กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 23

ความวุ่นวายที่ตามมา

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
“ดิฉันขอยืนยันคำเดิมค่ะคุณวิชัย ที่นี่ไม่ได้มีไว้ขาย และดินผืนนี้ก็ไม่มีราคาค่างวดที่เงินจำนวนไหนจะมาตีค่าได้” รินรดาวางจอกชาเซรามิกสีครามลงบนโต๊ะไม้ไผ่ เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกังวานในความเงียบสงัดของบ่ายวันธรรมดาที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงนกร้อง แต่บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยแรงกดดันจากชายวัยกลางคนในชุดสูทเนื้อดีที่ดูแปลกแยกกับบรรยากาศของกระท่อมปลายนาอย่างสิ้นเชิง ชายที่ชื่อวิชัยขยับแว่นสายตา ปากหยักยิ้มที่ดูอย่างไรก็ไม่ถึงดวงตา เขาเคาะนิ้วลงบนเอกสารสัญญาที่วางกางอยู่เบื้องหน้า “คุณรินรดาครับ... เอ่อ ขออภัยครับ ผมหมายถึงคุณรินรดา อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ตัดสินเลยครับ โลกธุรกิจน่ะไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก แต่เป็นเรื่องของโอกาส รีสอร์ตระดับห้าดาวที่จะเกิดขึ้นตรงนี้ จะเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัด เงินก้อนที่ผมเสนอให้ คุณสามารถไปสร้างชีวิตใหม่ที่ไหนก็ได้ที่สะดวกสบายกว่าที่นี่หลายเท่า” รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตาอีกฝ่ายด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งดั่งหินผา เธอไม่ได้โกรธ แต่เธอรู้สึกถึงความรุกล้ำ “คำว่า ‘รกร้าง’ ในสายตาของคุณ คือผืนดินที่เลี้ยงดูผู้คนมานับสิบปี คือลมหายใจของผืนป่าที่ฉันใช้เวลารักษามาตลอดสองปี คุณมองไม่เห็นมูลค่าของมันก็ไม่แปลกค่ะ เพราะคุณมองเห็นแต่ตัวเลขบนกระดาษ แต่ที่นี่... สำหรับฉัน มันคือบ้าน” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง กลิ่นหอมจางๆ ของชาอู่หลงที่เธอชงไว้เริ่มเย็นชืด บรรยากาศดูจะตึงเครียดขึ้นเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวขึ้นมาบนชานบ้าน ดินในชุดมอมแมมจากการทำงานในไร่ก้าวเข้ามาหยุดข้างๆ รินรดา เขาไม่ได้พูดอะไรทันที เพียงแค่ส่งสายตาคมกริบไปยังผู้มาเยือน ก่อนจะวางตะกร้าผักสดที่เพิ่งเก็บมาลงบนพื้นไม้อย่างเบามือ รอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขามักจะทำให้ผู้คนสบายใจ แต่ในเวลานี้ รอยยิ้มนั้นกลับดูเย็นเยียบผิดปกติ “ดูเหมือนแขกผู้มีเกียรติจะลืมไปนะครับว่า การเชิญตัวเองเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนบุคคลโดยไม่มีคนอนุญาต... ถือเป็นมารยาทที่ไม่ค่อยน่าชื่นชมเท่าไหร่ในแถบนี้” ดินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง วิชัยหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ผมไม่ได้มาเพื่อหาเรื่องหรอกครับ แต่ผมมีหน้าที่ต้องมาแจ้งให้ทราบว่า ในเมื่อเจรจาด้วยดีไม่ได้ ก็คงต้องใช้วิธีอื่น... ที่ดินผืนนี้ไม่ได้ติดจำนองก็จริง แต่สัญญาเช่าทางผ่านที่ดินข้างเคียงเพื่อเข้าถึงถนนสายหลักของคุณกำลังจะมีปัญหาในไม่ช้า เตรียมตัวรับมือกับความวุ่นวายได้เลยครับคุณรินรดา” ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น วิชัยก็หันหลังกลับเดินลงบันไดไปทิ้งให้ฝุ่นตลบอบอวลอยู่เบื้องหลัง รินรดาถอนหายใจยาว ไหล่ที่เคยตั้งตรงเริ่มทิ้งตัวลงเล็กน้อย