ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง•ตอนที่ 1

ลมหายใจที่สอง

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
สัมผัสเย็นเฉียบของเนื้อกระดาษราคาแพงที่ปลายนิ้ว ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดราวกับมันไม่ใช่ความจริง รินรดาก้มมองเอกสารข้อตกลงการหย่าร้างในมือ ใบหน้าของเธอยังคงสะท้อนอยู่ในเงากระจกเงาบานใหญ่เบื้องหน้า ทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความอ่อนล้าอันเกิดจากการสะสมความช้ำใจตลอดห้าปีที่ผ่านมา ห้าปี... ใช่แล้ว เธอกำลังยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นของจุดจบ เมื่อห้าปีก่อน วันที่ความดื้อรั้นและความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีจอมปลอม ผลักไสเธอให้ตัดสินใจเซ็นชื่อลงไปบนกระดาษแผ่นนี้ เพื่อเดินออกจากอ้อมกอดของคนที่รักเธอที่สุด "ริน... ถ้าคุณคิดว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุด ผมก็จะไม่รั้งคุณไว้อีกต่อไป" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนหัวใจกระตุกวูบดังขึ้นจากมุมห้อง ธันวากำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม แผ่นหลังกว้างนั้นดูราวกับแบกรับความแตกสลายไว้ทั้งหมด ดวงตาคมคายคู่นั้นไม่ได้มองมาที่เธอ แต่มันเหม็งมองแหวนแต่งงานบนนิ้วนางของตนเองด้วยความรู้สึกที่แทบจะแหลکสลาย ร่องรอยความเจ็บปวดที่เธอเคยละเลยไปในอดีต บัดนี้กลับเด่นชัดจนเธอนึกโกรธตัวเองในวัยสามสิบสองที่โง่เขลา ในอดีต รินรดาจะเชิดหน้าขึ้น เอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือนด้วยความเย่อหยิ่งเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวในใจ แต่ในวินาทีนี้... หญิงสาววัยสามสิบสองปีที่ผ่านพ้นจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ได้ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวเองเมื่ออดีต รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ มือที่ถือปากกาหมึกซึมราคาแพงสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความตื่นตระหนกปะปนกับความโล่งใจที่ยังไม่สายเกินไป เธอยังมีลมหายใจที่สอง... โอกาสครั้งที่สองที่สวรรค์เมตตาประทานให้ "ถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่อยากเซ็นล่ะคะ" เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ทว่ากังวานและสั่นเครือเล็กน้อย รินรดาค่อย ๆ วางปากกาลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบา ๆ นั้นดึงสายตาคมของธันวาให้เงยขึ้นมองอย่างไม่เชื่อหู ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาไหววับด้วยความสับสนระคนระแวง เขาชินชากับความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเธอ ชินชากับคำพูดที่มักจะผลักไสเขาให้ออกห่างเพื่อทดสอบความอดทน "ริน อย่าล้อเล่นกับเรื่องนี้เลยครับ" ธันวาเอ่ยเสียงแหบพร่า เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้เธอยืนอยู่ "คุณเป็นคนบอกเองว่า ชีวิตแต่งงานของเรามันคือความผิดพลาดตั้งแต่เริ่มต้นไม่ใช่หรือไง คุณบอกว่าต้องการอิสระ... ต้องการกลับไปใช้ชีวิตในแบบที่คุณควรจะเป็น" รินรดาเงยหน้าสบตาเขาลึกซึ้ง หัวใจของเธอบีบตัวแน่นจนเจ็บแปลบ เธอยื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวแตะลงที่ข้อมือหนาของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่เธอโหยหามาตลอดห้าปีเต็มในโลกคู่ขนานที่ไร้เขา ทำให้ขอบตาของเธ้าร้อนผ่าว "นั่นมันคือความคิดของรินในอดีตค่ะ ธันวา" น้ำเสียงของเธอสั่นระริกแต่จริงจังอย่างยิ่งยวด "รินในตอนนี้... รู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต" ธันวาชะงักงัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของภรรยา เขาพยายามค้นหาความจริงหรือเล่ห์เหลี่ยมใด ๆ จากแววตานั้น แต่สิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความเวิ้งว้าง ความสำนึกผิด