นิติเวชผู้หยั่งรู้กับพยานในเงากาลเวลา•ตอนที่ 1

ศพที่ไร้ร่องรอย

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นฟอร์มาลีนเข้มข้นในห้องชันสูตรยามวิกาลไม่เคยเป็นมิตรกับใคร แต่มันคืออากาศบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียวที่นายแพทย์รวิศยอมรับในยามที่ความจริงของโลกใบนี้เริ่มบิดเบี้ยว เสียงสเตนเลสกระทบกันเบาๆ จากมือที่สวมถุงมือยางสีขาวสะอาดสะท้อนภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวโพลน รวิศยืนมองร่างไร้ลมหายใจบนเตียงผ่าตัด ร่างของชายหนุ่มนิรนามที่ถูกส่งตรงมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อสองชั่วโมงก่อน ไม่มีเอกสารระบุตัวตน ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ที่รุนแรงภายนอก มีเพียงความตายที่ดูเหมือนจะสะอาดสะอ้านเกินไปจนน่าสงสัย สำหรับแพทย์นิติเวชอัจฉริยะผู้เชื่อมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างเขา ความตายทุกศพมีภาษาพูดเสมอ และคืนนี้ ศพเบื้องหน้ากำลังพยายามปิดปากเงียบสนิท—ซึ่งเป็นสิ่งที่รวิศเกลียดที่สุด "หมอรวิศคะ..." เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าพร้อมกับเงาร่างเพรียวระหงที่คุ้นตาเอ่ยขึ้น ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออก มนตราก้าวเข้ามาในชุดเสื้อคลุมกันหนาวทับเสื้อผ้าลำลอง แววตาคมกริบหลังกรอบแว่นใสฉายแววเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางข้ามจังหวัด แต่ประกายความอยากรู้อยากเห็นในฐานะนักมานุษยวิทยาผู้หมกมุ่นกับภาษาโบราณยังคงโชติช่วงไม่เสื่อมคลาย "ฉันได้ยินว่าเคสดึกคืนนี้มีความพิเศษจนตำรวจกองปราบต้องโทรศัพท์ปลุกคุณกลางดึก" รวิศไม่หันกลับไปมอง เขายังคงใช้ปลายมีดผ่าตัดกรีดลงบนผิวหนังส่วนอกของศพอย่างแม่นยำและนุ่มนวล เสียงเนื้อเยื่อแยกออกจากกันดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ "คุณมาเร็วกว่าที่คิดนะ มนตรา... หรือว่าสัมผัสพิเศษของคุณมันส่งเสียงร้องเตือนภัยอีกแล้วล่ะ" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท เย็นชา และแฝงความเย้ยหยันเล็กน้อยตามวิสัยของคนที่ศรัทธาในวิทยาศาสตร์การแพทย์มากกว่าสัญชาตญาณลี้ลับ "บางครั้ง วิทยาศาสตร์ก็แคบเกินกว่าจะโอบรับความลับทั้งหมดของมนุษย์นะคะ หมอรวิศ" มนตราเดินเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตร เธอไม่ได้สะท้อนความกลัวต่อกลิ่นหรือภาพตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปทั่วร่างของศพก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าด้านข้างของแพทย์หนุ่ม "คุณกำลังพยายามหาคำตอบทางกายภาพให้กับการตายที่อาจไม่มีวันอธิบายได้ด้วยซ้ำ" "ผมสนใจแค่ข้อเท็จจริง ไม่ใช่นิทานพื้นบ้าน" รวิศตอบโดยไม่ละสายตาจากแผลผ่าตัด เขาดึงเครื่องมือชิ้นหนึ่งออกแล้วเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ตรวจสอบผิวหนังเฉพาะจุด "ศพนี้จมน้ำมาไม่ต่ำกว่าสี่สิบแปดชั่วโมง ปอดมีน้ำและโคลน สภาพภายนอกดูเหมือนอุบัติเหตุจากการพลัดตกน้ำทั่วไป แต่..." "แต่มีอะไรบางอย่างที่ทำให้คุณต้องโทรเรียกฉันมากลางดึกแบบนี้" มนตราต่อประโยคให้ด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เธอก้าวเข้าไปใกล้เตียงอีกนิดจนไหล่แทบจะชนกับรวิศ กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรผสมกับความเย็นเยียบของห้องชันสูตรลอยวนอยู่ในอากาศ สร้างเคมีที่ขัดแย้งแต่ดึงดูดใจอย่างประหลาดระหว่างคนทั้งสอง รวิศชะืองานในมือลงเล็กน้อย เขาถอนหายใจยาวก่อนจะใช้คีมโลหะคีบข้อมือซ้ายของศพขึ้นมา ชูให้หญิงสาวได้เห็นชัดเจนภายใต้แสงไฟสว่างจ้า ผิวหนังบริเวณข้อมือซีดเซียวถูกเช็ดจนสะอาด เผยให้เห็นรอยสักหมึกสีดำสนิท เป็นลวดลายอักขระโบราณที่หยักลึกและดูราวกับมีชีวิต รอยเส้นเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่หมึกธรรมดา แต่มันถูกกรีดลงไปในชั้นผิวหนังลึกจนเกิดเป็นแผลเป็นนูนขึ้นมา ทับซ้อนกันจนกลายเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ชวนให้รู้สึกเวียนหัวเมื่อจ้องมองนานเกินไป มนตราสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว ดวงตาที่เคยสงบนิ่งเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอยื่นมือออกไปเกือบจะสัมผัสรอยสักนั้น แต่รวิศกลับขยับข้อมือหนีด้วยความระมัดระวัง "ระวังด้วย มันอาจจะมีสารเคมีตกค้าง" รวิศเตือนเสียงเข้ม "ไม่ใช่สารเคมีหรอกค่ะ..." มนตราพึมพำ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังและเบาราวกับกลัวว่าเสียงของตัวเองจะไปปลุกบางสิ่งเข้า นิ้วเรียวของเธอขยับเข้าใกล้โดยเว้นระยะห่างไว้เพียงไม่กี่มิลลิเมตร "นี่คืออักขระตระกูลปารณีย์... ภาษาโบราณที่สูญหายไปจากบันทึกทางประวัติศาสตร์เมื่อสามร้อยปีមុន มันไม่ใช่รอยสักแฟชั่น แต่มันคือ 'ตราพันธสัญญา' ที่ใช้สลักบนร่างของนักโทษประหารที่ถูกบูชายان" รวิศหรี่ตาลงมองคู่สนทนา "คุณกำลังบอกว่าผู้ชายคนนี้... ตายด้วยพิธีกรรมโบราณ?" "ฉันกำลังบอกว่า..." มนตราเงยหน้าขึ้นสบตากับรวิศ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้เสียจนเขารับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเธอ "รอยสักนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อระบุตัวตน แต่มันมีไว้เพื่อ *กักขัง* อะไรบางอย่างให้อยู่ในร่างนี้ และตอนนี้... อักขระพวกนั้นกำลังเปลี่ยนสี" รวิศขมวดคิ้วแน่น เขาก้มลงมองข้อมือศพอีกครั้งด้วยความไม่เชื่อสายตา หมึกสีดำสนิทเมื่อครู่ บัดนี้กลับเริ่มเปล่งประกายเรืองแสงสีม่วงจางๆ ใต้ผิวหนัง พร้อมกับอุณหภูมิรอบตัวในห้องชันสูตรที่ลดฮวบลงอย่างฉับพลันจนเกิดไอน้ำที่ริมปาก ก่อนที่รวิศจะได้เอ่ยปากแย้งด้วยหลักการทางฟิสิกส์ เสียงกริ่งเตือนภัยฉุกเฉินของระบบระบายอากาศในห้องชันสูตรก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกัน ไฟนีออนสีขาวกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลงเหลือเพียงแสงไฟสำรองสีแดงก่ำที่สาดส่องลงบนใบหน้าของศพ ในความเงียบที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัย ร่างไร้ชีวิตบนเตียงสเตนเลสก็กระตุกเกร็งขึ้นอย่างรุนแรง นิ้วมือที่แข็งทื่อค่อยๆ งอเข้าหากัน และก่อนที่รวิศจะทันได้คว้าปืนพกประจำตัวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ศพชายปริศนาก็ค่อยๆ หันศีรษะมาทางเขาทีละน้อย พร้อมกับเปลือกตาที่เปิดกว้างเผยให้เห็นดวงตาคู่สีเทาว่างเปล่าที่จ้องตรงมายังแพทย์หนุ่มอย่างเย็นเยียบ... และริมฝีปากที่ถูกเย็บปิดไว้ขยับยิ้ม *ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดด้วยกันนะคะ*
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชผู้หยั่งรู้กับพยานในเงากาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%