กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและสนิมเหล็กเคลือบอยู่บนปลายลิ้น ทันทีที่รินก้าวเท้าผ่านพ้นธรณีประตูห้องเก็บบันทึกวิศวกรรมชั้นแปด
ในฐานะวิศวกรโครงสร้างผู้ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเลข ค่าความเค้น และแบบแปลนสามมิติ รินไม่เคยเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ด้วยฟิสิกส์ ทว่า รอยร้าวรูปก้นหอยบนผนังคอนกรีตเสริมเหล็กตรงหน้า กลับไม่สอดคล้องกับทฤษฎีการรับน้ำหนักใดๆ ในตำราเล่มไหนบนโลกใบนี้ รอยแตกนั้นมิได้เกิดจากการทรุดตัวของฐานราก แต่มันเรียงตัวกันราวกับมีเจตนาบางอย่าง ราวกับรอยข่วนของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่พยายามจะแทรกตัวออกมาจากเนื้อปูน
"อย่าจ้องมันนานเกินสามวินาทีครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดหลังชั้นวางเอกสารเหล็กสีเขียวขี้ม้า รินสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นกระหน่ำในอกด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ที่กำลังส่งเสียงเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง เขารีบหันขวับกลับไปมองต้นเสียงทันทีตามสัญชาตญาณการระแวดระวังภัย
หญิงสาวในชุดสูทกางเกงสีเทาเข้มไร้รอยยับก้าวออกมาจากเงาสลัว เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้เรียบร้อยเผยให้เห็นลำคอระหงและดวงตากลมโตที่ฉายแววความรู้ลึกซึ้งเกินกว่าจะ เป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไป แว่นตากลมกรอบทองสะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบเบาๆ เธอมองรินด้วยสายตานิ่งสงบ ราวกับกำลังประเมินคุณภาพของวัสดุก่อสร้างชิ้นหนึ่งว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่
"คุณเป็น..." รินเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยก่อนจะปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "ขออภัยครับ ผมริน วิศวกรโครงสร้างหน้าใหม่ เพิ่งมารับตำแหน่งเมื่อช่วงบ่ายนี้เองครับ"
"อลิสา" เธอกล่าวสั้นๆ พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มหนาให้ "และคุณกำลังทำผิดมหันต์ตั้งแต่วันแรกของการทำงาน... คุณหันหลังให้กับผนังด้านทิศตะวันตกของตึกนี้ ซึ่งเป็นเขตแดนที่ไม่อนุญาตให้มีความประมาทแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว"
รินขมวดคิ้วเล็กน้อย สมองส่วนวิเคราะห์เริ่มทำงานทันที เขาปะติดปะต่อข้อมูลตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในตึกสำนักงานแห่งนี้ ตั้งแต่ลิฟต์ตัวที่ไม่มีชั้นสิบสาม ไปจนถึงบรรยากาศกดดันที่ชวนให้อึดอัด "เขตแดน? คุณอลิสาหมายถึงโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมส่วนไหนเหรอครับ? จากแบบแปลนอาคารที่ผมศึกษามา ตัวตึกนี้สร้างขึ้นตามมาตรฐานวิศวกรรมสากลทุกประการ ไม่มีส่วนไหนที่ผิดเพี้ยนไปจากผังเดิมเลยนะครับ"
อลิสาถอนหายใจเบาๆ เธอยกมือขึ้นดันกรอบแว่นเล็กน้อย ก่อนจะเดินผ่านหน้าชายหนุ่มไปยืนประชิดติดกับผนังที่มีรอยร้าวรูปก้นหอยนั้น รอยร้าวเส้นนั้นเริ่มส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะเบาๆ ราวกับกระดูกที่กำลังถูกบิดขยับ
"แบบแปลนที่คุณถืออยู่น่ะ มันเป็นแค่ 'เปลือก' ที่พวกเขาอนุญาตให้คุณมองเห็นครับ คุณริน" อลิសากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจัง "ตึกนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐและปูนธรรมดา แต่มันถูกค้ำจุนด้วย 'กฎ' และความตายของพนักงานรุ่นก่อนๆ ที่เคยโง่เขลาพอที่จะใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาหักล้างกับสิ่งลี้ลับ"
