"คุณจะปล่อยให้มันไหม้ไปแบบนี้ไม่ได้นะธันวา!"
รินรดาร้องเสียงหลง มือเรียวพยายามคว้าถังดับเพลิงที่มุมห้อง แต่ความร้อนแรงที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้เธอสำลักควันสีเทาจนต้องถอยร่น ทว่าธันวาไม่ได้ถอยห่าง เขาพุ่งเข้าใส่กองเอกสารนั้นด้วยความเด็ดเดี่ยว ร่างสูงใหญ่ใช้เสื้อสูทตัวนอกทุบลงบนเปลวไฟที่กำลังลามเลียข้อมูลสำคัญของโครงการ ‘The Legacy’ อย่างไม่คิดชีวิต
"ริน! ไปเปิดหน้าต่างแล้วหาทางออกไปที่บันไดหนีไฟซะ อย่ามัวแต่ยืนอึ้ง!" เสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจสั่งการ ทว่านัยน์ตาคมคู่นั้นกลับสั่นไหวเมื่อเหลือบมองมาที่เธอ มันไม่ใช่ความกลัวตาย แต่มันคือความกลัวที่จะสูญเสียเธอไปอีกครั้ง
รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่เป็น 'คำประกาศสงคราม' จากแพรวพรรณที่ต้องการทำลายทุกอย่างที่เธอและธันวาสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบาก หญิงสาวทิ้งความกลัวไว้เบื้องหลัง เธอตัดสินใจพุ่งเข้าไปช่วยเขาสะบัดเสื้อคลุมดับไฟจนมอดลงเหลือเพียงกลิ่นไหม้ที่ตลบอบอวลไปทั่วห้องทำงานชั้นบนสุดของบริษัท
เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักๆ ของคนสองคน รินรดาก็นั่งลงกับพื้นห้องที่เต็มไปด้วยรอยเขม่า สายตาของเธอจับจ้องไปยังแฟลชไดรฟ์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน... ของสิ่งเดียวที่ธันวาพยายามปกป้องด้วยชีวิต
"เราเสียเอกสารต้นฉบับไปเกือบทั้งหมด" ธันวาเอ่ยขึ้น พลางยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ไหลซึมผ่านหน้าผาก ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบผิดกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น "แต่ข้อมูลในนี้ยังอยู่... และนั่นคือสิ่งที่แพรวพรรณต้องการจะทำลายที่สุด"
รินรดามองชายตรงหน้า ความสัมพันธ์ของพวกเขาในวัยสามสิบสองไม่ได้หวือหวาเหมือนดอกไม้ไฟ แต่มันเหมือนถ่านไฟเก่าที่พร้อมจะลุกโชนขึ้นมาใหม่ด้วยความเข้าใจ เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนได้กลิ่นควันจางๆ ที่ติดอยู่บนปกเสื้อ "ทำไมคุณถึงยอมเสี่ยงขนาดนั้น ธันวา? ถ้าไฟลามเร็วกว่านี้คุณอาจจะ..."
"ถ้าผมไม่ปกป้องสิ่งที่คุณทุ่มเทแรงกายแรงใจทำมาตลอดสามเดือน ต่อให้ผมรอดไปได้ ผมก็คงไม่ต่างอะไรกับคนตาย" เขาหันมาสบตาเธอ แววตาที่เคยเย็นชาในอดีตบัดนี้กลับมีความอ่อนโยนที่ปวดร้าวซ่อนอยู่ "ผมไม่ได้ทำเพื่อบริษัท ผมทำเพื่อคุณ... เพื่อรินรดาคนเดียวเท่านั้น"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นด้วยแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น รินรดาหลบสายตานั้น ความรู้สึกผิดในใจเมื่อหลายปีก่อนเริ่มย้อนกลับมาเตือนสติ เธอเป็นคนผลักไสเขาไปเองในวันที่เธอคิดว่าเขายังไม่พร้อมจะแบกรับความเปราะบางของเธอ และตอนนี้... โชคชะตาก็เหวี่ยงเขากลับมาหาเธอในวันที่เขากลายเป็นชายหนุ่มที่สุขุมและน่าเกรงขามกว่าเดิม
"เราต้องกู้ข้อมูลที่เหลือจากเซิร์ฟเวอร์สำรอง" รินรดาเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเริ่มตรวจสอบสถานะความเสียหาย "ถ้าเราทำไม่ทันก่อนการประชุมบอร์ดบริหารพรุ่งนี้เช้า โปรเจกต์นี้จะถูกระงับ และแพรวพรรณจะใช้โอกาสนี้ยึดอำนาจในบอร์ดบริหารได้ทั้งหมด"
"ผมเตรียมแผนสำรองไว้แล้ว" ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความสั้นๆ ก่อนจะส่งสายตาให้เธอ "ผมไม่ได้แค่ตั้งรับริน แต่ผมกำลังรุกกลับ เราต้องเข้าไปที่ห้อง Server ส่วนกลางเดี๋ยวนี้ ที่นั่นเป็นที่เดียวที่แพรวพรรณเข้าถึงไม่ได้เพราะระบบล็อคไบโอเมตริกซ์ที่เป็นชื่อของคุณกับผมเท่านั้น"
