กลิ่นอายของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าราคาแพงระยับคละคลุ้งปะปนอยู่กับกลิ่นอายความอุ่นร้อนของเรือนกายชายหญิงที่เพิ่งผ่านพ้นบทรักอันเร่าร้อนบนโซฟาหนังแท้ตัวยาวกลางห้องทำงานส่วนตัว บนหน้าจอแท็บเล็ตราคาแพงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ปรากฏภาพข่าวบันเทิงหน้าหนึ่ง ทรวดทรงเย้ายวนของนางแบบสาวดาวรุ่งกำลังซุกซบอยู่บนลาดไหล่กว้างของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์—คินน์ อัครเดโช
รินรดายืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานนั้น ร่างระหงในชุดเดรสสีดำสนิทไร้ซึ่งความอ่อนหวานดั่งเช่นอดีต ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววรักใคร่และภักดีอย่างไร้เงื่อนไข บัดนี้กลับว่างเปล่า เย็นชา และเรียบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม
เธอกวาดสายตามองเอกสารแผ่นบางที่เพิ่งวางลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทอง เอกสารที่ผ่านการร่างอย่างรอบคอบโดยทนายความมือหนึ่ง มันคือข้อตกลงการหย่าร้างและสละสิทธิ์ทุกอย่าง—ยกเว้นเพียงสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงลมหายใจของเธอในยามนี้
"เซ็นมันซะเถอะค่ะคุณคินน์"
น้ำเสียงหวานที่เคยเอ่ยวาจาออเซาะเอาใจในยามค่ำคืน บัดนี้ราบเรียบและแห้งแล้งจนน่าใจหาย รินรดาเอ่ยออกไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตาแลไปยังร่องรอยอารมณ์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนเรือนกายของสามีทางนิตินัย
คินน์ อัครเดโช ขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเชื่องช้า เขายังคงอยู่ในสภาพสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่กระดุมสามเม็ดบนหลุดลơi เผยให้เห็นแผงอกกว้างและร่องรอยเล็บข่วนจางๆ ที่ประทับอยู่บนผิวเนื้อ คมสันต์ของใบหน้านั้นบึ้งตึง ดวงตาสีเข้มคมกริบกวาดมองใบหน้าของภรรยาด้วยความหงุดหงิดระคนดูแคลน เขาก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน
"รินรดา... เธอเล่นมุกอะไรอีกแล้ว?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยความรำคาญใจ นิ้วเรียวยาวหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันสีเทาจางๆ ออกมาคั่นกลางระหว่างเขากับเธอ "ถ้าเรียกร้องความสนใจเพราะข่าวฉาวเมื่อคืน ฉันบอกเธอแล้วว่ามันก็แค่เกมธุรกิจ อย่าทำตัวน่ารำคาญให้มันมากนักเลยน่า"
"เกมธุรกิจงั้นเหรอคะ?" รินรดายิ้มหยันที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย "การนอนกกกอดกับผู้หญิงคนอื่นจนเป็นข่าวหน้าหนึ่ง คือกลยุทธ์บริหารงานของท่านประธานบริษัทอัครเดโชกรุ๊ปสินะคะ ดิฉันช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริงที่เพิ่งจะเข้าใจ"
"ริน!" คินน์กระแทกไฟแช็กลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น ดวงตาคมกริบฉายแววกรุ่นโกรธเมื่อถูกท้าทาย เขาสกิดใจกับความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวผู้หญิงตรงหน้า รินรดาในยามนี้ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ไม่มีแม้กระทั่งแววตาตัดพ้อต่อว่าเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เธอยืนหยัดตรงนั้นราวกับรูปปั้นหินสลักที่ไร้หัวใจ