และประกายความรักที่อัดแน่นจนล้นปรี่ ซึ่งเธอไม่เคยแสดงมันออกมาเลยตลอดสามปีที่แต่งงานกัน "คุณ... เปลี่ยนไป" ธันวาพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง "เมื่อกี้คุณยังทำท่าทางเหมือนอยากจะหนีไปให้พ้นจากผมอยู่เลย" "เพราะรินโง่ค่ะ" รินรดายิ้มทั้งน้ำตา หยาดน้ำใสเอ่อคลอเบ้าก่อนจะร่วงเผาะลงบนหลังมือของเขาที่เธอยังคงกุมไว้ "รินปล่อยให้ความอีโก้ ความคิดไร้สาระ มาทำลายบ้านของเรา ทำลายคนที่รักรินด้วยความจริงใจที่สุด... ธันวาคะ ยกโทษให้ความงี่เง่าของรินในอดีตได้ไหมคะ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้าง บรรยากาศตึงเครียดที่เคยมีราวกับถูกแช่แข็ง ธันวามองภรรยาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขารักเธอ... รักมาตลอด รักจนยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งการปล่อยมือเพื่อให้เธอมีความสุข แต่คำพูดและแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงนี้ กำลังทำให้กำแพงในใจของเขาพังทลายลงทีละน้อย มือหนายกขึ้น หมายจะดึงข้อมือออกตามความเคยชินที่มักจะถอยร่นเพื่อรักษาแผลใจ แต่รินรดากลับเป็นฝ่ายกุมมือเขาแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือตอนนี้ เขากจะหายลับไปจากชีวิตของเธออีกครั้ง "อย่าเพิ่งผลักไสกันเลยนะคะ" รินรดาขยับเข้าไปใกล้ จนกลิ่นกายคุ้นเคยสะอาดสะอ้านของชายหนุ่มโอบล้อมเธอไว้ เธอลดทิฐิทั้งหมดที่มีลง ยอมเป็นฝ่ายซบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่ไหวสะท้อนตามจังหวะการเต้นของหัวใจเขา "ให้โอกาสรินได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งนะคะ ธันวา... เราเริ่มต้นใหม่กันได้ไหม" ธันวานิ่งค้าง ร่างกายแข็งเกร็งด้วยความตกใจ ปรกติแล้วรินรดาไม่มีทางเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อนแบบนี้ ยิ่งเป็นการแสดงความอ่อนแอให้เห็น ยิ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลย ทว่า... อ้อมแขนอุ่นที่สวมกอดรอบเอวของเขาแน่นขึ้น พร้อมกับแรงสะอื้นเบา ๆ ที่เริ่มสั่นสะท้านแผ่นอกของเขา ทำให้หัวใจที่ด้านชามานานนับเดือนเริ่มกลับมาสูบฉีดเลือดอีกครั้งอย่างรุนแรง มือหนาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ยกขึ้นโอบกอดร่างบางนั้นไว้โดยสัญชาตญาณ ความอบอุ่นที่โหยหาไหลผ่านร่มผ้าเข้าสู่หัวใจ แต่ในขณะที่ธันวากำลังจะเอաբปากเอ่ยคำตอบรับ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ทำลายบรรยากาศเปราะบางแต่ลึกซึ้งลงทันที รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย ผละออกจากอกของสามีด้วยความตกใจ ขณะที่ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญเช่นนี้ ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากอนุญาต ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ ดวงตาคู่คมกวาดมองคนทั้งสองที่ยืนกอดกันอยู่ด้วยแววตาแปลกใจระคนเย้ยหยัน "อุ๊ย... ขอโทษด้วยนะคะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาสวีทของคุณสองคน... พอดีเลขาฯ บอกว่าคุณธันวายังสะสางงานไม่เสร็จ ฉันเลยถือวิสาสะเอาเอกสารด่วนมาให้เซ็นด้วยตัวเองค่ะ" รินรดานิ่งงั้น เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ เมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าประตูลานตา ผู้หญิงที่เป็นชนวนเหตุสำคัญในอดีต... คนที่เธอเกลียดชังเข้ากระดูกดำ พิมพ์พิชชา... ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นความร้ายกาจไว้ภายใต้หน้ากากอันอ่อนหวาน และในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนภัยในหัวของรินรดาก็กรีดร้องขึ้นเสียงดัง เมื่อเธอนึกขึ้นได้ว่า วันนี้... ไม่ใช่แค่วันที่เธอกำลังจะหย่ากับธันวา แต่เป็นวันเดียวกับที่แผนการทำลายล้างชีวิตแต่งงานของเธอจากบุคคลที่สาม เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครนะคะ ดาริกาส่องแสง
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%