พนักงานออฟฟิศมือใหม่กับอาจารย์สาวผู้อ่านกฎอาถรรพ์•ตอนที่ 1

เช้าวันแรกที่ตึกต้องสาป

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"เซ็นชื่อตรงช่องนี้ แล้วอย่าหันกลับไปมองกระจกเงาด้านหลังจนกว่าคุณจะพ้นประตูลิฟต์... เข้าใจไหมครับ คุณริน" เสียงเตือนจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัยเกษียณไม่ได้เจือความล้อเล่นแม้แต่น้อย ใบหน้าของชายสูงวัยเหี่ยวย่นราวกับกระดาษสาที่ถูกขยำและคลี่ออก ดวงตาคู่ฝ้าฟางจดจ้องมองตรงมายังผมด้วยความกดดัน ขณะที่นิ้วเหี่ยวย่นชี้ลงบนสมุดลงทะเบียนปกหนังสีดำเข้มที่ปรากฏรอยเปื้อนคล้ายคราบสนิมจางๆ บริเวณมุมขวา ผม—ริน วิศวกรโครงสร้างหนุ่มผู้เชื่อมั่นในหลักการทางฟิสิกส์และกฎแห่งเหตุผล ถอนหายใจเบาๆ พลางจรดปากกาหมึกซึมลงบนกระดาษ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและกลิ่นฉุนจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อลอยอบอวลอยู่ในห้องรักษาความปลอดภัยแคบๆ ที่มีแสงไฟนีออนกะพริบถี่เป็นจังหวะ ทุกอย่างใน ‘แกรนด์ ทาวเวอร์’ ตึกสำนักงานสูงสามสิบสองชั้นแห่งนี้ดูผิดแปลกตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมก้าวเท้าเข้ามาในเขตพื้นที่รับผิดชอบใหม่ ในฐานะวิศวกรประจำตึกคนใหม่ หน้าที่ของผมคือการตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้างอาคาร แต่ทว่า คู่มือพนักงานฉบับพกพาที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพิ่งส่งมอบให้เมื่อวานซืน กลับเต็มไปด้วย ‘กฎระเบียบความปลอดภัย’ ที่ไม่มีวิศวกรคนไหนในโลกเขียนไว้ เช่น *ห้ามกดลิฟต์ไปชั้น 13 หลังเที่ยงคืน* หรือ *หากได้ยินเสียงเคาะจากท่อระบายน้ำ ให้ตอบกลับด้วยการเคาะสามครั้งเสมอ ห้ามขาด ห้ามเกิน* "ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ ลุง" ผมกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพตามวิสัยทัศน์ของคนเพิ่งเริ่มงาน ก่อนจะโค้งศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินหันหลังออกจากห้อง ร่างสูงโปร่งในชุดสูททำงานเข้ารูปก้าวเดินไปตามทางเดินปูพรมสีแดงก่ำ มุ่งตรงสู่โซนลิฟต์โดยสารประจำอาคาร เป้าหมายในเช้าวันแรกของผมคือการลงไปสำรวจ ‘ชั้นใต้ดิน B2’ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับลานจอดรถและระบบท่อระบายน้ำหลัก ตามบันทึกการซ่อมบำรุงล่าสุด โครงสร้างคานรับน้ำหนักบริเวณนั้นมีอัตราการแอ่นตัวผิดปกติเล็กน้อย ซึ่งในทางวิศวกรรมแล้ว มันอาจเกิดจากการทรุดตัวของชั้นดิน หรือ... แรงกระทำบางอย่างที่ไม่อาจคำนวณด้วยสมการทั่วไป เมื่อก้าวเข้ามาถึงโถงลิฟต์ ความเงียบงันราวกับถูกดูดกลืนเสียงก็เข้าโถมใส่ บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจนสัมผัสได้ถึงขนลุกชันที่ต้นคอ ผมยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ หน้าจอดิจิทัลแสดงเวลา 07:42 น.—ยังอีกนานกว่าพนักงานออฟฟิศคนอื่นๆ จะทยอยเดินทางมาถึง แต่ทว่า ตัวเลขบอกชั้นบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์กลับกำลังกระพริบช้าๆ จากเลข 14... 13... 12... *ติ๊ง* เสียงสัญญาณดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับประตูเหล็กสีเทาเข้มที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นห้องโดยสารที่ว่างเปล่า ทว่า มีความผิดปกติบางอย่างซ่อนอยู่... คราบน้ำสีแดงคล้ำเป็นรอยทางยาวลากผ่านพื้นโลหะจากมุมด้านในพาดมาถึงธรณีประตู กลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ลอยปะทะจมูกทันทีที่อากาศภายในลิฟต์ไหลออกมาปะทะภายนอก ผมขมวดคิ้วแน่น สมองส่วนวิเคราะห์เริ่มทำงานทันที คราบนั้นไม่ใช่สีน้ำมันและไม่ใช่คราบสนิมทั่วไป หากพิจารณาจากความหนืดและการไหลซึม มันมีความคล้ายคลึงกับ... "ถ้าไม่อยากให้กระดูกซี่โครงหักค้างอยู่ระหว่างรอยต่อชั้น ผมแนะนำให้ถอยหลังกลับไปสามก้าว แล้วรอลิฟต์ตัวถัดไปทางขวาครับ คุณวิศวกรโครงสร้าง" เสียงใสแต่ราบเรียบดังขึ้นจากด้านหลัง