... เขาคือใครกันแน่? พอถึงช่วงเย็นหลังจากควิซจบลง ฉันนั่งทรุดตัวลงที่ม้านั่งหินอ่อนใต้อาคารเรียน ความเหนื่อยล้าทางร่างกายเทียบไม่ได้เลยกับความเหนื่อยล้าในจิตใจ ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูแชทที่ค้างไว้ เป็นข้อความจากสิงห์ที่ส่งมาเมื่อเช้า *‘เย็นนี้เลิกเรียนกี่โมง? เดี๋ยวพี่ไปรับไปทานข้าว ร้านเดิมนะ’* ฉันนิ้วสั่นขณะพิมพ์ตอบกลับไปว่า *‘วันนี้พายมีงานกลุ่มที่ห้องสมุดต่อค่ะ พี่สิงห์ทานไปก่อนเลยนะคะ ไม่ต้องรอ’* ฉันโกหกอีกแล้ว เพื่อที่จะหนีหน้าเขา เพราะฉันยังไม่พร้อมที่จะเห็นดวงตาคู่นั้นดวงตาที่เคยอ่อนโยนกับฉัน แต่มันอาจจะซ่อนความลับที่น่ากลัวเอาไว้ ขณะที่ฉันกำลังตัดสินใจว่าจะเก็บกระเป๋าเดินไปที่ห้องสมุดหรือกลับหอพัก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นใกล้ๆ ฉันเงยหน้าขึ้นหวังว่าจะเป็นมิน แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้ลมหายใจฉันสะดุดกึก สิงห์ยืนอยู่ตรงนั้น... เขาไม่ได้เดินผ่านไป แต่เขายืนจ้องมองฉันด้วยแววตานิ่งสนิท มือของเขาถือถุงใส่ยาแก้ปวดและน้ำขวดหนึ่ง "โกหกไม่เนียนเลยนะตัวเล็ก" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแบบที่เขาชอบใช้ แต่ครั้งนี้มันกลับแฝงความเหนื่อยล้าที่ฉันไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน "พี่สิงห์... ทำไม..." "พี่เห็นเราที่หน้าตึกเมื่อตอนบ่าย หน้าตาเหมือนคนจะร้องไห้ตลอดเวลา" เขานั่งลงข้างๆ ฉัน ระยะห่างที่ใกล้จนฉันได้กลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องและกลิ่นหอมสะอาดๆ จากเสื้อช็อปของเขา "มีอะไรหนักใจหรือเปล่าพาย... เรื่องโปรเจกต์เหรอ หรือว่าเหนื่อยจากรับน้อง?" เขายื่นขวดน้ำให้ ฉันรับมันมาด้วยมือที่เย็นเฉียบ ความสับสนถาโถมเข้ามาอีกครั้ง หากเขาเป็นคนร้ายในภาพนั้น จริงๆ แล้วเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจความรู้สึกคนอื่นได้ขนาดนี้เชียวหรือ? ฉันตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด ฉันหยิบซองเอกสารออกมาจากกระเป๋า วางลงบนม้านั่งระหว่างเราสองคนด้วยมือที่สั่นเทา "พายมีของจะให้พี่ดูค่ะ..." ฉันพูดเสียงเบาหวิว สิงห์มองซองเอกสารนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองหน้าฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นความเคร่งขรึมอย่างฉับพลัน เขาไม่ได้เอื้อมมือไปหยิบมันทันที แต่เขากลับถอนหายใจยาว แล้วขยับตัวลุกขึ้นยืนหันหลังให้ฉัน "อย่าเปิดมันเลยพาย" เสียงของเขากดต่ำจนน่าขนลุก "ถ้าเธออยากให้ความสัมพันธ์ของเรายังคงเป็นแบบนี้... ก็อย่าเพิ่งเปิดมันตอนนี้เลย" เขาก้าวเดินจากไปทิ้งให้ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นกับความว่างเปล่าที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ฉันตัดสินใจฉีกซองเอกสารนั้นออกด้วยความเร็วที่เหนือความคิด ภาพถ่ายใบเดิมร่วงหล่นลงมา แต่มันไม่ใช่ใบเดียว... ในซองยังมีกระดาษอีกแผ่นที่ร่วงตามลงมา เป็นบันทึกประจำวันของแพรวาที่เขียนไว้ในวันสุดท้ายของชีวิต และข้อความบรรทัดสุดท้ายที่เขียนด้วยลายมือขีดเขียนอย่างรีบร้อนมันทำให้หัวใจฉันแทบหยุดเต้น *‘คนที่นัดฉันไปที่นั่น ไม่ใช่สิงห์... แต่เป็นคนที่สวมเสื้อช็อปของเขาไป!’* ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันสับสนของพายและสิงห์มาจนถึงตอนนี้นะคะ ชานมไข่มุกหวานร้อยหวังว่าทุกคนจะยังอยู่เคียงข้างตัวละครของฉันต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%