ทั้งคู่เดินฝ่าความมืดของออฟฟิศยามค่ำคืน เสียงฝีเท้าที่ก้องไปตามทางเดินทำให้รินรดารู้สึกถึงความเปราะบางของสถานการณ์ เธอเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของธันวาที่เดินนำหน้า เขาไม่ได้หันกลับมามอง แต่รินรดารู้สึกได้ว่าเขาเว้นระยะห่างให้เธอเดินเคียงข้างในจังหวะที่เท่ากันเสมอ ความใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้เองที่ทำให้หัวใจที่เคยพังทลายของเธอเริ่มกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง
"ริน..." เขาหยุดเดินกะทันหันในจังหวะที่หน้าห้อง Server
"คะ?" รินรดาหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังนั้น
"คุณยังเชื่อใจผมอยู่ไหม? หลังจากทุกอย่างที่เกิดขึ้น... ถ้าเราเข้าไปในนั้นแล้วเราแก้ปัญหานี้ไม่ได้ เราอาจจะต้องจบอาชีพการงานของเราที่นี่ตลอดกาล"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอเดินเข้าไปหยุดข้างกายเขา สบตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังนั้นอย่างเปิดเผย "ฉันเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตที่ปล่อยมือคุณไป แต่ครั้งนี้... ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณเผชิญหน้ากับมันลำพังอีกเด็ดขาดค่ะ"
ธันวายิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอโอนอ่อน เขาเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่ต้นแขนของเธอ เป็นการสัมผัสที่ให้กำลังใจมากกว่าจะเป็นการล่วงเกิน
ทั้งสองร่วมมือกันเจาะระบบอย่างรวดเร็ว จังหวะการทำงานของพวกเขาสอดประสานกันราวกับคนเคยร่วมงานกันมานับสิบปี รินรดาถนัดการวางกลยุทธ์ ส่วนธันวาเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ท่ามกลางแสงสีฟ้าจากหน้าจอมอนิเตอร์ พวกเขาสามารถกู้ไฟล์สำคัญกลับมาได้เกือบทั้งหมด แต่ทว่า... ในจังหวะที่การอัปโหลดไฟล์สุดท้ายกำลังจะเสร็จสิ้น แจ้งเตือนจากหน้าจอหลักก็เด้งขึ้นมา
*‘ระบบถูกแทรกแซงจากบุคคลภายนอก: กำลังลบข้อมูลทั้งหมดจากฐานข้อมูลหลัก’*
"เป็นไปไม่ได้! ใครจะเข้ามาในระบบนี้ได้โดยไม่ผ่านการยืนยันตัวตนของเรา!" รินรดาอุทาน เสียงของเธอสั่นเครือเมื่อเห็นแถบเปอร์เซ็นต์การลบข้อมูลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ธันวารีบพิมพ์คำสั่งโต้ตอบ แต่หน้าจอที่เคยเป็นสีฟ้ากลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และบนหน้าจอนั้นเอง ข้อความที่ปรากฏขึ้นมาทำเอาทั้งคู่ต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ เพราะมันไม่ใช่โค้ดคำสั่งทั่วไป แต่มันคือรูปถ่ายของทั้งคู่ที่แอบถ่ายจากมุมสูงในห้องทำงานนี้... เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง!
เสียงประตูห้อง Server ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ยืนอยู่หลังบานประตูนั้น
"เสียดายจังนะคะ ที่พวกคุณเก่งกาจขนาดนี้... แต่ก็ยังไม่ทันเกมของฉันอยู่ดี"
แพรวพรรณก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นเยียบในดวงตา เธอถืออุปกรณ์สื่อสารในมือข้างหนึ่ง ก่อนจะกดปุ่มส่งอะไรบางอย่างออกไป "เพราะในขณะที่พวกคุณกำลังกู้ข้อมูลเน่าๆ นั่น... ฉันได้ส่งไฟล์ 'ความลับบริษัท' ที่คุณทั้งคู่พยายามซ่อนไว้ ไปให้บอร์ดบริหารทุกคนเรียบร้อยแล้วค่ะ"
ดาริกาส่องแสงหวังว่าคุณจะมีความสุขและลุ้นไปกับทุกย่างก้าวของรินรดาและธันวานะคะ!
ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง•ตอนที่ 10
ความลับในที่ทำงาน
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!