เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนเฟรมผ้าใบ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
กลิ่นน้ำยาละลายสีและกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บรักษาศิลปวัตถุชั้นใต้ดิน ไม่เคยรื่นรมย์ในความรู้สึกของรินรดาเลยสักครั้ง แต่อย่างน้อย มันก็ยังน่าอภิรมย์กว่าการต้องทนนั่งปั้นหน้ายิ้มรับคำครหาจากพวกนักลงทุนกระเป๋าหนักบนชั้นแสดงงาน ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือลาเท็กซ์บางเฉียบกำลังจรดพู่กันปลายแหลมลงบนรอยแยกขนาดเท่าเส้นผม บนมุมซ้ายล่างของผืนผ้าใบยุคศตวรรษที่สวิสเซอร์แลนด์ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นงานชิ้นโบแดง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาเพ่งสมาธิไปยังอณูสีที่หลุดร่อน ทุกย่างก้าวของลมหายใจถูกควบคุมให้สม่ำเสมอราวกับจังหวะของเครื่องจักร เพื่อแลกกับการคืนชีพให้ภาพวาดมูลค่าหลายสิบล้านบาทนี้กลับมาสมบูรณ์แบบอีกครั้ง ปึง! เสียงผลักประตูกระจกนิรกระแทกเข้ากับผนังปูนเปลือยด้านหลังอย่างไม่เกรงใจบรรยากาศอันเงียบงัน ทำเอาปลายพู่กันในมือรินรดาสั่นเกร้อยู่เหนือผิวสีน้ำมันเพียงมิลลิเมตรเดียว "ถ้าคุณไม่มีมารยาทพอที่จะเคาะประตู กรุณากลับออกไปแล้วหัดใช้สมองส่วนหน้าประเมินสถานการณ์ก่อนจะก้าวขาเข้ามาในห้องทำงานของคนอื่นครับ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมไปว่าคุณอาจจะไม่มีสิ่งนั้น" รินรดายังไม่หันกลับไปมอง เธอยังคงวางพู่กันลงบนถาดรองอย่างใจเย็น ถอดถุงมือยางออกทีละข้างด้วยความเชื่องช้าที่จงใจยั่วประสาท ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกด้วยแววตาเย็นชาคมกริบดั่งใบมีดโกน คณินยืนกอดอกพิงกรอบประตู รอยยิ้มมุมปากของภัณฑารักษ์หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในหอศิลป์แห่งนี้ระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะสร้างความหมั่นไส้ให้ทุกคนที่พบเห็น เส้นผมสีดำสนิทถูกเซ็ตไว้อย่างเนี้ยบรับกับสูทสั่งตัดเข้ารูปที่ดูราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น มากกว่าจะมาเดินตรวจงานในห้องใต้ดินอับทึบ "ยินดีต้อนรับสู่การทำงานวันแรกครับ คุณนักฟื้นฟูผู้สูงส่ง" คณินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ พื้นรองเท้าหนังราคาแพงกระทบกับพื้นปูนเกิดเสียงดังสะท้อนก้อง "หวังว่าฝีมือคงจะคมคายเท่ากับฝีปากนะ ไม่อย่างนั้นงบประมาณที่ผมอนุมัติให้คุณซ่อมแซม 'มาสเตอร์พีซ' ชิ้นนี้ คงละลายกลายเป็นเบี้ยหัวแตก" "ถ้าคุณใช้เวลาว่างจากการเดินตรวจไปศึกษาประวัติของฉันสักนิด คุณคงไม่ต้องมาเสียเวลาพ่นคำพูดไร้สาระพวกนี้ใส่ฉันหรอกค่ะ—เอ๊ย... ครับ" รินรดาชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้สรรพนามตามความคุ้นชิน แต่เธอก็แก้เกมด้วยการเชิดหน้าขึ้นท้าทาย "ฝีมือฉันไม่เคยทำลายงบของใคร แต่ 'ทัศนคติ' ของคุณต่างหากที่กำลังจะทำลายงานศิลปะชิ้นนี้ ด้วยการเอาฝุ่นผงและความอวดดีเข้ามาปนเปื้อนในพื้นที่ปลอดเชื้อ" คณินหรี่ตาลง รอยยิ้มกวนประสาทขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาวด้วยความพินิจพิเคราะห์ ราวกับกำลังประเมินราคาชิ้นงานศิลปะตรงหน้า "ปากดี... สมคำร่ำลือ" คณินเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ห่างจากตัวเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก "แต่บอกไว้ก่อนนะรินรดา งานนี้ไม่ใช่การเล่นขายของ ภาพนี้จะถูกจัดแสดงในงานกาล่าการกุศลอีกสามสัปดาห์ข้างหน้า ถ้างานมันเละ หรือแม้แต่มีรอยด่างพร้อยแม้แต่นิดเดียว คนที่จะไม่ได้แค่ตกงาน... แต่อาจจะไม่มีที่ยืนในวงการนี้อีกเลย" รินรดาไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาขึ้นอีกนิดจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงช่องว่างแคบๆ ความสูงของเธอที่ไล่เลี่ยกันทำให้เธอสามารถสบตากับเขาได้โดยไม่ต้องเงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำ "ถ้าคุณกังวลขนาดนั้น ทำไมไม่เอาพู่กันมาซ่อมเองล่ะคะ... อ้อ ลืมไป มือระดับคุณคงถนัดแต่การเซ็นอนุมัติงบกับยืนโพสท่าหล่อๆ ให้ไฮโซสาวๆ ถ่ายรูปในงานเปิดนิทรรศการมากกว่าจะมานั่งหลังขดหลังแข็งแบบนี้" คมกริบ ไร้ความเกรงกลัว และเต็มไปด้วยความถือดี คณินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอกจนรินรดาเผลอรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านผ่านอากาศรอบตัว ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความกวนลงแต่เพิ่มความอันตรายขึ้นเป็นเท่าตัว "ระวังปากหน่อย ภัณฑารักษ์คนนี้ไม่ได้ใจดีเหมือนหน้าตานะรินรดา ถ้าเธอทำให้งานของฉันพัง ฉันจะ... " แกร๊ก! เสียงเปิดประตูกระจกระรอกสองดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาที่กำลังเดือดดาล รินรดากับคณินผละออกจากกันแทบจะไม่ทันราวกับเด็กหนุ่มสาวที่กำลังทำเรื่องผิดศีลธรรม ทั้งคู่หันไปมองยังผู้มาใหม่พร้อมกัน ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสผ้าไหมสีเอิร์ธโทนก้าวเข้ามา พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ เธอยิ้มหวานให้คณินก่อนจะชะงักเมื่อเห็นบรรยากาศตึงเครียดในห้อง "อ้าว คณิน... อยู่ที่นี่เองเหรอคะ? พอดีเลยค่ะ ประธานกรรมการโทรมาแจ้งด่วนเรื่องภาพวาดชิ้นเอก... เขาต้องการเปลี่ยนกำหนดการจัดแสดงให้เร็วขึ้นกว่าเดิม หนึ่งสัปดาห์ค่ะ!" คณินนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาคมจะหันกลับมามองหน้ารินรดาช้าๆ รอยยิ้มหยันที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความเคร่งเครียดที่ฉายชัดขึ้นบนใบหน้า และในวินาทีนั้นเอง รินรดาก็รู้ทันทีว่า... สงครามประสาทครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเปิดประตูเข้าสู่โลกใบนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%