เสียงโลหะบดเบียดกันจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบ คือภาพสุดท้ายที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่คมของคิริล
ในโลกของเกม VRMMO [Aethelgard Online] ที่ทุกย่างก้าวถูกกำหนดด้วยค่าสถานะและความแม่นยำระดับมิลลิวินาที กิลด์มาสเตอร์ผู้ไม่เคยลิ้มรสชาติความพ่ายแพ้ กำลังคุกเข่าลงบนพื้นหินอ่อนที่แตกละเอียดของวิหารโบราณ น้ำหนักของดาบใหญ่ในมือที่เคยรู้สึกราวกับเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่ง ตอนนี้กลับหนักอึ้งราวกับภูเขาผืนใหญ่
"จบกันแค่นี้หรือครับ... กิลด์มาสเตอร์ผู้ไร้เทียมทานแห่งรุ่งอรุณ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยรอยยิ้มจางๆ ดังขึ้นจากเบื้องหน้า เรย์ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงสามก้าว ในมือของช่างตีเหล็กหนุ่มไม่ได้ถืออาวุธหรูหราทรงพลัง หากแต่เป็นค้อนตีเหล็กธรรมดาที่เคลือบด้วยคราบเขม่าควันจางๆ ทว่า สภาพของดาบประจำตัวคิริลในตอนนี้... กลายเป็นเศษเหล็กบิ่นหักที่ปักคาอยู่กับพื้น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง มีเพียงเสียงแจ้งเตือนสถานะสีแดงฉานที่กะพริบเตือนอยู่ขอบสายตาของคิริล
[ แจ้งเตือนระบบ: ความทนทานของอาวุธ "Gale-Bringer" ลดลงถึง 0 ]
[ อาวุธได้รับความเสียหายถาวร: ไม่สามารถซ่อมแซมได้ด้วยไอเทมปกติ ]
คิริลไม่ได้มองหน้าต่างระบบเหล่านั้น สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับรอยร้าวบนคมดาบที่เรย์เคยเตือนเขาไว้เมื่อสามวันก่อน
*“เหล็กกล้าที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ใช่เหล็กที่ไม่เคยหัก... แต่คือเหล็กที่รู้จักวิธีโค้งงอตามแรงกระแทกต่างหากล่ะครับ คิริล”*
คำพูดของเรย์ในวันนั้นย้อนกลับมาในหัวราวกับเสียงสะท้อน ในการต่อสู้จำลองรอบนี้ คิริลใช้กระบวนท่าดาบที่รวดเร็วและดุดันที่สุดเพื่อพยายามเอาชนะการคำนวณกลยุทธ์ของเรย์ให้ได้ในสามกระบวนท่าแรก เขาเลือกที่จะใช้ "พลัง" หักหาญ แทนที่จะใช้ "จังหวะ" และ "ความยืดหยุ่น" ตามคำแนะนำของช่างตีเหล็กหนุ่ม
ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่ชัยชนะ... แต่เป็นความพ่ายแพ้ที่ราบคาบและเด็ดขาดที่สุดในชีวิตการเล่นเกมของเขา
"คุณออมมือให้ผม" คิริลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจหอบถี่จากภาระความเหนื่อยล้าของอวาตาร์
เรย์ส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มบนใบหน้าไม่ได้มีความเยาะเย้ยถากถาง มีเพียงความเห็นอกเห็นใจและแววตาของช่างฝีมือที่กำลังมองดูชิ้นงานที่แตกสลาย
"ผมไม่ได้ออมมือหรอกครับ คิริล เพียงแต่ผมรู้จักจุดอ่อนของดาบเล่มนี้ดีกว่าตัวคุณเสียอีก" เรย์เดินเข้าไปใกล้ ก้มตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นหินเย็นเฉียบ มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะเศษซากเหล็กที่หักสะบั้นอย่างทะนุถนอม "คุณแบกรับความคาดหวังของคนทั้งกิลด์ไว้ที่คมดาบเล่มนี้มากเกินไป จนมันไม่มีพื้นที่เหลือให้หายใจ... ดาบที่ไร้ซึ่งความยืดหยุ่น ย่อมแตกหักได้ง่ายที่สุดเมื่อต้องปะทะกับแรงที่เหนือกว่า"
คำพูดนั้นแทงใจดำของกิลด์มาสเตอร์หนุ่มยิ่งกว่าคมดาบใดๆ คิริลเม้มปากแน่น ดวงตาคู่สีฟ้าเข้มหลุบมองพื้น ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการเสียแต้มจัดอันดับ หรือการสูญเสียไอเทมหายาก แต่มันคือการพังทลายของความเชื่อมั่นที่เขายึดถือมาตลอดสามปีในฐานะผู้นำ
"ผมทำผิดพลาดสินะครับ..." คิริลพึมพำกับตัวเอง ราวกับคนกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึงของความมืด
"ความผิดพลาดไม่ใช่จุดจบครับ แต่มันคือวัตถุดิบชั้นดีในการตีขึ้นรูปใหม่ต่างหาก" เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะยื่นมือหนาออกไปตรงหน้า "ลุกขึ้นเถอะครับ แสงอาทิตย์นอกวิหารกำลังจะลับขอบฟ้าแล้ว... และผมคิดว่า เรายังมีงานชิ้นใหญ่ที่ต้องสะสางกันต่อ"
คิริลเงยหน้ามองมือที่ยื่นมาตรงหน้า ชั่วขณะหนึ่ง ความลังเลฉายชัดในแววตา ก่อนที่เขาจะตัดสินใจคว้าจับมือคู่นั้นแล้วดึงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน
แรงกระชับที่มั่นคงจากช่างตีเหล็กหนุ่มส่งผ่านความอบอุ่นบางเบาเข้ามาในระบบประสาทเสมือนจริง มันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่กิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชาไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน... ความอบอุ่นของผู้ที่พร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างในวันที่คมดาบหักกลางทาง
"เราจะทำอย่างไรต่อไปกับดาบเล่มนี้ครับ เรย์" คิริลเอ่ยถาม น้ำเสียงมีความอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกขัดเกลาจนหลงเหลือเพียงความกระหายใคร่รู้ในวิถีทางข้างหน้า
เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ นัยน์ตาสองข้างพราวระยับด้วยประกายแห่งความสร้างสรรค์ที่คิริลคุ้นเคย
"เราจะเอาเศษเหล็กพวกนี้ไปโยนลงเตาหลอม แล้วตีมันขึ้นมาใหม่... เล่มที่ดีกว่าเดิม แข็งแกร่งกว่าเดิม และที่สำคัญ..." เรย์เว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาด้วยรอยยิ้มลึกลับ "...มันจะตอบสนองต่อจิตวิญญาณของคุณได้ดีกว่าเดิมแน่นอนครับ"
ทั้งสองเดินเคียงกันออกมาจากวิหารร้าง แสงยามเย็นสีส้มอมแดงสาดส่องทอดยาวเป็นเงาทับซ้อนกันบนพื้นถนนหิน บรรยากาศเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจของกิลด์มาสเตอร์ผู้พ่ายแพ้
ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังก้าวผ่านประตูเมืองชั้นในเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่โรงตีเหล็ก เสียงระฆังเตือนภัยโทนต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของระบบก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นทั่วทั้งท้องฟ้าเสมือนจริง
*ก๊องงงงงงงงง—!*
ท้องฟ้าสีส้มสดใสเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอย่างรวดเร็วราวกับถูกหมึกดำกลืนกิน แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากใต้พื้นดินทำให้หินปูถนนแตกร้าวเป็นทางยาว ผู้เล่นรอบด้านต่างหยุดชะงักและหันมองไปยังจุดศูนย์กลางของเมืองด้วยความตื่นตระหนก
หน้าต่างระบบสีเลือดนับร้อยปรากฏขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายในอากาศ เหนือศีรษะของเรย์และคิริล
[ ประกาศฉุกเฉินระดับโลก: บอสลับแห่งห้วงมิติที่เจ็ด "วาลกิรีแห่งความมืด - เซราฟิน" ได้ตื่นจากการหลับใหล ]
[ ตรวจพบรอยแยกแห่งความมืดเปิดออกที่พิกัด 0.0 ของแผนกช่างตีเหล็กหลวง ]
[ คำเตือน: อุปกรณ์และอาวุธทั้งหมดภายในรัศมี 5 กิโลเมตรจะสูญเสียสถานะป้องกัน 100% เป็นเวลา 10 นาที ]
คิริลเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นตรวจสอบดาบในคลังแสง แต่พบว่ามันว่างเปล่า อาวุธทุกชิ้นถูกล็อกสถานะทันทีจากผลกระทบของบอสลับ!
ในวินาทีที่ความมืดแผ่ขยายปกคลุมทั่วบริเวณ เรย์กลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ช่างตีเหล็กหนุ่มค่อยๆ ดึงผ้าคลุมกันเขม่าขึ้นมาผูกปิดใบหน้าครึ่งล่าง ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังกลุ่มควันสีม่วงหนาทึบที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"ดูเหมือนว่า... เตาหลอมของเราวันนี้ จะได้เชื้อเพลิงชิ้นใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกมนี้แล้วล่ะครับ คิริล"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้ผลงานชิ้นนี้มาโดยตลอดนะครับ
ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา•ตอนที่ 24
ดาบที่หักกลางทาง
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!