กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในแสงไฟนีออนสีส้มสลัว คือสิ่งเดียวที่ต้อนรับรินรดาในยามที่เข็มนาฬิกาบนผนังบอกเวลาเที่ยงคืนตรง หญิงสาวลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ พยายามก้าวเท้าให้เบาที่สุดบนพื้นไม้ปาร์เกต์ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดราวกับจงใจประจานแผนการลักLorkเข้าหาสมุดคณะสถาปัตย์ยามวิกาลของเธอ โชคดีที่เธอแอบจดรหัสผ่านประตูหนีไฟมาจากรุ่นน้องในภาควิชาได้ มิฉะนั้น ป่านนี้เธอกงคงนั่งเครียดหัวฟูอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ห้องพักคอนโดฯ ไปแล้ว ไฟล์แบบร่างโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องใช้ส่งประกวดในอีกสามวันข้างหน้าถูกเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์หลักของห้องสมุดเฉพาะกิจแห่งนี้ และเธอยอมไม่ได้เด็ดขาดที่จะพลาดโอกาสคว้าโปรเจกต์นี้มาครองเพียงเพราะกฎระงับการใช้พื้นที่หลังเวลาสองทุ่มบ้าบอคอแตกอะไรนั่น
"คิดว่าจะเนียนเข้ามาได้แนบเนียนกว่านี้เสียอีกนะ คุณสถาปนิก"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณชั้นหนังสือประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ทำเอารินรดาสสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยกระโจนขึ้นมาตีรัวอยู่แถวๆ ลำคอ มือเรียวรีบคว้าสันหนังสือเล่มใกล้ที่สุดมาถือไว้ป้องกันตัวโดยสัญชาตญาณ ก่อนที่ร่างสูงโปรดปรานในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกจะก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าคมคายไร้กรอบแว่นหนาเตอะในยามปกติเผยให้เห็นสันจมูกโด่งเป็นคมและดวงตาคู่คมที่กำลังมองมาด้วยแววตาดุ ดุราวกับอาจารย์ฝ่ายปกครองกำลังจับผิดนักเรียนโดนเรียน
คีย์... บรรณารักษ์หนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็น ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ ประจำตึกคณะ และเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของเธอในเรื่องความไร้ระเบียบ
"ตกใจหมด! คุณนี่เป็นผีหรือไง ถึงได้เดินมาเงียบๆ แบบนี้" รินรดายกมือขึ้นทาบอก พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแม้ว่าฝ่ามือจะเริ่มชื้นเหงื่อ ร่างบางกอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความผิด "แล้วอีกอย่าง นี่มันนอกเวลาทำการแล้ว คุณมาทำอะไรมืดค่ำป่านนี้ที่นี่คะ"
"ควรจะเป็นคำถามนั้นสำหรับคุณมากกว่าไหมครับ... อ้อ ขอโทษที ดิฉันลืมไปว่าคุณผู้หญิงไม่ค่อยถูกโฉลกกับนาฬิกาและกฎเกณฑ์สักเท่าไหร่" คีย์เน้นเสียงคำว่า 'ดิฉัน' ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนหมั่นไส้ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางหนังสือไม้สักทองเสียงดังทึบ
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวไม้กฤษณาผสมกลิ่นกระดาษสะอาดสะอ้านลอยมาแตะจมูก รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอไม่ชอบเวลาที่เขาใช้สายตาแบบนี้มองมา มันเป็นสายตาที่เหมือนกำลังอ่านทะลุปรุโปร่งเข้าไปในความคิด วินิจฉัย และตัดสินความผิดพลาดของเธอโดยไม่ต้องเปลืองแรงพูด
"ฉันแค่... มีงานด่วนที่ต้องใช้ไฟล์ในเซิร์ฟเวอร์แค่นั้นเองค่ะ มันจำเป็นจริงๆ ถ้าฉันไม่ได้ส่งแบบวันนี้ พรุ่งนี้ทีมฉันก็ตายแน่ คุณในฐานะคนรักองค์กร น่าจะเห็นใจเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกันบ้างนะคะ" รินรดาแกล้งทำเสียงอ่อนลงนิดหนึ่ง เผื่อว่าความน่าสงสารจะช่วยลดความดุในแววตาคู่นั้นได้บ้าง
แต่เธอลืมไป... คีย์ไม่ใช่ผู้ชายที่จะแพ้ลูกอ้อนตื้นๆ แบบนี้
ชายหนุ่มหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาสีนิลคู่นั้นก้มลงมองเอกสารในมือเธอสลับกับใบหน้าที่เชิดขึ้นด้วยความพยายามถือดี มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นเจืออยู่เลยสักนิด มีเพียงความเจ้าเล่ห์แบบที่ทำให้คนมองรู้สึกเหมือนกำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดไว้