เธอหันไปมองดินที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น “เขาไม่ได้มาคนเดียวแน่ๆ” รินรดาเอ่ยเสียงเบา ความรู้สึกกังวลเริ่มเกาะกินใจ เหมือนเมฆฝนที่ก่อตัวเหนือยอดเขา “ดิน... ฉันควรทำอย่างไรดี ถ้าเขาปิดเส้นทางเข้าออก ฉันจะขนส่งผลผลิตได้อย่างไร แล้วคนที่มาพักโฮมสเตย์ล่ะ” ดินหันมามองคนข้างกาย สายตาของเขาอ่อนโยนลงทันที เขาเอื้อมมือไปคว้ามือของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากุมไว้เบาๆ “อย่าเพิ่งกลัวไปเลย ริน ที่นี่มีรากหยั่งลึกเกินกว่าที่คนนอกจะมาถอนออกได้ง่ายๆ ผมจะจัดการเรื่องทางผ่านเอง คุณมีหน้าที่รักษาจิตวิญญาณของครัวและสวนแห่งนี้ไว้ก็พอ” “ขอบใจนะดิน” รินรดายิ้มรับ แต่ในใจกลับไม่สงบอย่างที่แสดงออก เธอรู้สึกถึงสัญญาณอันตรายที่แฝงมากับลมหนาวที่เริ่มพัดผ่านทุ่งนาในบ่ายวันนี้ ตกเย็น รินรดาตัดสินใจเดินไปที่แปลงผักหลังกระท่อมเพื่อคลายใจ กลิ่นดินหลังฝนตกหมาดๆ ช่วยให้เธอมั่นคงขึ้น แต่ทันทีที่ก้าวไปถึงริมรั้วไม้ไผ่ที่กั้นระหว่างเขตที่ดินของเธอกับแนวป่า เธอก็ต้องชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นร่องรอยของเสาปักแนวเขตใหม่ที่ดูแปลกตา มันไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิมที่เคยปักไว้เมื่อวาน หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำด้วยความระแวง เธอเดินเข้าไปใกล้เพื่อตรวจสอบรอยดินที่เพิ่งถูกขุดขึ้นมาใหม่ แล้วสิ่งที่เห็นก็ทำให้ลมหายใจแทบหยุดชะงัก เพราะใต้กองดินนั้น ไม่ได้มีแค่เสาไม้ที่ปักไว้ แต่มีซองจดหมายสีน้ำตาลเข้มที่ถูกห่อด้วยพลาสติกอย่างดีเสียบติดอยู่ เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน เนื้อความในกระดาษไม่ได้พิมพ์ด้วยเครื่อง แต่มันเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดจนน่าขนลุก... ลายมือที่ไม่ได้เห็นมานานหลายปีนับตั้งแต่ตัดสินใจทิ้งชีวิตเชฟในเมืองหลวงมาที่นี่ ‘กลับไปเสียเถอะรินรดา ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างเธอ... และความลับใต้ผืนดินนี้ มันกำลังจะถูกขุดขึ้นมาในไม่ช้า’ รินรดาทรุดลงนั่งกับพื้นดิน มือที่ถือจดหมายสั่นเทา ความหนาวเย็นเยือกแล่นริ้วขึ้นจากฝ่าเท้าขึ้นสู่หัวใจ เธอรู้ดีว่าคำเตือนนี้ไม่ได้มาจากวิชัย... แต่มันมาจากอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันไปพร้อมกับเศษเสี้ยวของความคาดหวังที่พังทลายลงในวันนั้น ท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มโอบล้อมกระท่อมไผ่ริมธาร เสียงเห่าของสุนัขที่เลี้ยงไว้ดังขึ้นระงมราวกับเตือนถึงภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามา และเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังเส้นทางเดินเท้าเข้าสู่ไร่ แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งที่เพิ่งเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทอยู่ที่หน้ากระท่อม ก็ทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อร่างหนึ่งก้าวลงจากรถพร้อมกับรอยยิ้มที่เธอยอมแลกทั้งชีวิตเพื่อไม่ต้องเจอหน้าอีกเป็นครั้งที่สอง... กระท่อมไผ่ริมธารขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดนี้ และขอสัญญาว่าจะร้อยเรียงทุกเรื่องราวให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในตอนต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%