ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางราวกับสุสานกำลังบีบเค้นทุกลมหายใจของรินรดาให้เหลือน้อยลงทุกที ปลายจมูกของเธอแสบร้อนผ่าว ดวงตาคู่สวยที่เคยฉาบไว้ด้วยความมั่นใจยามเผชิญหน้ากับเขาบัดนี้กลับสั่นระริก หยาดน้ำใสคลอหน่วยแต่เธอพยายามกะพริบไล่มันกลับเข้าไปอย่างสุดกำลัง ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ราวกับพิษร้าย เมื่อร่างสูงใหญ่ของคินน์ที่ยืนค้างอยู่ในท่าชะงักงันเมื่อครู่ค่อยๆ หันกลับมามองเธอนิ่งๆ
สายตานั้น... ไม่ใช่แววตาหยิ่งผยองหรือเยแช่ชาชาแบบที่เธอคุ้นเคยในอديต แต่มันคือสายตาของคนที่กำลัง "ค้นพบ" บางสิ่งที่ถูกซ่อนเร้นมานานแสนนาน
กล่องไม้สักโบราณที่ฝาเปิดอ้าซ่าอยู่บนโต๊ะทำงาน เผยให้เห็นภาพถ่ายโพลารอยด์เก่าๆ หลายใบที่ร่วงกระจัดกระจาย ภาพเหล่านั้นไม่ใช่ภาพวิวทิวทัศน์หรือสิ่งของไร้ค่า แต่มันคือภาพของตัวเธอเองในอดีตสมัยที่ยังท้องแก่ใกล้คลอด ภาพที่เธอถืออัลตร้าซาวด์ด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา และภาพถ่ายในวันวานที่ลบเลือนไม่ได้—ภาพที่เธอเคยยืนเคียงข้างเขาในมุมลับตาคน
"นี่คืออะไร..." เสียงทุ้มต่ำของคินน์ลอดไรฟันออกมา ราวกับมันถูกบดขยี้มาจากก้นบึ้งของความรู้สึก ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้าประชิดเหยื่อ "ริน... ภาพพวกนี้... ท้องของเธอในรูป ทำไมมันถึงใหญ่ขนาดนั้น? และเด็กคนนั้น... เด็กผู้ชายในรูปถ่ายใบนี้น่ะ ใครกัน?!"
รินรดาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับชั้นวางหนังสือเสียงดังทึบ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงกลับคืนมา กลีบปากสีพีชเม้มเข้าหากันแน่นจนซีดเผือด ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามสวมเกราะป้องกันความอ่อนแอที่เธอเพียรสร้างมาตลอดหลายปี
"มันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉันค่ะ คุณคินน์... และคุณไม่มีสิทธิ์มาค้นข้าวของส่วนตัวของฉันแบบนี้" น้ำเสียงของเธอพยายามบังคับไม่ให้สั่น แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อดวงตาคมกริบของอดีตสามีกำลังจ้องทะลุทะลวงเข้าไปในความลับที่เธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปิดตายมันไว้
คินน์ไม่ได้สนใจคำท้วงติงนั้น มือหนาเอื้อมไปหยิบภาพถ่ายโพลารอยด์ใบหนึ่งขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด แสงไฟสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะสาดกระทบใบหน้าคมคายที่บัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนระคนตกใจ ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อสมองของเขากำลังประมวลผลเรื่องราวต่างๆ ที่เคยขาดหายไปในอดีต
จิ๊กซอว์ทีละตัว... ถูกหยิบขึ้นมาต่อเข้าด้วยกันอย่างไม่น่าเชื่อ
วันนั้น... วันที่เธอยื่นใบหย่าให้เขาพร้อมกับแววตาที่ตายด้าน วันที่เธอบอกว่าเธอไม่เหลืออะไรให้อาลัยอาวรณ์อีกแล้ว และรอยแผลเป็นบนหน้าท้องของเธอที่เขาเคยบังเอิญเห็นในคืนที่เผลอไผลร่วมเตียงกันเมื่อไม่นานมานี้... รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดคลอด!
"ท้อง... เธอกำลังท้องตอนที่เราหย่ากันอย่างนั้นเหรอ?" คินน์พึมพำกับตัวเอง ราวกับคนเสียสติ หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุกระดูกซี่โครง ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อกเมื่อนึกถึงความจริงข้อนี้ "เธอท้องลูกของฉัน... แต่เธอเลือกที่จะเดินหนีไป หายลับไปจากชีวิตฉัน พร้อมกับเด็กคนนั้นอย่างนั้นเหรอ รินรดา!"