"ความจำเป็นของคุณ ไม่ได้หมายความว่ากฎของห้องสมุดจะถูกยกเว้นเป็นกรณีพิเศษหรอกนะครับ คุณรินรดา" คีย์เอ่ยเสียงนุ่ม แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนจนเธออยากจะหยิบหนังสือประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมฟาดหน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด "และที่สำคัญ... คุณรู้ไหมว่าการบุกรุกเข้ามาในยามวิกาลแบบนี้ มีบทลงโทษทางวินัยอย่างไรบ้าง"
"คุณจะฟ้องคณบดีหรือไงคะ? เด็กอนุบาลเขายังไม่ฟ้องฟ้องฟ้องเวลาเพื่อนทำผิดเลยนะ!" รินรดาแหวใส่ด้วยความเหลืออด ความกลัวเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่ ใบหน้าสวยหวานง้ำงอลงอย่างไม่ปิดบัง "ฉันแค่มารับไฟล์ ไม่ได้มาขโมยหนังสือหายากของคุณสักหน่อย ทำไมต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยเนี่ย"
"เพราะสำหรับผม ไม่มีเรื่องไหนในห้องสมุดนี้ที่เป็นเรื่องเล็ก" คีย์ตอบเสียงเรียบ สีหน้าจริงจังไร้ล้อเล่น ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธอ "รวมถึงเรื่องของคุณด้วย"
ประโยคหลังนั้นเบาหวิว แต่กลับดังชัดเจนก้องอยู่ในความเงียบงัดของห้องสมุดยามค่ำคืน รินรดารู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวสูงขึ้นอย่างกะทันหัน หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความตกใจเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นจังหวะการเต้นที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เธออ้าปากจะเถียงกลับ แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียง คำพูดทั้งหมดก็ต้องกลืนกลับลงคอไป เมื่อจู่ๆ คีย์ก็ยกมือขึ้น เอื้อมผ่านไหล่บางของเธอไปคว้าหนังสือเล่มหนึ่งที่อยู่บนชั้นวางด้านหลังสุดได้อย่างแม่นยำ
ร่างสูงโน้มตัวลงมาครอบคลุมพื้นที่ด้านหน้าจนเกือบชิด รินรดารู้สึกเหมือนถูกกักขังไว้ในวงแขนของเขาโดยปริยาย ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่บริเวณขมับทำให้สติสัมปชัญญะของสถาปัตยกรรมสาวกระเจิดกระเจิงไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องแบบร่างตึกระฟ้ากลับขาวโพลนอย่างไร้สาเหตุ
"ถะ... ถอยไปนะคุณ" เสียงของเธอขาดหายไปในลำคอเมื่อคีย์ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกโด่งแทบจะปัดผ่านแก้มเนียน
"ถ้าผมไม่ถอยล่ะ คุณจะทำโทษผมตามกฎข้อไหนของคุณดี... คุณสถาปนิกคนเก่ง" คีย์กระซิบแผ่วเบาข้างใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างคนเก็บอาการไม่อยู่
และในเสี้ยววินาทีที่รินรดากำลังจะอ้าปากต่อว่าเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอกนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นก้องโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงไขกุญแจประตูห้องสมุดจากฝั่งเจ้าหน้าที่กะดึกที่กำลังจะเข้ามาตรวจตารางเวรตามปกติ!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก รินรดาหันขวับมามองหน้าคีย์ทันทีด้วยความตกใจสุดขีด... ถ้ามีคนมาเห็นสภาพที่เธอกำลังถูกบรรณารักษ์ปากจัดต้อนจนมุมอยู่แบบนี้ มีหวังข่าวลือคงแพร่สะพัดไปทั่วคณะก่อนพระอาทิตย์ขึ้นพรุ่งนี้แน่!
รดาสบถในใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าปกเสื้อสูทของคีย์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว เพื่อดึงเขาให้หลบเข้าไปหลังชั้นหนังสือด้วยกัน แต่เพราะแรงดึงที่กะทันหันเกินไป ทำให้ร่างสูงเสียหลักเซถลาลงมาทับเธอเต็มแรง...
*แปะ!* เสียงหนังสือเล่มหนาหล่นกระทบพื้นดังสนั่น พร้อมกับลมหายใจของทั้งคู่ที่ประชิดติดกันจนแทบจะหลอมละลายเป็นดวงเดียวกันในความมืดมิดของมุมตึกนั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจให้ยัยคนปากเก่งกับตาบรรณารักษ์จอมซึนนะคะ ตอนหน้าบอกเลยว่ามีคนเสียอาการจนเก็บทรงไม่อยู่แน่นอนค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย•ตอนที่ 4
คนบ้างาน vs คนบ้ากฎ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!