กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 24

ปฏิเสธความมั่งคั่ง

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
“คุณรินรดาคะ เช็คเงินสดใบนี้... ยอดเลขศูนย์ข้างหลังมันมากพอที่จะทำให้คุณซื้อที่ดินผืนงามกลางกรุงได้ทั้งตึกเชียวล่ะ นี่คือข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตของคุณแล้วนะ” น้ำเสียงราบเรียบของทนายความวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบขัดกับบรรยากาศของกระท่อมไผ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดินชื้นหลังฝนและไออุ่นของน้ำชาดอกเก๊กฮวยที่รินรดาเพิ่งต้มเสร็จ รินรดาวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีตุ่นลงบนโต๊ะไม้ไผ่ เสียงกระทบกันเบาๆ ของก้นถ้วยกับแผ่นไม้ดังกังวานชัดเจนในความเงียบ เธอไม่ได้เหลือบมองตัวเลขมหาศาลบนกระดาษแผ่นนั้นแม้แต่นิดเดียว สายตาของเธอทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นร่างของ ‘ดิน’ ที่กำลังพรวนดินเตรียมแปลงผักกาดกวางตุ้งอยู่ไกลๆ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างห้ามไม่ได้ “ดิฉันไม่ได้ต้องการที่ดินกลางกรุงค่ะคุณธนา” รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเบาแต่ทว่าหนักแน่นราวกับรากไผ่ที่หยั่งลึกลงในชั้นดิน “และดิฉันก็ไม่ได้ต้องการความมั่งคั่งที่ต้องแลกด้วยการสูญเสียกลิ่นดินบ้านเกิดไป” “แต่นี่คือความหวังดีจากครอบครัวของคุณนะ!” ชายร่างท้วมในชุดสูทกระแทกเสียงพลางขยับแว่น “พวกเขาต้องการให้คุณกลับไปรับช่วงต่อกิจการโรงแรมหรู ไม่ใช่มานั่งงมโข่งปลูกผักทำกับข้าวในกระท่อมผุๆ นี่ การที่คุณปฏิเสธ... คุณกำลังทำลายโอกาสที่คนนับล้านใฝ่ฝัน” รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นไอฝนที่ผสมกับกลิ่นถ่านไม้ทำให้นัยน์ตาของเธออ่อนแสงลง เธอหันกลับมาสบตากับคนตรงหน้า แววตาของเธอไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย “โอกาสของแต่ละคนไม่เหมือนกันหรอกค่ะ” รินรดาเอ่ยพลางรินชาเพิ่มให้แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ “สำหรับบางคน โอกาสคือการยืนอยู่บนยอดตึกสูงมองลงมาเห็นผู้คนเป็นมดปลวก แต่สำหรับดิฉัน... โอกาสคือการได้เห็นเมล็ดพันธุ์ที่ตัวเองหว่านลงไปค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นมื้ออาหารที่อุ่นใจ มันมีความหมายมากกว่าตัวเลขบนเช็คใบนั้นหลายเท่าค่ะ” “คุณมันก็แค่คนดื้อรั้น!” เขาแค่นเสียง “ถ้าคุณไม่เซ็นเอกสารโอนสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ให้กลุ่มนักลงทุน คุณก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น... ทางครอบครัวเตรียมมาตรการขั้นเด็ดขาดไว้แล้ว” ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของดินก็ดังขึ้นที่ระเบียง เขาก้าวเข้ามาในกระท่อมด้วยท่าทางสงบนิ่ง มือที่เปื้อนดินของเขาไม่ได้ดูสกปรกในสายตารินรดา แต่มันกลับดูเหมือนสัญลักษณ์ของความซื่อตรงที่น่าเกรงขามกว่าชุดสูทราคาแพงหลายเท่า ดินวางตะกร้าผักสดไว้ข้างๆ เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ขยับมายืนเคียงข้างรินรดา