"รสสัมผัสนี้... มันยังขาดความ 'ลึก' ไปนิดนะคะ"
รินรดาวางช้อนไม้ลงบนขอบจานกระเบื้องเคลือบสีตุ่น เสียงกระทบกันของมันดังก้องไปทั่วครัวที่เงียบสงัด เธอขมวดคิ้วจ้องมอง 'แกงคั่วหอยขมใบชะพลู' ที่ถูกดัดแปลงด้วยเทคนิคการทำซอสแบบฝรั่งเศส จนกลายเป็นเนื้อสัมผัสกึ่งครีมมี่ที่แปลกตา
ดินซึ่งยืนพิงกรอบหน้าต่างไม้เก่าคอยเฝ้ามองอยู่เงียบๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นอายดินและใบหญ้าจางๆ จากตัวเขาทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดของรินรดาดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาหยิบช้อนอีกคันขึ้นมา ตักชิมช้าๆ ดวงตาคมกริบของเขาสะท้อนแสงไฟสลัวในครัว
"ถ้าคุณมองว่าแกงนี้คือชีวิต ความคาดหวังของครอบครัวที่คอยกดทับคุณอยู่คือพริกแกงที่หนักมือเกินไปหรือเปล่าริน?" ดินถามเสียงนุ่ม ทว่าคำถามนั้นกลับเชือดเฉือนเข้าไปถึงกลางใจของรินรดา
เธอชะงักไป นิ้วเรียวเกาะขอบโต๊ะไม้แน่น ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ได้น่าอึดอัด แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่พรั่งพรูอยู่ในอก เธอพยายามลบภาพความทรงจำเกี่ยวกับห้องครัวระดับมิชลินในเมืองใหญ่ที่เคยบีบคั้นเธอด้วยมาตรฐานที่ไม่มีวันเอื้อมถึงออกไป แต่ทุกครั้งที่เธอหยิบวัตถุดิบขึ้นมาปรุง เงาของอดีตเหล่านั้นมักจะแฝงตัวมาเสมอ
"ฉันแค่ต้องการพิสูจน์ว่า วัตถุดิบพื้นบ้านของเรา... มันสามารถยกระดับไปไกลกว่าแค่กับข้าวถ้วยเก่าๆ ได้" รินรดาตอบเสียงสั่นเล็กน้อย "แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ายิ่งพยายามปรุงให้ล้ำเลิศเท่าไหร่ ความอบอุ่นที่เคยมีในอาหารจานนี้ มันกลับหายไปเรื่อยๆ ล่ะคะ"
ดินเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่ไหล่ของเธอ สัมผัสที่มั่นคงนั้นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีหลักยึดกลางพายุ "เพราะคุณกำลังทำอาหารด้วยความกลัวครับ... เอ้อ... ขอโทษค่ะ ฉันหมายถึง คุณกำลังทำด้วยความกังวลว่าจะไม่ดีพอ ลองลดทอนความพยายามที่จะ 'ดัดแปลง' ลง แล้วลอง 'ฟัง' เสียงของวัตถุดิบดูอีกครั้งไหมคะ?"
รินรดาสูดลมหายใจลึก เธอหลับตาลง ภาพของไร่ข้างๆ ภาพที่ดินคอยถอนวัชพืชด้วยมือเปล่า ภาพความสดชื่นของผักกูดและดอกแคป่าค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในมโนภาพ เธอหันไปหยิบ 'กะทิสด' ที่เพิ่งคั้นเสร็จใหม่ๆ ผสมเข้ากับน้ำพริกแกงสูตรดั้งเดิมของยายที่เธอแอบเก็บไว้ในความทรงจำ เธอตัดสินใจละทิ้งเทคนิคการเคี่ยวซอสแบบสากล แล้วกลับไปใช้วิธี 'เร่งไฟ' สลับ 'อ่อนไฟ' ตามสัญชาตญาณ
กลิ่นหอมของสมุนไพรสดโชยอบอวลไปทั่วกระท่อม กลิ่นกะทิแตกมันกำลังดีตัดกับความเผ็ดร้อนของเครื่องแกง ทำให้ความกังวลที่เกาะกินใจเธอมลายหายไป
"นี่แหละค่ะ..." รินรดาพึมพำเมื่อชิมคำสุดท้าย รสชาติที่ได้มันไม่ใช่ฟิวชั่นที่เหินห่าง แต่มันคือความเป็นพื้นบ้านที่ถูกขัดเกลาด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากชวนดินชิมอีกครั้ง เสียงเคาะประตูไม้เก่าแก่หน้ากระท่อมก็ดังขึ้นเป็นจังหวะหนักๆ ไม่ใช่เสียงเคาะของชาวบ้านละแวกนี้ และไม่ใช่เสียงเคาะที่คุ้นเคยของดิน
รินรดาขมวดคิ้วมองหน้าดินที่สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขาขยับมายืนบังหน้าเธอโดยสัญชาตญาณ ประตูกระท่อมค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายสูงวัยในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ดูแปลกแยกกับป่าเขาโดยสิ้นเชิง เขาถือซองจดหมายตราประทับสีแดงสดในมือ
"สวัสดีครับคุณรินรดา" ชายแปลกหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่ทรงอำนาจ "ผมมาจากสำนักงานจัดการมรดกของคุณท่าน... ท่านเสียชีวิตเมื่อสามวันก่อน และได้ทิ้งคำสั่งเสียสุดท้ายไว้ให้คุณที่นี่เท่านั้น"
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน จดหมายในมือเขาดูเหมือนแผ่นเหล็กแหลมคมที่พร้อมจะกรีดหัวใจเธอให้ขาดวิ่นอีกครั้ง ความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้กลิ่นดินและไอฝนกำลังจะถูกเปิดเผยโดยชายที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความอุ่นใจไปพร้อมกับกระท่อมไผ่ริมธารเสมอนะคะ
กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 28
การทดลองเมนูใหม่
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!