“ถ้าจะชงเข้มขนาดนี้ เอาถ่านมาบดใส่เลยไหมคะคุณธันวา? จะได้ไม่ต้องเปลืองเมล็ดกาแฟแพงๆ”
เสียงหวานใสที่เจือความกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องครัวทันทีที่ฉันก้าวเท้าเข้ามา ธันวาที่กำลังยืนหันหลังให้ ดูเหมือนจะชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ วางช้อนคนกาแฟลงบนจานรองเสียงดัง *เคร้ง* อย่างเชื่องช้า
เขาหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสีเงินนั่นทำเอาฉันรู้สึกเหมือนโดนสแกนทะลุถึงลำไส้ใหญ่ แต่ก็นะ... ฉันมันพวกสายแข็งอยู่แล้ว จะไปกลัวอะไรกับแค่สถาปนิกหน้าตายที่เพิ่งจะยอมให้ฉันมาซุกหัวนอนด้วยเมื่อคืน
“ถ้าไม่ชอบ ก็ไปต้มน้ำร้อนดื่มเองครับ... อ้อ ลืมไป ห้องครัวนี้มีไว้สำหรับคนที่มีมารยาทพอจะรู้จักเคาะประตูก่อนเข้า ไม่ใช่ถือวิสาสะเดินเข้ามาเหมือนเป็นเจ้าของบ้านแบบคุณ” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความโกรธ แต่มันเต็มไปด้วยความเย็นชาที่น่าหมั่นไส้จนฉันอยากจะเดินเข้าไปบีบคอให้ยิ้มสักที
ฉันยกมือขึ้นกอดอก พิงสะโพกกับเคาน์เตอร์ครัวอย่างถือดี “มารยาทน่ะมีค่ะ แต่กับเพื่อน (ร่วมบ้าน) ที่เผลอทำโทรศัพท์ดับตอนกำลังจะบอกอะไรบางอย่างเนี่ย... ฉันว่าการเผชิญหน้ากันตรงๆ มันดูมี ‘มารยาท’ กว่าเยอะ”
ธันวาขยับแว่นสายตา มุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย เหมือนกำลังกลั้นขำหรือสมเพชฉันอยู่ก็ไม่รู้ “เรื่องแชตเมื่อคืนเหรอ? แบตฯ มันหมด ผมก็ช่วยไม่ได้ นี่ถ้าจะมาทวงคำตอบ ก็บอกไว้ก่อนนะว่าผมลืมไปหมดแล้วว่าคุณจะพูดอะไร”
“ลืมเก่งนะคะ พ่อคนความจำสั้น แต่เรื่องจำตำแหน่งวางของในบ้านนี่แม่นยำระดับสถาปนิกเหรียญทองเลยเชียว” ฉันเดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนได้กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นสะอาดๆ ประจำตัวของเขา
บรรยากาศในครัวที่ควรจะมาคุ กลับเริ่มอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่แสนจะฟุ้งซ่าน ฉันมองแก้วกาแฟในมือเขา ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามันมาถือไว้เองหน้าตาเฉย
“เฮ้ย... คุณมีน!”
“ชิมหน่อยสิว่ามันขมเหมือนคนชงจริงไหม” ฉันยกแก้วขึ้นจิบ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของคนตัวสูงที่ดูเหมือนจะทำตัวไม่ถูกกับการรุกคืบของฉัน
กาแฟรสขมปร่าปะทะปลายลิ้น แต่มันกลับกลายเป็นความรู้สึกที่แสนจะคุ้นเคย... ความขมที่แฝงไปด้วยความกลมกล่อมอย่างน่าประหลาด เหมือนกับนิสัยของธันวานั่นแหละ ภายนอกดูแข็งกร้าว แต่ถ้าได้ลองเปิดใจ (หรือลองชิมดีๆ) มันก็มีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่เห็น
“หวานนะ” ฉันวางแก้วลงแล้วยิ้มกว้างให้เขา
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นสูง “ผมไม่ได้ใส่น้ำตาล”
“ฉันหมายถึงฉันต่างหากที่หวาน... หรือจะเถียงว่าคุณไม่ได้แอบมองตอนฉันจิบเมื่อกี้?”
ธันวาแค่นหัวเราะ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของฉันจนใจมันเริ่มสั่นผิดจังหวะ “คุณนี่มัน... เหลืออดจริงๆ นะมีน ความมั่นหน้าของคุณเนี่ย มันมีลิมิตบ้างไหม?”
“ไม่รู้สิคะ ถ้าลิมิตคือการที่คุณเริ่มขยับเข้ามาใกล้ขนาดนี้... แปลว่าฉันชนะใช่ไหม?”
มือหนาของเขาเอื้อมมาจับเคาน์เตอร์ขนาบข้างตัวฉัน กักขังฉันไว้ในอ้อมแขนที่เขาสร้างขึ้นโดยไม่ได้ตั้งตัว ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงแววตาที่สั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
ทว่า... ก่อนที่สมรภูมิรักในเช้าวันใหม่จะทวีความรุนแรงไปมากกว่านี้ เสียงกริ่งหน้าบ้านที่ดังขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยก็ทำลายจังหวะหัวใจของฉันจนราบคาบ
ธันวาชะงักไป เขาผละออกจากฉันอย่างรวดเร็ว สีหน้ากลับมานิ่งสนิทเหมือนเดิมราวกับสับสวิตช์
“เพื่อนคุณ?” เขาถามพลางขมวดคิ้ว
“ฉันจะมีเพื่อนที่ไหนมาหาเช้าขนาดนี้... หรือว่าเป็นศัตรูของคุณ?” ฉันเลิกคิ้วถามกลับ ใจเริ่มสังหรณ์ใจแปลกๆ กับคนที่มาเยือนในเช้าวันหยุดแบบนี้
ธันวาเดินไปที่หน้าจอวงจรปิดหน้าบ้านที่ติดอยู่ตรงผนังครัว เขามองจอเพียงแวบเดียว ใบหน้าหล่อเหลาก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“มีน... คุณต้องขึ้นไปซ่อนบนห้องเดี๋ยวนี้”
“ทำไม? ใครมาคะ?”
เขากัดฟันแน่นก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ “แม่ผม... และท่านไม่ได้มาคนเดียว ท่านพา 'คู่หมั้น' ที่ผมเพิ่งบอกเลิกไปเมื่อวานมาด้วย”
น้ำผึ้งหยดแรกขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงอยู่เคียงข้างและเอาใจช่วยความรักแสนวุ่นวายของมีนและธันวานะคะ!
เซฟโซนของคนคลั่งรัก ดันไปพักบ้านอริ•ตอนที่ 3
กาแฟขมหรือคนชงกันแน่
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งรัก ดันไปพักบ้านอริ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
