เช็คเงินในบัญชีเหลือสามร้อยสี่สิบเจ็ดบาท กับเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินรกร้างสามไร่ในอำเภอชายขอบ คือมรดกชิ้นสุดท้ายที่บรรดาลุงและป้าใจดำพยายามยัดเยียดให้รินรดา เพื่อปัดภาระค่ารักษาพยาบาลของปู่ที่พวกมันจงใจบล็อกทุกช่องทางเบิกจ่าย
"ถ้าไม่อยากเซ็นสละสิทธิ์ ก็แบกหน้าเอาสมบัติขยะนี่ไสหัวออกไปจากตระกูลเราซะ!"
เสียงกรีดแหลมสูงของป้าสะใภ้ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับสายตารังเกียจเดียดฉันท์เหมือนเธอกำลังขอเศษอาหารกิน รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก พับเอกสารแผ่นนั้นเก็บใส่กระเป๋าเสื้อด้วยความนิ่งสงบที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับหน้าเสีย เมืองหลวงแห่งนี้ไม่มีพื้นที่ให้คนซื่อสัตย์และไร้เส้นสาย ทว่าแผ่นดินรกร้างและบ้านไม้เก่าทรุดโทรมที่คนพวกนั้นเหยียดหยาม กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกเกมชีวิตที่พวกมันไม่มีวันคาดคิด
เครื่องยนต์กระบะมือสองส่งเสียงไอโขกไอขาก่อนจะดับสนิทลงตรงหน้าป้ายไม้ผุกร่อน "สวนร่มไม้ปลายนา" รินรดาก้าวลงจากรถ กวาดสายตามองสภาพแวดล้อมรอบตัว หญ้ารกสูงท่วมหัว ตัวบ้านเรือนไทยประยุกต์ครึ่งปูนครึ่งไม้มีหยากใย่เกาะหนาเตอะ กลิ่นอับชื้นของความรกร้างโชยปะทะจมูก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับอดีตเชฟมือฉกาจผู้เคยผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับมิชลินมาแล้ว สิ่งสำคัญคือ "ความเงียบสงบ" และ "ความเป็นส่วนตัว" ต่างหากที่เธอกำลังโหยหา
ทันทีที่ผลักประตูกระจกบานเก่าเข้าไป ร่างบางก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ฝุ่นเขรอะ ลมหายใจผ่อนยาวออกมาด้วยความเหนื่อยล้า แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกริ่งใสราวกระดิ่งแก้วก็ดังขึ้นในหัว พร้อมกับมิติแสงสีฟ้าครามที่แผ่ขยายวับwawวาวอยู่ตรงหน้า นี่คือความลับที่รินรดาไม่เคยบอกใคร—มิติลับเพาะปลูกระดับปรมาจารย์ ที่รeturnกลับมาพร้อมกับพลังงานชีวิตขั้นสูงสุดหลังจากการตัดขาดจากตระกูลจอมปลอมอย่างเด็ดขาด
หน้าจอดิจิทัลสีฟ้าใสลอยเด่นขึ้นกลางอากาศ ปรากฏเมล็ดพันธุ์พืชเกรดพรีเมียมที่ถูกล็อกไว้ และแต้มพลังงานเริ่มต้นที่ได้จากการตัดสินใจเด็ดขาดเมื่อเช้า รินรดากะพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัส ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะยกยิ้มกว้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
"หึ... คิดว่าจะเขี่ยฉันให้ตายรึไง ฝันไปเถอะ"
เธอพึมพำกับตัวเองขณะใช้นิ้วเรียวจิ้มลงบนหน้าจอเพื่อเลือกเมล็ดพันธุ์ "มะเขือเทศราชินีมิติลับ" และ "ผักสลัดคอสทองคำ" ทันใดนั้น ละอองแสงสีทองก็ร่วงหล่นลงบนพื้นดินรกร้างหลังบ้านผ่านหน้าต่าง ท่ามกลางความตกตะลึงเมื่อเผ่นดินภายนอกเริ่มส่งกลิ่นหอมกรุ่นของดินอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาทันตาเห็น ชนิดที่ต่อให้เป็นปุ๋ยเคมีราคาแพงที่สุดก็เทียบไม่ติด
ในจังหวะที่รินรดากำลังกתุลังจัดเตรียมอุปกรณ์การเกษตรชิ้นแรก เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารพรางสีเข้มของพันตรีธนาก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะวางถุงเสบียงและกล่องเครื่องมือชิ้นโตลงบนโต๊ะไม้เสียงดังทึบ
"ทำไมไม่รอผมมารับที่สถานีขนส่งครับ ริน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววตำหนิเล็กน้อย แต่สายตากลับทอประกายอ่อนโยนจนน่าใจหาย ธนายื่นขวดน้ำเกลือแร่ให้เธอด้วยมือหนาที่ผ่านการจับอาวุธมาโชกโชน แต่กลับระมัดระวังไม่ให้โดนตัวเธอแรงเกินไป