รินนิ่งเงียบ เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกอย่างที่หญิงสาวคาดคิด ดวงตาสนอกสนใจของวิศวกรหนุ่มกลับกวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อหา "ตัวแปร" ที่ควบคุมสถานการณ์นี้ "ถ้ามันมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน แบบนั้นก็แปลว่ามันไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติที่ไร้เหตุผลใช่ไหมครับ? ทุกระบบย่อมมีเงื่อนไขและข้อจำกัดของมันเสมอ... รวมถึงตึกนี้ด้วย"
อลิสาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาหลังเลนส์แว่นฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "น่าสนใจดีนี่ครับ คุณมีความคิดเหมือนกับพวกเขาก่อนที่จะหายสาบสูญไปไม่มี错... เอาล่ะ ในเมื่อคุณถูกส่งมาที่นี่แล้ว ผมจะถือวิสาสะเป็น 'อาจารย์' สอนวิชาเอา 101 ให้คุณก็แล้วกัน"
หญิงสาวกางแฟ้มเอกสารในมือออก เผยให้เห็นกระดาษจดบันทึกด้วยลายมือยุกยิกนับร้อยแผ่น แต่ละหน้าเต็มไปด้วยสมการที่ผสมผสานระหว่างคติชนวิทยาโบราณและสถิติการตายของพนักงานในบริษัท
"ฟังให้ดีนะครับ ริน กฎข้อแรกและสำคัญที่สุดของตึกนี้..." อลิสาหันมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับต้องการสลักคำพูดทุกคำลงไปในความทรงจำ "คือ **'ห้ามหันหลังให้ผนังทิศตะวันตกเด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงอะไรเรียกก็ตาม'**"
"ทำไมล่ะครับ?" รินถามด้วยความสงสัยเชิงวิชาการ "ในแง่ของโครงสร้าง ผนังด้านนั้นรับน้ำหนักของตัวตึกฝั่งเหนือ ถ้าเกิดแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก..."
"ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างครับ!" อลิสาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นจนรินต้องหยุดชะงัก "เพราะถ้าคุณหันหลังให้มัน สิ่งที่อยู่ 'ข้างหลัง' จะไม่ได้แค่มองคุณ แต่มันจะ 'สลับที่' กับเงาของคุณ... และเมื่อเงาของคุณกลายเป็นตัวจริง คุณก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคอนกรีตบล็อกพวกนั้นไปตลอดกาล"
บรรยากาศภายในห้องเก็บเอกสารพลันเงียบงัดลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบของผู้คนจำนวนมากที่กำลังพยายามพูดอะไรบางอย่างพร้อมๆ กัน
รินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลอันเหลือเชื่อนี้ แม้ในใจลึกๆ จะยังคงตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ แต่สัญชาตญาณเตือนภัยที่แผดเผาอยู่บริเวณท้ายทอยก็บอกเขาชัดเจนว่า... หญิงสาวตรงหน้าไม่ได้โกหก
ทันใดนั้นเอง เสียงประกาศจากระบบกระจายเสียงภายในอาคารก็ดังขึ้นแทรกความเงียบ
*(ติ๊ง-ต่อง)*
*"ประกาศจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล... ขณะนี้เวลา 20.00 น. ขอให้พนักงานทุกคนที่ยังปฏิบัติงานอยู่บนชั้นแปด รีบรายงานตัวที่ห้องโถงลิฟต์ทันที... ย้ำอีกครั้ง... ห้ามใช้บันไดหนีไฟเด็ดขาด"*
เสียงประกาศนั้นฟังดูปกติสุขดี แต่สิ่งที่ทำให้รินและอลิสาต้องตัวแข็งทื่อพร้อมกัน คือเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ที่กำลังดังขึ้นจาก 'ด้านนอก' ผนังทิศตะวันตก... ผนังที่อลิสาเพิ่งเตือนเขาไปหยกๆ ว่าห้ามหันหลังให้
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพของทั้งคู่ ก็ปรากฏรอยร้าวสีดำทมิฬพุ่งเข้ามาหารินด้วยความเร็วสูง พร้อมๆ กับเงาสะท้อนในกระจกของอลิสาที่ยกนิ้วขึ้นชี้ไปที่ด้านหลังของชายหนุ่ม... โดยที่ร่างจริงของเธอยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างหน้า
"ผมบอกแล้วไงครับ..." เสียงกระซิบเย็นเยียบของอลิสา ดังกระซิบอยู่ข้างใบหูขวาของริน ทั้งที่เธอยังคงยืนอยู่ห่างออกไปถึงสามเมตร "ว่ากฎข้อแรก... คือห้ามหันหลัง"
โปรดติดตามตอนต่อไป...
---
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับอันดำมืดของตึกสำนักงานแห่งนี้ไปกับผมนะครับ
พนักงานออฟฟิศมือใหม่กับอาจารย์สาวผู้อ่านกฎอาถรรพ์•ตอนที่ 2
กฎข้อแรกคือห้ามหันหลัง
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานออฟฟิศมือใหม่กับอาจารย์สาวผู้อ่านกฎอาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
