“ริน... วางมีดลงก่อนเถอะค่ะ กองออเดอร์ตรงหน้านั่นน่ะ ถ้าขืนคุณยังเร่งมือแบบนี้ มะเขือเทศเชอร์รี่ที่อุตส่าห์ทะนุถนอมมาจะช้ำหมดนะ”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มของดินดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงฉับๆ ของใบมีดที่กระทบเขียงไม้ รินรดาชะงักมือที่กำลังหั่นสมุนไพรอย่างคล่องแคล่ว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ลมหายใจที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นหอมของโหระพาอิตาลีและกลิ่นดินชื้นๆ ยามฝนใกล้ตก เธอไม่ได้หันไปมองคนข้างหลัง แต่รับรู้ได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขาที่ขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ยังคงตกค้างมาจากเมื่อคืน
รินรดาวางมีดลงช้าๆ พลางยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม “มันหยุดไม่ได้หรอกค่ะดิน... ยอดจองจากกลุ่มร้านอาหารในเมืองที่ส่งข้อความมาเมื่อเช้านี้ มันมากกว่าผลผลิตที่เรามีถึงสามเท่า ถ้าเราพลาดโอกาสนี้ไป ไร่ของเราอาจจะไม่มีวันก้าวข้ามจาก ‘สวนหลังบ้าน’ ไปเป็น ‘แหล่งผลิตวัตถุดิบคุณภาพ’ ได้เลยนะคะ”
ดินยื่นแก้วชาหอมกรุ่นที่ผ่านการชงอย่างพิถีพิถันมาตรงหน้า กลิ่นดอกมะลิอ่อนๆ ปะทะจมูกจนความตึงเครียดในหัวใจของรินรดาคลายลงเล็กน้อย เขาไม่ได้เอ่ยแย้ง แต่ดวงตาคู่นั้นที่เคยสว่างไสวด้วยความสดใสกลับมีความนิ่งลึกซ่อนอยู่ “ความสำเร็จน่ะค่ะริน มันไม่ได้วัดกันที่จำนวนออเดอร์ แต่มันวัดที่ว่าคนกินได้รับสิ่งที่ ‘หัวใจ’ เราส่งไปให้หรือเปล่า คุณจำตอนที่ทำซุปผักหม้อแรกให้ยายข้างบ้านได้ไหมคะ?”
รินรดานิ่งงัน ภาพความทรงจำไหลย้อนกลับมา ตอนนั้นเธอไม่ได้มีชื่อเสียง ไม่มีคำชมเชย แต่มีเพียงรอยยิ้มฟันหลอที่เปี่ยมด้วยความสุขของหญิงชราคนนั้น มันคือความสำเร็จที่เรียบง่ายที่สุด แต่ในตอนนี้ เมื่อโลกภายนอกเริ่มให้ราคา ‘ไร่ปลายนา’ แห่งนี้ เธอกลับเริ่มหวาดกลัว... กลัวว่าจะรักษามาตรฐานที่ผู้คนตั้งความหวังไว้ไม่ได้
“ฉันแค่อยากให้คุณภูมิใจค่ะ” เธอพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือนิดๆ
ดินวางมือลงบนไหล่ของรินรดาเบาๆ สัมผัสที่หนักแน่นนั้นทำให้เข่าของเธออ่อนลงเล็กน้อย “ริน... ไม่ใช่แค่ฉันที่ภูมิใจนะคะ แต่นี่คือความสำเร็จของพวกเราที่ค่อยๆ สร้างขึ้นมาจากผืนดินที่เคยแห้งแล้ง ตรงนี้แหละค่ะคือบทพิสูจน์ว่าสิ่งที่เรารัก สามารถเติบโตได้แม้ในวันที่เราคิดว่าจะไม่เหลืออะไรเลย”
จังหวะหัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะ เธอหันไปสบตาเขา แววตาของดินในตอนนี้นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในคลองยามไร้ลม มันมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนบ้านหรือคู่คิด ทว่าก่อนที่ความเงียบจะเข้าครอบงำไปมากกว่านี้ เสียงรถยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าประตูรั้วไม้ของไร่ก็ทำลายบรรยากาศลงอย่างสิ้นเชิง
รถยุโรปคันหรูดูแปลกแยกจากวิถีเรียบง่ายของไร่ปลายนา คนขับรถเปิดประตูลงมาพร้อมกับชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ดูไม่เข้ากับรองเท้าหนังซึ่งเปื้อนฝุ่นดิน เขาเดินตรงมาที่ระเบียงไม้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับกำลังถือครองคำตัดสินอะไรบางอย่างไว้ในมือ
รินรดาขมวดคิ้วแน่น เธอจำใบหน้าคนคนนี้ได้... นี่คือเจ้าของเชนร้านอาหารรายใหญ่ที่สุดที่เคยปฏิเสธวัตถุดิบของเธอเมื่อครึ่งปีก่อนด้วยคำสบประมาทว่า ‘ของพื้นบ้านแบบนี้ไม่มีทางยืนระยะได้ยาว’
“คุณรินรดา...” ชายคนนั้นกล่าวทักทาย สายตากวาดมองไปทั่วไร่ผักที่ดูอุดมสมบูรณ์ผิดตา “ผมกลับมาเพื่อบอกว่า... ผลิตภัณฑ์ของคุณได้รับเลือกให้เป็นวัตถุดิบหลักในงานเลี้ยงสำคัญที่กำลังจะถึงนี้ แต่ผมมีเงื่อนไขเดียวที่ต้องคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว”
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอหันไปมองดินที่ยืนอยู่ข้างกาย เขาไม่ได้มีท่าทีแปลกใจแม้แต่น้อย ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าความสำเร็จที่มาถึงเร็วเกินไปนี้ มักจะพกพาพายุมาด้วยเสมอ ดินบีบไหล่เธอเบาๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้คนแปลกหน้าแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“เงื่อนไขของคุณ... เกี่ยวข้องกับสัญญาที่คุณซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อข้างซ้ายใช่ไหมคะ?”
ชายคนนั้นชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไปทันที รินรดามองทั้งสองคนสลับกันไปมา เธอเริ่มตระหนักได้ว่า ‘ความสำเร็จเล็กๆ’ ที่เธอเฝ้าฟูมฟักมาตลอดหลายเดือนนี้ อาจกำลังถูกใครบางคนวางแผนเพื่อชิงเอาผลประโยชน์ไปจากมือของเธอ และความลับที่ดินพยายามปกปิดมาตลอด... กำลังจะถูกเปิดเผยในไม่ช้านี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวมากับรินรดาและดินจนถึงตอนนี้ค่ะ หวังว่าตอนต่อไปจะยังคงอยู่ในใจของทุกท่านนะคะ
กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 51
ความสำเร็จเล็กๆ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!