กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายความร้อนระอุจากเตาหลอมเวทมนตร์ยังคงอบอวลอยู่ในห้องใต้ดินของโรงตีดาบ แต่บรรยากาศในยามนี้กลับเยียบเย็นเสียจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ บนหน้าจออินเตอร์เฟซสีฟ้าโปร่งแสง ตัวเลขค่าความทนทานของแร่ "มิธริลทมิฬ" กำลังลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย สวนทางกับอัตราการเต้นของหัวใจในโลกเสมือนของเรย์ที่พุ่งทะยานเกินร้อยสิบครั้งต่อนาที
"ถ้าคุมอุณหภูมิห้องเครื่องไม่ทันในสามวินาทีนี้ ดาบเล่มนี้จะกลายเป็นแค่เศษขยะราคาแพง"
เรย์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาสคมกริบภายใต้แว่นตากลั่นกรองเวทมนตร์จ้องมองลึกเข้าไปในเบ้าหลอม น้ำเหล็กสีฟ้าเข้มกำลังเดือดพล่าน ส่งเสียงคำรามราวกับอสูรกายที่ถูกจองจำ มือข้างหนึ่งตอกลิ่มเหล็กปรับความดันอย่างแม่นยำ ทุกท่วงท่าไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ หากแต่เป็นผลลัพธ์จากการคำนวณฟิสิกส์และระบบมานาในโลก VRMMO ที่ถูกขัดเกลามานับร้อยชั่วโมง
ทว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เตาหลอมเบื้องหน้า... แต่มันอยู่ที่ความเงียบงันอันน่าอึดอัดจากชายหนุ่มร่างสูงผู้ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ทางด้านหลัง
คิริล กิลด์มาสเตอร์แห่ง "รุ่งอรุณทมิฬ" ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งในฤดูหนาว ไม่ได้ปริปากพูดอะไรเลยสักคำตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเรย์อย่างพิจารณา ราวกับกำลังประเมินว่าช่างตีดาบจอมดีดคนนี้ เป็น "พันธมิตร" หรือ "ตัวถ่วง" ที่พร้อมจะพังกิลด์ของเขาได้ทุกเมื่อ
"คุณคิริลครับ ถ้าเอาแต่ยืนจ้องผมด้วยสายตาแบบนั้น ดาบในมือผมมันจะเกร็งจนตีออกมาไม่สวยนะครับ" เรย์เอ่ยทำลายความเงียบ รอยยิ้มมุมปากยังคงมีความกวนประสาทตามแบบฉบับ แต่เม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนขมับกลับฟ้องชัดเจนว่าสถานการณ์จริงเบื้องหน้านั้นตึงเครียดแค่ไหน
"ฉันไม่ได้ว่างมาเล่นตลกกับคุณ เรย์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนองแต่ทรงพลัง "ข่าวกรองล่าสุดจากแนวหน้า... ทีมสำรวจดันเจี้ยนชั้นที่ 40 ถูกล้างบางแล้ว อุปกรณ์ระดับตำนานสามชิ้นสูญหาย และที่แย่ที่สุดคือ บอสประจำชั้น 'ราชันมังกรศิลาโลหิต' เกิดการกลายพันธุ์เร็วกว่ากำหนดถึงสามสัปดาห์"
ฉับเวลายินคำนั้น ค้อนในมือของเรย์ชะงักไปชั่วพริบตา
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง อุณหภูมิในห้องตีดาบที่ควรจะร้อนระอุกลับแปรเปลี่ยนเป็นความหนบหนับของเหงื่อกาฬ เรย์รู้ดีว่าการกลายพันธุ์ของบอสมันหมายถึงอะไร ในระบบของเกมนี้ มันไม่ใช่แค่ค่าพลังชีวิตที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แต่หมายถึง "รูปแบบการโจมตีที่คาดเดาไม่ได้" และที่สำคัญที่สุด... ระบบได้เปิดใช้งานโหมด "Permanent Death" เฉพาะกิจสำหรับกิลด์ที่ครอบครองพื้นที่นั้นแล้ว
หากกิลด์รุ่งอรุณทมิฬพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ คิริลและสมาชิกทุกคนจะไม่ใช่แค่ "ตายแล้วเกิดใหม่ที่จุดเซฟ" แต่มันหมายถึงการสูญเสียยศ ไอเท็มทั้งหมด และอาจรวมถึงการถูกลบตัวละครถาวรตามสัญญาภารกิจระดับกิลด์วอร์
"แล้วคุณมาหาช่างตีดาบกระจอกๆ อย่างผมทำไมล่ะครับ กิลด์ระดับท็อปอย่างพวกคุณ มีผู้เล่นสายผลิตระดับท็อปคลาสอยู่ในมือตั้งกี่คน" เรย์วางค้อนลงบนแท่นอย่างเบามือ หันกลับมาเผชิญหน้ากับกิลด์มาสเตอร์ผู้แบกรับความกดดันมหาศาลไว้บนบ่า