รินรดาช้อนตาขึ้นมองสามีหนุ่มผู้ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่คำเดียวตั้งแต่เธอตัดสินใจลาออกจากงานเชฟเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ เธอยื่นมือไปรับขวดน้ำ พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งไปถึงดวงตา "ถ้าฉันมัวแต่รอคุณ ฉันคงโดนพวกป้าใจดำสูบเลือดจนหมดตัวไปก่อนแล้วล่ะค่ะพี่ธนา... ว่าแต่คุณเถอะ ลาพักร้อนยาวแบบนี้ กองทัพจะไม่ตามตัวกลับไปเหรอคะ"
ธนาแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขยิบเข้ามาใกล้จนกลิ่นกายสะอาดสะอ้านเจือกลิ่นอายแดดและฝนผสมปะปนกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเขาโชยเข้าจมูกรินรดา ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ
"งานในกองทัพสำคัญรองจากภรรยาครับ... ว่าแต่ภรรยาคนเก่งของผมสำรวจบ้านเสร็จหรือยัง หิวหรือยังครับ มื้อเย็นนี้ผมตั้งใจจะทำเมนูโปรดให้ทาน"
รินรดากำลังจะอ้าปากปฏิเสธเพราะเธอกำลังวางแผนจะใช้ผลผลิตจากมิติลับมาทำอาหารเอง ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียง ท้องฟ้าด้านนอกที่เคยสว่างไสวกลับมืดครึ้มลงฉับพลัน พร้อมกับเสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังปึงปังด้วยความเกรี้ยวกราด ตามมาด้วยเสียงตะโกนโ원은วายของเพื่อนบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นที่พ่วงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านประจำตำบล
"ไอ้หนุ่มทหารหน้าใหม่! ออกมาเคลียร์เรื่องเขตที่ดินเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย พวกแกบุกรุกพื้นที่สาธารณะ!"
ธนาขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนอุณหภูมิห้องลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มหันมามองสบตากับภรรยาด้วยแววตานิ่งสงบแต่ดุดัน ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของเธอไว้แน่นแล้วบีบเบาๆ เป็นเชิงบอกให้วางใจ
"ดูท่าทาง... เราคงไม่ได้ทานอาหารเย็นกันอย่างสงบแล้วล่ะครับริน" ธนาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเหี้ยมเกรียมชนิดที่ต่อให้เป็นเสือร้ายก็ยังต้องหนี "เดี๋ยวผมออกไปจัดการเอง คุณรออยู่ในนี้..."
"ไม่ต้องค่ะ" รินรดาดึงมือกลับเล็กน้อย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาส่องประกายความเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยวอย่างที่ธนาชอบมองเสมอ "คนพวกนั้นตั้งใจมาหาเรื่องตั้งแต่วันแรกที่เราเหยียบเข้ามา... ถ้าเราอ่อนข้อให้ตอนนี้ มีหวังพวกมันได้ขี่คอเราแน่ ออกไปพร้อมกันเถอะค่ะ ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าที่ดิน 'ขยะ' ที่พวกมันเขี่ยทิ้ง ทำไมตอนนี้ถึงมีแต่คนอยากได้นัก!"
เธอหยิบกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ด้ามคมกริบขึ้นมาถือไว้ในมือหมุนเล่นเบาๆ ขณะก้าวเดินเคียงข้างสามีไปยังประตูหน้าบ้าน โดยไม่รู้เลยว่า ที่ดินสามไร่รกร้างแห่งนี้ กำลังจะกลายเป็นสนามรบแห่งแรกที่สร้างความสะใจให้เธอยิ่งกว่าการเอาชนะเชฟใหญ่ในภัตตาคารหรูเสียอีก
ลมทะเลพัดรักขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยความตื่นเต้น และพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
เซียนเกษตรกรตัวแม่กับคุณชายทหารผู้คลั่งรักเมนูไข่•ตอนที่ 1
ชีวิตพังในเมืองใหญ่สู่ที่ดินมรดก
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรกรตัวแม่กับคุณชายทหารผู้คลั่งรักเมนูไข่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!