ขัดจังหวะการพิจารณาคราบปริศนาของผมอย่างกะทันหัน ผมสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับกลับไปมองผู้มาใหม่ ร่างเพรียวบางในชุดสูทกระโปรงสีดำสนิทและเสื้อเชิ้ตคอปกสีขาวสะอาดตา เส้นผมยาวสลวยสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้เรียบร้อย ใบหน้ารูปไข่ได้รูปปรากฏแววตาสงบนิ่ง ทว่าแฝงประกายความเฉียบคมราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกสิ่ง เธอกำลังถือแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มไว้แนบอก ดวงตาคู่สวยคู่นั้นกวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่รองเท้าหนังขัดมันของผม "คุณคือ..." ผมเอ่ยถามพร้อมกับประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ติดบัตรพนักงาน แต่การก้าวเดินที่ไร้เสียงและการปรากฏตัวอย่างไร้ร่องรอยในพื้นที่ปิดตายเช่นนี้ บ่งบอกว่าเธอไม่ใช่พนักงานฝึกงานธรรมดาแน่ "อลิสา" เธอแนะนำตัวสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจ "อดีตอาจารย์สอนวิชาคติชนวิทยา และตอนนี้... เป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านการจัดการพื้นที่กึ่งอาคมประจำตึกนี้ ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณริน วิศวกรผู้ใช้สมองซีกซ้ายนำทางชีวิต" ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย คำว่า ‘พื้นที่กึ่งอาคม’ ทำให้มุมปากของผมกระตุกยิ้มฝืดเจื่อน "ผมเป็นวิศวกรครับอาจารย์ อลิสา ไม่ใช่นักไสยศาสตร์ ผมเชื่อในโครงสร้างเหล็ก คอนกรีต และแรงเฉือน ไม่ใช่สิ่งลี้ลับ" อลิสาถอนหายใจเบาๆ เธอก้าวเข้ามาใกล้ผมอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างเราใกล้เสียจนผมได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นกระดาษเก่า "นั่นคือความผิดพลาดประการแรกของทุกคนที่เหยียบเข้ามาที่นี่ คุณริน" เธอยื่นมือเรียวบางไปกดปุ่มปิดประตูลิฟต์คราบปริศนานั้นทันที ก่อนที่ประตูจะปิดสนิท เสียงคำรามต่ำๆ คล้ายเสียงกระซิบของผู้คนจำนวนมากก็ดังเล็ดลอดออกมาจากเพดานห้องโดยสารลิฟต์ "ตึกแห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นตามแปลนสถาปัตยกรรมของมนุษย์ ทุกๆ เสาเข็มถูกตอกลงไปทับจุดเชื่อมต่อของพลังงานโบราณ ชั้น B2 ที่คุณกำลังจะเดินลงไปสำรวจ... ไม่ได้มีไว้ให้คนเป็นเดินลงไปสำรวจโครงสร้างคาน แต่มีไว้ให้ ‘พวกมัน’ ใช้เป็นทางผ่านขึ้นมาสะสางบัญชีเก่าต่างหาก" ดวงตาของอลิสาสบเข้ากับดวงตาของผมอย่างจัง ไม่มีแววตาหวาดกลัว มีเพียงความจริงจังที่กดดันจนผมต้องกลืนน้ำลายลงคอ "ถ้าคุณยังดึงดันจะลงไปโดยไม่พก ‘สิ่งนั้น’ ติดตัวไปด้วย ผมรับรองว่าก่อนพระอาทิตย์ตกดินวันนี้ คุณจะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ชั้น B2 สมใจอยากแน่นอน" ในจังหวะที่ผมกำลังจะอ้าปากแย้งด้วยหลักการทางวิศวกรรม หน้าจอดิจิทัลบนผนังโถงทางเดินที่เคยดับสนิทไปแล้วทุกดวง กลับสว่างวาบขึ้นพร้อมกันเป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นหวีดหวิว บ่งบอกสถานะฉุกเฉินระดับสูงสุด **[แจ้งเตือนระบบอาคาร: ตรวจพบความผิดปกติของแรงดันอากาศที่ชั้น B2]** **[ภารกิจเฉพาะกิจ: ร่วมมือกับที่ปรึกษาอลิสาตรวจสอบต้นตอการสั่นสะเทือน (ระดับความยาก: SSS)]** **[เวลาที่เหลือในการอพยพ: 03:00 นาที]** หน้าจอนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของผมสั่นรัวโดยไม่มีการเชื่อมต่อบลูทูธ ตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานปรากฏขึ้นบนหน้าจอทับหน้าปัดเดิม ขณะที่ลิฟต์ทุกตัวในโถงเปิดออกพร้อมกัน เผยให้เห็นความมืดมิดสนิทและไอหมอกสีเทาจัดที่พวยพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่าง—ราวกับประตูสู่นรกกำลังถูกเปิดออกอย่างช้าๆ --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวแรกสู่ตึกต้องสาปไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานออฟฟิศมือใหม่กับอาจารย์สาวผู้อ่านกฎอาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%