"เพราะพวกเขาทั้งหมด... ปฏิเสธที่จะรับงานนี้" คิริลเดินเข้ามาใกล้ แสงสีฟ้าจากหน้าจอระบบสะท้อนบนแว่นตาไร้กรอบของเขา "ไม่มีใครกล้าสร้างอาวุธที่ต้องใช้ 'เลือดในเกม' ของผู้เล่นระดับท็อปลงไปเป็นส่วนผสม เพื่อแลกกับการเจาะเกราะต้านทานเวทมนตร์ของราชันมังกร... ไม่มีใครกล้าเสี่ยงเอาสตั๊ดและเลเวลของตัวเองมาทิ้งในเตาหลอมของคุณ"
เรย์จ้องมองเข้าไปในดวงตาของคิริล ชายหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แต่ในวินาทีนี้ เรย์กลับมองเห็นรอยร้าวเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นนั้น มันคือความโดดเดี่ยวของผู้ชายที่ต้องแบกความคาดหวังของคนนับร้อยไว้บนหลังคนเดียว
"การใช้เลือดของผู้เล่นเป็นตัวเร่งปฏิกิริยามานา มันเป็นทฤษฎีที่ผมเพิ่งทดลองเมื่อวานนี้เองนะครับ..." เรย์ถอนหายใจยาว ยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "คุณรู้ใช่ไหมว่าถ้าล้มเหลว ค่าความชำนาญช่างตีดาบของผมจะลดฮวบจนกลับไปเป็นศูนย์ และตัวคุณเองก็จะสูญเสียพลังชีวิตถาวรไปถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ตลอดกาล"
"ฉันรู้" คิริลตอบทันทีโดยไม่ลังเล น้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง "และฉันก็รู้ด้วยว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า กิลด์รุ่งอรุณทมิฬก็จะล่มสลายในหน้าประวัติศาสตร์ของเกมนี้เช่นกัน"
ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเดือดของเตาหลอมที่ยังคงคำรามก้อง เรย์สูดหายใจเข้าลึกๆ เขายื่นมือออกไปหยิบมีดสั้นเล่มเล็กที่สลักลวดลายเวทมนตร์ซับซ้อนขึ้นมา ความกลัวและความตื่นเต้นผสมปนเปกันอยู่ในอก นี่ไม่ใช่แค่การเล่นเกมเพื่อความสนุก แต่มันคือการเดิมพันด้วยจิตวิญญาณและความเชื่อใจที่มนุษย์สองคนมอบให้แก่กันในโลกดิจิทัล
"ถ้างั้น... ก็ยื่นมือของคุณมาครับ กิลด์มาสเตอร์" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "มาดูกันว่า ดาบที่หล่อหลอมด้วยเลือดและความบ้าคลั่งของเรา จะคมพอที่จะผ่าอนาคตได้หรือเปล่า"
คิริลไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาถอดถุงมือหนังสีดำออก เผยให้เห็นมือเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการต่อสู้ และยื่นมันวางลงบนแท่นบูชามานาเบื้องหน้าเรย์อย่างเด็ดเดี่ยว
ในวินาทีที่ปลายมีดคมกริบกดลงบนฝ่ามือของกิลด์มาสเตอร์ หยดเลือดสีแดงสดที่ผสมผสานกับประกายแสงสีทองแห่งระบบเวทมนตร์ก็ร่วงหยดลงสู่เบ้าหลอม น้ำเหล็กสีฟ้าพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงจากขุมนรก เสียงเตือนภัยสีแดงฉานจากระบบส่วนกลางกะพริบวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง พร้อมๆ กับข้อความแจ้งเตือนระดับวิกฤตที่เด้งขึ้นตรงหน้าของทั้งคู่
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการทำพันธสัญญาเลือดระหว่างช่างตีดาบ 'เรย์' และกิลด์มาสเตอร์ 'คิริล']
[คำเตือน: กระบวนการหลอมอาวุธระดับ "Mythical-Bound" เริ่มต้นขึ้นแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น]
[...ตรวจพบความผิดปกติจากพื้นที่รอยต่อมิติชั้นที่ 41... บอสลับนอกเหนือจากระบบ 'ราชันเงือกโลหิต' ได้ตื่นจากการหลับใหลและกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พิกัดโรงตีดาบของคุณในอีก 3 นาทีข้างหน้า!]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง หลอมรวมคมดาบ และก้าวผ่านช่วงเวลาอันตรายไปกับผมในบทนี้นะครับ
ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา•ตอนที่ 17
เลือดในเกมที่สั่นไหว
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!