"ถ้าคุณคิดว่าการกลับมาเพื่อทวงคืน คือการรื้อฟื้นเศษซากปรักหักพังให้พังลงไปอีกรอบ... คุณก็คิดผิดถนัดค่ะธันวา"
รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเซรามิกเสียงดังกริ๊กเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องนั่งเล่น สายตาของเธอนิ่งสนิท จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้ดูเหมือนคนที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมา แต่ดูเหมือนคนที่กำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า
ธันวาไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับกายเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอายของฝนที่เขาโปรดปราน มันคือกลิ่นเดียวกับวันแรกที่เราพบกัน และเป็นกลิ่นเดียวกับวันที่เราต้องลาจาก
"ผมไม่ได้หมายถึงสิ่งของ" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ มือหนาค่อยๆ เอื้อมมาวางทับมือของหญิงสาวบนโต๊ะ "ผมหมายถึงตัวผมเอง... และเวลาที่เราเสียไปโดยไม่มีกันและกัน ริน... ผมกลับมาเพื่อทวงคืน 'โอกาส' ที่จะทำให้เราแก่เฒ่าไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอีก"
รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัดเล็กน้อย ความทรงจำอันโหดร้ายในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมาฉายวาบขึ้นมาเหมือนภาพยนตร์เก่าที่กรอซ้ำ ทั้งความโดดเดี่ยว การต้องยืนหยัดด้วยตัวเอง และการเรียนรู้ที่จะยอมรับว่าความผิดพลาดคือครูที่โหดร้ายที่สุด แต่ในวินาทีนี้ ทุกอย่างกลับนิ่งสนิท ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำได้พัดผ่านไปจนเหลือเพียงความว่างเปล่าที่สงบสุข
"คุณไม่มีสิทธิ์ทวงคืนสิ่งที่ฉันเป็นคนตัดสินใจโยนมันทิ้งไปเองนะ" รินรดาแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก สายตาที่เคยสั่นไหวเปลี่ยนเป็นความมั่นคง "คุณกลับมาได้... แต่ต้องไม่ใช่ในฐานะคนที่ต้องการแก้ไขอดีต แต่ในฐานะคนที่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบคนนี้ในวันนี้... คุณทำได้ไหมคะ?"
ธันวาไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้าเธอ ในแววตาคู่คมนั้นไม่มีความขุ่นมัวของอดีตอีกต่อไป มีเพียงความจริงใจที่แสนเรียบง่าย
"อดีตไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการแก้ไขแล้วครับ" เขาพูดเบาๆ แต่มั่นคง "เพราะถ้าไม่มีอดีตที่ผิดพลาด วันนี้ผมคงไม่รู้ซึ้งว่าคุณคือคนเดียวที่ผมจะยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อรักษาไว้... รินรดา แต่งงานกับผมอีกครั้งนะ ไม่ใช่ในฐานะคนรักเก่าที่โหยหา แต่ในฐานะคนปัจจุบันที่พร้อมจะสร้างวันพรุ่งนี้ไปพร้อมกัน"
บ้านทั้งหลังเงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจของคนทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ความรู้สึกในวัยสามสิบสองปีมันช่างต่างจากวัยยี่สิบต้นๆ อย่างสิ้นเชิง มันไม่มีความหวือหวาที่น่าตื่นเต้น แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ความเกรงใจ และความต้องการที่จะประคับประคองชีวิตที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด
"ถ้าฉันตอบตกลง..." รินรดากระซิบ น้ำตาเอ่อคลอที่หน่วยตา "คุณจะไม่มีวันทิ้งฉันไว้ข้างหลังอีกใช่ไหม"
"ต่อให้โลกจะพังทลาย หรือกาลเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน" ธันวากุมมือเธอแนบแก้ม "ที่ของคุณคือข้างกายผมเสมอ... ไม่ว่าจะวันนี้ หรือนิรันดร์"
...
สามปีผ่านไป
แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งด้วยโทนอบอุ่น รินรดานั่งอยู่บนเก้าอี้โยกตัวโปรด มือถือหนังสือเล่มโปรดในมือ แต่สายตากลับจับจ้องไปยังภาพที่อยู่ตรงระเบียงข้างนอก
ธันวากำลังสอนเด็กน้อยวัยสองขวบให้หย่อนเมล็ดพันธุ์ลงในกระถางเล็กๆ เสียงหัวเราะสดใสของลูกชายดังแว่วเข้ามาสลับกับเสียงทุ้มต่ำของพ่อที่คอยอธิบายอย่างใจเย็น ชีวิตหลังแต่งงานรอบที่สองนี้ไม่ได้เรียบหรูเหมือนในนิยายเล่มไหน แต่มันคือความเป็นจริงที่งดงามที่สุด
ไม่มีการโต้เถียงเรื่องความลับในอดีต ไม่มีเงาของความหวาดระแวง เพราะสิ่งที่รินรดาและธันวาเรียนรู้คือ การให้อภัยตัวเองคือจุดเริ่มต้นของการรักผู้อื่นอย่างแท้จริง
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากกระถางต้นไม้ สบตากับภรรยาสาวผ่านกระจกบานใหญ่ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นบอกเล่าทุกอย่าง รินรดาวางหนังสือลงแล้วเดินออกไปหาเขา ไออุ่นของแสงแดดกระทบผิวหนัง ความสุขที่เธอเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว กลับกลายเป็นความธรรมดาที่จับต้องได้ในทุกวัน
"แดดเริ่มแรงแล้วค่ะ" รินรดาเอ่ยพลางยื่นมือไปเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้สามี
ธันวาคว้ามือเธอมากุมไว้ พลางส่งสายตาอ่อนโยน "ไม่เห็นเป็นไรเลยครับ... ต่อให้ร้อนแค่ไหน ถ้ามีคุณกับลูกอยู่ตรงนี้ สำหรับผมมันก็คือความร่มเย็นที่สุดแล้ว"
รินรดาซบหน้าลงบนไหล่กว้างของเขา ในใจนึกขอบคุณทุกเหตุการณ์ที่เคยพังทลาย ทุกความเจ็บปวดที่เคยกัดกินหัวใจ หากวันนั้นเธอไม่เคยย้อนกลับมาทบทวนสิ่งที่สูญเสียไป หากเขาไม่ยอมก้าวข้ามผ่านทิฐิและบาดแผลเพื่อกลับมา... พวกเขาคงไม่มีวันนี้ วันที่นิรันดร์ไม่ได้หมายถึงการครองคู่ในความฝัน แต่คือการได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ไปพร้อมกับคนที่ใช่ ในเวลาที่เหมาะสมที่สุด
ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไรอีกแล้ว... เพราะทุกวินาทีที่ผ่านมาคือบทเรียน และทุกวินาทีที่กำลังจะมาถึง คือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่เราจะรักษาไว้ด้วยกัน
"มีความสุขไหมคะ" ธันวาถามกระซิบข้างหู
รินรดาหลับตาลง สูดกลิ่นอายความอบอุ่นของครอบครัวที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต ก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขที่สุด
"ความสุขคือตอนนี้... และนิรันดร์ของเราคือวินาทีนี้จริงๆ ค่ะ"
ชีวิตคู่ไม่ได้จบลงที่ตอนอวสาน แต่คือการตื่นขึ้นมาในทุกๆ วันแล้วพบว่า คนที่เรารักยังคงนั่งจิบกาแฟอยู่ข้างๆ และนั่นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหัวใจที่เคยพังทลาย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินรดาและธันวาในนิยายเรื่องนี้นะคะ
ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง•ตอนที่ 30
นิรันดร์คือตอนนี้
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!