รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 19

ก้าวข้ามผ่านความกลัว

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“ถ้าพี่สิงห์ไม่อยากเล่า ก็ไม่ต้องฝืนหรอกค่ะ แต่รินไม่ยอมให้พี่เอาชีวิตไปแขวนไว้กับความทรงจำเน่าๆ ของผู้หญิงที่ตายไปแล้วแบบนี้แน่” เสียงของรินยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของฉัน แม้เหตุการณ์นั้นจะผ่านไปข้ามคืนแล้วก็ตาม ฉันนั่งกอดเข่าอยู่บนม้านั่งหินอ่อนหน้าตึกกิจกรรม จ้องมองแผ่นกระดาษในมือที่เขียนว่า ‘ใบสมัครชมรมปีนหน้าผาจำลอง’ อย่างไร้จุดหมาย ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะที่ขัดแย้งกับความรู้สึกปั่นป่วนในท้อง ความกลัวที่เกาะกินใจฉันมาตั้งแต่เด็ก... ความกลัวที่ความสูงจะพรากทุกอย่างไปเหมือนที่เคยพรากความอบอุ่นในวัยเยาว์ของฉันไป “พาย! แกจะนั่งจ้องมันให้ทะลุเลยหรือไง” มินแทรกตัวเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมยื่นแก้วชาเย็นมาให้ “ถ้าใจมันไม่ไป ก็ไม่ต้องฝืนก็ได้นะ ชมรมมีเป็นร้อย จะเอาชีวิตไปเสี่ยงกับการปีนหน้าผาทำไม” ฉันเงยหน้ามองเพื่อนสนิท สายตาของมินมีความเป็นห่วงเจือปนอยู่ชัดเจน แต่สำหรับฉัน มันไม่ใช่แค่เรื่องของกิจกรรมชมรม มันคือเรื่องของการก้าวข้าม... ถ้าฉันยังเอาแต่หนีความกลัว ฉันจะกล้าเดินเคียงข้างคนที่แบกรับความเจ็บปวดหนักอึ้งอย่างพี่สิงห์ได้อย่างไร “ถ้าไม่ลองตอนนี้... เราคงไม่มีวันเข้าถึงโลกที่พี่สิงห์ยืนอยู่ได้เลยนะมิน” ฉันพึมพำ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือที่สั่นเทาเล็กน้อยขยำใบสมัครในมือจนยับ พวกเราเดินมุ่งหน้าไปยังลานกีฬาของคณะวิศวะฯ ที่ซึ่งเสียงตะโกนของรุ่นพี่และเสียงกระทบของอุปกรณ์ปีนหน้าผาดังระงม บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความกดดันและจริงจัง ต่างจากคณะอักษรฯ ที่ฉันคุ้นเคยโดยสิ้นเชิง และที่นั่น... ใต้หน้าผาจำลองสูงตระหง่าน ฉันเห็นเขายืนอยู่ สิงห์ในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขากำลังดึงเชือกเซฟตี้ให้กับรุ่นน้องคนหนึ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความรู้สึกใดๆ เหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือความเย็นชาที่สร้างกำแพงล้อมรอบตัวเขาไว้อย่างมิดชิด “อ้าว... เด็กอักษรฯ มาทำอะไรที่นี่ครับ?” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นพี่วิน เพื่อนสนิทของสิงห์ที่เดินถือคลิปบอร์ดเข้ามาหา “จะมาสมัครชมรมหรือมาดูเจ้าสิงห์มันทำงาน?” “มาสมัครค่ะ” ฉันตอบเสียงดังฟังชัด แม้ในใจจะเริ่มเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สิงห์ชะงักมือที่กำลังมัดเงื่อนเชือก เขาหันกลับมามองทางฉันช้าๆ สายตาของเขาวูบไหวไปชั่วขณะเมื่อเห็นใบสมัครในมือฉัน ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม เขาไม่พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้าให้วินจัดการต่อ แล้วเขาก็หมุนตัวเดินหลบไปทางมุมมืดของอาคาร ฉันไม่รอช้า รีบส่งใบสมัครให้วินแล้ววิ่งตามร่างสูงนั้นไปทันที “พี่สิงห์!” ฉันเรียกเขาที่กำลังยืนพิงกำแพง หันหลังให้ฉันอยู่ “พายจะเข้าชมรมนี้” เขายังคงนิ่งเงียบ เสียงลมหายใจของเขาดังผ่อนคลายแต่หนักหน่วง “ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนอ่อนแออย่างเธอ พาย กลับไปเรียนหนังสือของเธอเถอะ” “แล้วพี่ล่ะ?” ฉันเดินเข้าไปใกล้ จนได้กลิ่นจางๆ ของเหงื่อและกลิ่นบุหรี่ที่เขามักจะสูบเวลาเครียด “พี่อ่อนแอหรือเปล่าที่ต้องหนีทุกคนไปอยู่คนเดียวแบบนี้ เรื่องแพรวา... เรื่องที่รินพูด... มันไม่ได้แปลว่าพี่ต้องปิดตายหัวใจตัวเองไปตลอดชีวิตนะคะ” เขากระชากตัวกลับมาเผชิญหน้ากับฉัน ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่เก็บซ่อนไว้ “อย่าทำเป็นรู้ดี! เธอไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันสูญเสียไป อย่าเอาความไร้เดียงสาของเธอมาตัดสินชีวิตที่แตกสลายของฉัน!” คำพูดของเขาเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงบนหัวใจฉัน แต่มันไม่ได้ทำให้ฉันถอยหลังกลับ ฉันตัดสินใจก้าวเข้าไปหาเขาอีกก้าว จนระยะห่างแทบจะเป็นศูนย์ “พายอาจจะไม่รู้เรื่องในอดีต แต่พายรู้ว่าตอนนี้พายอยู่ที่นี่” ฉันขยับเข้าใกล้จนเขาสามารถรับรู้ถึงไออุ่นจากตัวฉันได้ “พายกลัวความสูง... กลัวจนแทบหายใจไม่ออก แต่พายก็จะปีนมันขึ้นไป เพื่อให้เห็นว่าถ้าเราก้าวผ่านมันไปได้... เราจะเห็นอะไรที่สวยงามกว่าเดิม พี่สอนพายปีนได้ไหมคะ?” สิงห์จ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน ความเยือกเย็นในแววตาของเขาสั่นคลอนเหมือนแก้วที่กำลังร้าว เขาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเขาก็เบือนหน้าหนี ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับร่างโปร่งของรินที่เดินตรงเข้ามาหาเราด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ รินหยุดยืนข้างสิงห์แล้วเอื้อมมือไปจับแขนเขาไว้แน่นเหมือนจะประกาศความเป็นเจ้าของ “สิงห์... อย่าฟังเด็กนี่เลยค่ะ” รินกระซิบเสียงต่ำ “เธอก็แค่กำลังเล่นเกมที่เธอไม่รู้จุดจบ เหมือนกับที่แพรวาเคยทำ... และสุดท้ายเธอก็จะพังเหมือนกับแพรวาไงคะ” สิงห์ตัวแข็งทื่อไปทันทีเมื่อชื่อของแพรวาถูกเอ่ยออกมาอีกครั้ง ฉันเห็นความเจ็บปวดฉายชัดบนใบหน้าของเขา เขาสะบัดมือรินออกอย่างแรงจนเธอถอยกรูดไปด้านหลัง แต่สิ่งที่ทำให้โลกของฉันหมุนเคว้งไม่ใช่ท่าทีของริน... หากแต่เป็นสิ่งที่สิงห์พูดออกมาหลังจากนั้น “ถ้าเธออยากปีนนัก... ก็ลองดู” สิงห์จ้องหน้าฉันด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าครั้งไหนๆ “แต่ถ้าเธอตกลงมาแล้วตายเหมือนแพรวา อย่ามาโทษว่าฉันไม่เตือน” เขาก้าวผ่านฉันไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้ฉันยืนตัวชาอยู่ตรงนั้น ในขณะที่รินกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะก้าวตามสิงห์ไป ทว่าวินาทีที่รินเดินผ่านฉันไป เธอกลับกระซิบเบาๆ จนฉันต้องตัวสั่นเทาด้วยความตกใจ “เธอคิดว่าเรื่องของแพรวาเป็นอุบัติเหตุเหรอพาย? ลองไปถามสิงห์ดูสิ... ว่าคืนนั้นที่แพรวาตาย เขาอยู่ที่ไหน... และเขากำลังทำอะไรอยู่กับใครกันแน่” ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้พายมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%