กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 3

พบคนข้างเคียง

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าคุณยังฝืนปลูกกะเพราลงในดินเหนียวจัดแบบนี้ ไม่เกินสามวันรากมันจะเน่าตายหมดนะคะ" รินรดาชะงักมือที่กำลังถือจอบ ขอบจานรองดินที่เปรอะเปื้อนร่วงหล่นลงพื้นกระเบื้องดินเผาจนเกิดเสียงดังเปรี้ย เธอไม่ได้หันไปมองในทันที แต่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแปลกแยกในใจที่สะสมมาตลอดสามวันในกระท่อมปลายนาดูจะถูกเขย่าด้วยประโยคทักทายที่ห่างไกลจากคำว่า ‘ยินดีต้อนรับ’ เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ มือไม้ที่ยังสั่นน้อยๆ จากแรงงานที่ไม่คุ้นชิน ก่อนจะค่อยๆ หันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงที่ยืนพิงรั้วไม้ไผ่กั้นเขตแดนไร่ เขาสวมเสื้อผ้าฝ้ายสีครามเก่าๆ ที่ดูจะผ่านการซักด้วยมือมานับครั้งไม่ถ้วน ใบหน้าคมคายนั้นมีรอยเปื้อนดินบางเบาที่ข้างแก้ม ทว่าดวงตากลับพราวระยับราวกับกำลังสนุกกับความล้มเหลวของผู้หญิงเมืองกรุงตรงหน้า "ฉันแค่คิดว่า... มันควรจะขึ้นง่ายที่สุด" รินรดาตอบกลับ เสียงเรียบราบแต่แฝงความรั้นเล็กๆ ในแบบของคนที่เคยเอาชนะปัญหาด้วยความพยายามมาตลอดชีวิต ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาไม่ได้มีท่าทีดูถูก ทว่ากลับเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูใจดีจนน่าหมั่นไส้ เขาเดินข้ามคันนาที่กั้นระหว่างเขตแดนเข้ามาใกล้ รองเท้าบูทยางเปรอะโคลนจมลงในดินอย่างมั่นคง "ธรรมชาติไม่ได้ฟังคำสั่งใครหรอกค่ะ ไม่ว่าจะเชฟมือรางวัลจากที่ไหนก็ตาม" เขาพูดพร้อมกับยื่นมือมาคว้าจอบจากมือเธอไปถือไว้โดยไม่ขออนุญาต "ดินตรงนี้เป็นดินดานที่ผ่านการทำนาเคมีมานาน มันแน่นเกินกว่าที่พืชผักสวนครัวจะชอนไชรากได้ ถ้าอยากกินกะเพราหอมๆ คุณต้องเริ่มจากการปรุงดิน ไม่ใช่แค่ขุดหลุมแล้วฝังมันลงไป" รินรดาเผลอกลั้นหายใจ เธอจ้องมองนิ้วมือหยาบกร้านของเขาที่กดลงไปบนพื้นดินอย่างแรงจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ชายคนนี้รู้ได้อย่างไรว่าเธอเป็นเชฟ? "คุณเป็นใคร?" เธอถาม สายตาจับจ้องไปที่ดวงตาสีเข้มของเขา "ชื่อ 'ดิน' ค่ะ เป็นเจ้าของไร่ข้างๆ ที่รินรดาเพิ่งจะมาถอนต้นถั่วเปราะทิ้งไปเมื่อเช้านี้ไงคะ" เขาเลิกคิ้วมองไปทางแปลงผักเล็กๆ ที่รินรดาตั้งใจจะจัดสวนครัวใหม่ "ต้นนั่นคือสมุนไพรชั้นดี ถ้าคุณยอมให้มันอยู่ต่อ แทนที่จะตัดทิ้งเพราะคิดว่าเป็นวัชพืช คุณจะได้ส่วนผสมทำแกงคั่วที่วิเศษที่สุดในฤดูฝนนี้เลยล่ะ" คำพูดของเขาเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจ รินรดานิ่งงัน เธอจดจำได้ว่าตัวเองตัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดีเพราะความไม่รู้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับคำว่า 'รินรดา' ที่ออกจากปากเขาอย่างเป็นกันเองราวกับรู้จักกันมานานแรมปี บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงจนได้ยินเสียงน้ำไหลผ่านร่องสวนในระยะไกล กลิ่นดินหลังฝนพรมเริ่มตีตื้นขึ้นมาในจมูก เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก แม้เขาจะเป็นคนแปลกหน้า แต่ท่วงท่าการขุดดินของเขาดูพริ้วไหวและสอดคล้องกับธรรมชาติอย่างน่าประหลาด "ฉันแค่... อยากลองทำอะไรด้วยตัวเองดูสักครั้งค่ะ" รินรดาพึมพำ เป็นครั้งแรกที่ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมถูกเปิดเปลือย "ที่ผ่านมา ชีวิตฉันถูกกำหนดด้วยตำราและการคาดหวังของคนอื่นมาตลอด พอมาอยู่ที่นี่ ฉันเลยพยายามจะคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามแผน... แต่มันก็พังไม่เป็นท่าแบบที่เห็น" ดินหยุดชะงักการขุด เขามองดูหญิงสาวที่ยืนกอดอกแน่นราวกับเป็นเกราะป้องกันตัว รอยยิ้มอบอุ่นค่อยๆ คลี่ออกมาจนถึงดวงตา มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความพยายามจะเข้าหาหรือจีบจีบ แต่มันคือความเข้าใจในระดับที่ลึกซึ้ง "งั้นลองเปลี่ยนวิธีดูไหมคะ? แทนที่จะสั่งให้ธรรมชาติยอมจำนน ลองฟังดูบ้างว่ามันอยากบอกอะไร" เขาคว้าถุงปุ๋ยหมักสีน้ำตาลที่วางอยู่ข้างกระท่อมมายื่นให้ "พรุ่งนี้เช้า ถ้าคุณว่าง ลองเอาสิ่งนี้ไปโรยรอบๆ แปลงผักที่ฉันเพิ่งพรวนให้ แล้วรอดูว่ารุ่งเช้าของวันถัดไป... สิ่งที่คุณจะพบมันจะเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องรสชาติของคุณไปตลอดกาล" รินรดารับถุงปุ๋ยมาด้วยความรู้สึกมึนงง ในใจตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับชายคนนี้ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากถามถึงที่มาที่ไปของคำแนะนำแปลกๆ นี้ ดินก็หมุนตัวเดินกลับไปยังเขตไร่ของเขา ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าเปื้อนดินบนทางเดินหน้ากระท่อมที่ดูเหมือนแผนที่เส้นทางชีวิตใหม่ของเธอ รินรดาจ้องมองมือตัวเองที่ตอนนี้เปื้อนคราบดินสีเข้ม เธอสูดหายใจลึก กลิ่นหอมจางๆ ของดินชื้นและใบไม้พรมกลบความวิตกกังวลในใจไปจนเกือบหมด ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะเดินกลับเข้ากระท่อม สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ตรงระเบียง มันเป็นตระกร้าสานใบเล็กที่ข้างในบรรจุใบกะเพราป่าสดใหม่ก้านแดงที่เธอยังไม่เคยเห็นมาก่อน และใต้ตระกร้านั้น มีจดหมายลายมือหวัดๆ วางอยู่หนึ่งฉบับ เธอหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่านด้วยหัวใจที่เต้นรัว ลายมือนั้นเขียนสั้นๆ ว่า: *'อย่าหลงเชื่อสิ่งที่ตาเห็นรินรดา ปลายนาแห่งนี้ไม่ได้มีแค่คุณกับฉัน... และสิ่งที่ผมให้คุณปลูก ไม่ใช่แค่ผัก แต่มันคือเหยื่อล่อสำหรับคนที่จะมาหาคุณในคืนพระจันทร์เต็มดวงนี้'* รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้ามองไปยังทิศทางที่ดินจากไป ท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มเข้าปกคลุมเงาของต้นไผ่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังย่ำผ่านหญ้าแห้งดังใกล้เข้ามาที่หลังกระท่อม... เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของดิน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันไออุ่นแห่งธรรมชาติไปพร้อมกับรินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%