น้ำเสียงที่ตะคอกออกมาอย่างลืมตัวทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดถึงขีดสุด คินน์ก้าวพรวดเดียวก็ประชิดตัวร่างบางได้ รอมือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอทั้งสองข้าง แรงบีบไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย แต่มันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความตกใจ และความสับสนที่อัดแน่นจนทะลักทลาย
"ปล่อยฉันนะคะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน!" รินรดาตวัดสายตาดุดันกลับไป พยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุม แต่แรงของเธอน้อยนิดเกินไปเมื่อเทียบกับเขา ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นระรัวไม่เป็นจังหวะทั้งสองฝ่าย
"ฉันไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" คินน์ก้มหน้าลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของเธอยังคงแผ่ซ่านความเย้ายวนและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาได้เสมอแม้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ "ฉันเป็นสามี... และที่สำคัญที่สุด ฉันคือ 'พ่อ' ของเด็กคนนั้นใช่ไหมริน! ตอบฉันมาตามตรง!"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ความจริงที่ถูกเปิดเผยออกมาครึ่งๆ กลางๆ นี้กำลังจะทำลายกำแพงที่เธอสร้างไว้พังทลายลงในพริบตา หากเขารู้ว่าเขามีลูกชาย... ลูกชายที่ถอดแบบหน้าตาและนิสัยดื้อรั้นมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน ชีวิตของเธอและลูกจะต้องกลับไปตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของผู้ชายเผด็จการคนนี้อีกครั้งอย่างแน่นอน เธอไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด!
"ไม่ใช่! เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของคุณ!" เธอโกหกคำโตออกไปทั้งที่น้ำตารื้นเต็มขอบตา ดวงตาคู่สวยจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "เขาเป็นลูกของคนอื่น... ผู้ชายคนที่ฉันรักและพร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยหลังจากหย่าขาดจากคุณไงคะ คุณคินน์! พอใจหรือยังล่ะคะ!"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันราวกับถูกแช่แข็งก็เข้าปกคลุมทั่วบริเวณ คินน์ชะงักค้าง ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างอันตราย กรามหนาขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงอารมณ์โกรธจัดที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือด
"เธอโกหก..." เขาเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงขยับตัวเข้าเบียดชิดร่างบางจนเธอไม่มีทางถอยหนี แผ่นหลังแนบติดกับชั้นหนังสือแน่น ดวงตาของเขาฉายแวววาวโรจน์ด้วยความหึงหวงและความเจ็บปวดที่ผสมปนเปกันจนน่ากลัว "แววตาของเธอมันฟ้องว่าเธอกำลังโกหก รินรดา... ผู้หญิงที่เคยรักฉันจนหมดหัวใจอย่างเธอ ไม่มีทางที่จะไปมีลูกกับคนอื่นได้ง่ายๆ แบบนั้นแน่!"
"คุณมันหลงตัวเองเกินไปแล้ว!" รินรดาตวาดกลับเสียงสั่น เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้สุดแรง แต่คินน์กลับไม่สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นตรึงให้อยู่ในอ้อมแขน ขณะที่มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอนัยน์ตาประสานกัน
"ใช่... ฉันมันหลงตัวเอง และฉันก็โง่เง่าที่ปล่อยให้ผู้หญิงมีค่าอย่างเธอหลุดมือไป" คินน์กระซิบเสียงพร่ามัว ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้เรียวปากอิ่มสีพีชที่กำลังสั่นระริก "แต่ต่อให้เธอจะโกหกยังไง... ร่างกายของเธอก็ไม่เคยโกหกฉันเลย ริน..."
สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ลูบไล้ไปตามกรอบหน้าและริมฝีปากของเธอ ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความทรงจำเก่าๆ เมื่อครั้งที่เธอยังเป็นของเขา รสสัมผัสที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อน ตื่นขึ้นมาในโสตประสาทอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงของคินน์กำลังมึนเมาสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย
"อย่า... ปล่อยฉันนะ คินน์..." เสียงประท้วงของเธอบาเบาลงทุกทีเมื่อริมฝีปากของเขาเริ่มทาบทับกลีบปากของเธออย่างอุกอาจ
มันไม่ใช่จูบแห่งการลงทัณฑ์ แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความโกรธเกรี้ยว และความปรารถนาที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน คินน์บดขยี้เรียวปากนุ่มนวลของเธอด้วยความเร่าร้อน ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากันจนแยกไม่ออก รินรดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อต้านทาน แต่มีหรือที่คนอย่างคินน์จะยอมจำนน มือหนาออกแรงบีบสะโพกอิ่มให้แนบชิดกับกายแกร่งมากขึ้น จนเธอรู้สึกถึงความตื่นตัวของเขาที่แนบอยู่หน้าท้องบอบบาง ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านทะลุกางเกงเนื้อดีเข้ามาจนเธอต้องเผลอครางแผ่วเบาในลำคอด้วยความวาบหวาม
ช่องว่างระหว่างความโกรธและความลุ่มหลงพังทลายลงในชั่วพริบตา ลิ้นร้อนชื้นรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากของเธออย่างเอาแต่ใจ รินรดาที่พยายามแข็งขืนมาตลอดเริ่มอ่อนระทวย ร่างกายของเธอทรยศต่อจิตใจอีกครั้งยามเมื่อมือหนาของเขาเลื่อนสอดเข้าไปใต้เสื้อเนื้อบางสัมผัสกับผิวเนียนนุ่มช่วงเอว สัมผัสที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศทำให้สติของเธอพร่าเลือน
รสจูบที่ลึกซึ้งและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ห้องทำงานส่วนตัวกลายเป็นสนามอารมณ์อันเร่าร้อน ทั้งคู่ต่างโหยหากันและกันภายใต้ความสับสนและทิฐิที่ค้ำคอ ร่างบางถูกดันถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน คินน์ไม่รอช้า เขาแทรกตัวเข้ามาอยู่ระหว่างขาเรียวของเธอ ใช้ความได้เปรียบทางสรีระตรึงเธอไว้ใต้ร่างอย่างสมบูรณ์แบบ
ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งสองคนดังประสานกันท่ามกลางความเงียบ คินน์ถอนริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบ ดวงตาฉ่ำน้ำด้วยความปรารถนาและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย มันช่างเป็นภาพที่เย้ายวนและบีบหัวใจเขาจนแทบคลั่ง
"บอกความจริงฉันมา ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นถึงขีดสุด หน้าผากของเขาแนบชิดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนรดรินรดากัน "เด็กคนนั้น... คือลูกของฉันใช่ไหม? ถ้าเธอยอมบอกความจริงตอนนี้ ฉันสัญญาว่าฉันจะชดใช้ให้ทุกอย่าง... เราจะเริ่มต้นใหม่..."
รินรดาหอบหายใจหนักหน่วง หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบทรงเสน่ห์คู่นั้น ความรู้สึกเจ็บปวดในอดีตกับความหอมหวานของสัมผัสในปัจจุบันกำลังตีรันกันอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าหากเธอยอมจำนนในตอนนี้ กำแพงทั้งหมดที่สร้างมาจะพังทลาย และเธออาจไม่มีวันหลุดพ้นจากผู้ชายคนนี้ได้อีกเลย
แต่ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือสารภาพความจริง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเร่าร้อนนั้นอย่างกะทันหัน!
"ท่านประธานครับ... เอกสารด่วนจากแผนกบัญชีครับ... เอە ขอโทษครับ ผมเข้ามาผิดเวลาหรือเปล่าครับ!" เสียงของเลขานุการหนุ่มดังลั่นขึ้นพร้อมกับผลักประตูเปิดกว้างเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว
คินน์ชะงักก้าง ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองที่ประตูด้วยความโกรธเกรี้ยวสุดขีด ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผลักอกแกร่งของอดีตสามีออกสุดแรงและจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่อย่างลนลาน
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ประตูห้องเปิดกว้างออกจนสุด สายตาของเลขานุการหนุ่มไม่ได้มองแค่คินน์และรินรดาเท่านั้น แต่ในมือของเขากลับถือเอกสารสำคัญอีกฉบับ—ซองเอกสารสีน้ำตาลจากโรงพยาบาลชื่อดัง ที่มีชื่อของ "ด.ช.รวินท์ อัครเดโช" และผลตรวจ DNA ฉบับจริง หล่นต့ุบลงบนพื้นพรมต่อหน้าต่อตาคินน์พอดีเป๊ะ!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและอินไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงและบีบคั้นหัวใจนี้นะคะ
หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก•ตอนที่ 14
ความจริงที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!