สายตาของเขาไม่ได้จ้องมองทนายความ แต่จ้องมองไปที่รินรดาด้วยความเชื่อมั่น “ที่นี่... ไม่ใช่แค่ที่ดินทำกินครับ” ดินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่กังวาน “แต่เป็นพื้นที่ที่หัวใจของรินได้พักพิง ถ้าคุณจะเอาเงินฟาดหัวเพื่อทำลายความสงบของที่นี่ ผมเกรงว่าคุณกำลังเดินผิดที่ผิดทางแล้ว” ทนายความชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจเขาถี่กระชั้นขึ้นด้วยความโกรธที่ไม่อาจควบคุมสถานการณ์ได้ “พวกคุณสองคนจะอยู่กันแบบคนจนอย่างนี้ไปตลอดชีวิตหรือไง! โลกภายนอกเขาไปถึงไหนกันแล้ว!” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินไปหยิบกาน้ำชาขึ้นมาอย่างใจเย็นก่อนจะวางลงตรงหน้าชายวัยกลางคน “คำว่า ‘จน’ ของคุณกับของดิฉันมันนิยามต่างกันค่ะ ถ้าความรวยของคุณหมายถึงการมีเงินกองโตแต่หัวใจแห้งแล้ง ดิฉันขอเลือกความจนที่มีกลิ่นไอฝนและรสชาติของพืชผักที่เก็บสดๆ จากสวนดีกว่าค่ะ การสนทนาของเราจบลงแล้วนะคะ... เชิญค่ะ” บรรยากาศในกระท่อมเงียบสนิท มีเพียงเสียงน้ำไหลจากลำธารหลังบ้านที่กลบเสียงความตึงเครียดไปจนหมด ทนายความคนนั้นกำหมัดแน่นก่อนจะคว้ากระเป๋าเอกสารแล้วเดินกระทืบเท้าออกจากกระท่อมไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าขนลุก รินรดาถอนหายใจยาวก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ ดินเอื้อมมือมาแตะไหล่เธอเบาๆ สัมผัสที่คุ้นเคยทำให้รินรดารู้สึกเหมือนได้ปลดเปลื้องภาระหนักอึ้งที่แบกมานานหลายปี “ขอบคุณนะดิน...” “ไม่เป็นไรหรอกริน... เรามีกันแค่นี้ ยังไงก็ต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด” ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงแตรรถยนต์หรูหราหลายคันก็ดังระงมขึ้นที่ปากทางเข้าไร่ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กระจกหน้าต่างกระท่อมไผ่สั่นสะเทือนตามแรงกระแทกของเสียงเครื่องยนต์ที่ดับลงพร้อมกัน รินรดาและดินมองหน้ากันด้วยความฉงน ก่อนที่เสียงประตูรถคันหน้าสุดจะเปิดออก เผยให้เห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่รินรดาจำได้แม่นยำแม้ไม่ได้เจอกันมานานนับสิบปี “แม่...” รินรดาพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ “ทำไมแม่ถึงมาอยู่ที่นี่...” หญิงวัยกลางคนที่ดูสง่างามราวกับนางพญาในชุดผ้าไหมราคาแพงก้าวเท้าลงเหยียบพื้นดินที่เปียกชื้น สายตาของเธอไม่แยแสสิ่งสวยงามรอบข้าง แต่กลับจ้องมองที่กระท่อมไผ่ด้วยสายตาที่ดูแคลนอย่างเปิดเผย ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนเป็นลูกต้องหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม “แม่ไม่ได้มาเพื่อคุยเรื่องเช็คเงินสดหรอกนะรินรดา” หญิงผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเย็นเยียบยิ่งกว่าไอฝน “แม่มาเพื่อบอกว่า... ต่อไปนี้ที่ดินผืนนี้จะไม่ใช่ของคุณอีกต่อไป เพราะแม่เป็นคนถือโฉนดใบจริงเอาไว้ทั้งหมดตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้ว” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปกับกระท่อมไผ่ริมธารนะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%