"ฉันไม่มีเวลามาเล่นละครตบตารายวันกับคุณหรอกค่ะ" รินรดาเอ่ยตัดบท น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว "ห้าปีที่ผ่านมา ฉันทำหน้าที่ภรรยาที่ดีและมารดาที่สมบูรณ์แบบมามากพอแล้ว ในเมื่อคุณให้เกียรติฉันได้แค่นี้ และหัวใจของคุณมันไม่เคยมีพื้นที่ให้ฉันเลยแม้แต่น้อย การปล่อยมือจากกันในวันนี้ น่าจะเป็นทางออกที่ยุติธรรมที่สุดสำหรับเราทั้งคู่"
"เธอคิดว่าการหย่ามันเป็นเรื่องง่ายนักหรือไง?" คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความรวดเร็ว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบอบบาง บีบแน่นจนรินรดาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เธอกลับไม่ยอมหลบสายตา ไม่ยอมแม้แต่จะส่งเสียงร้องครวญครางออกมาให้เขาได้ใจ
"ปล่อยค่ะ..." เธอเอ่ยเสียงเย็น
"ฉันไม่เซ็น!" คินน์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความถือดี "ทะเบียนสมรสใบนั้น ฉันเป็นคนจดเอง ถ้าฉันไม่อนุญาต ต่อให้เธอพลิกแผ่นดินหนี เธอก็ยังคงเป็นนางรินรดา อัครเดโช วันยันค่ำ! อย่ามาทำเป็นเก่งหน่อยเลยรินรดา เธอก็แค่ผู้หญิงที่เกาะฉันกิน ไร้ความสามารถจะหาเลี้ยงตัวเอง ถ้าไม่มีเงินจากฉัน เธอจะเอาปัญญาที่ไหนไปมีชีวิตรอด!"
คำพูดดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้หัวใจดวงนี้เจ็บแปลบอีกต่อไปแล้ว... มันด้านชาจนเกินกว่าจะรู้สึก รินรดายกมุมปากขึ้นยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คินน์รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านในอกอย่างประหลาด
"ค่ะ... ดิฉันมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าคนหนึ่งในสายตาคุณ" รินรดาเอ่ยตอบ แววตาคู่สวยฉายประกายความแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวขึ้นมาวบหนึ่ง "แต่ผู้หญิงไร้ค่าคนนี้แหละค่ะ ที่กำลังจะเดินออกไปจากชีวิตคุณ พร้อมกับสิทธิ์ขาดทุกอย่างในตัวลูกสาวของเรา"
ชื่อของลูกน้อยเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของคินน์
"เธอหมายความว่ายังไง... ลินินเกี่ยวอะไรด้วย?"
"ลูกไม่ใช่เครื่องมือเอาชนะของคุณค่ะ" รินรดาสลัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง เธอถอยหลังออกไปสองก้าว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ "คุณมีเวลาให้ความสุขกับผู้หญิงพวกนั้นได้ตามใจชอบ ฉะนั้น ก็ควรจะมีเวลาให้เกียรติเซ็นใบหย่าใบนี้ด้วยเช่นกัน ดิฉันให้เวลาคุณพิจารณาถึงเที่ยงคืนนี้เท่านั้น ถ้าเอกสารไม่ถูกส่งกลับมาที่ฉันพรุ่งนี้เช้า... เตรียมตัวพบกับทนายความของฉันในชั้นศาลได้เลยค่ะ"
สิ้นคำประกาศิตอันเยียบเย็น รินรดาก็หันหลังให้เขาโดยไม่รอฟังคำทัดทานใดๆ อีกต่อไป แผ่นหลังบางระหงเดินก้าวออกไปจากห้องทำงานนั้นอย่างมั่นคง ทิ้งให้คินน์ยืนกำหมัดแน่นอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายความพ่ายแพ้ที่เขาไม่เคยลิ้มรสมาก่อน
ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านในอกจนกลายเป็นเพลิงโทสะ คินน์ปัดเอกสารบนโต๊ะกระจัดกระจายด้วยความเกรี้ยวกราด เขารู้จักผู้หญิงคนนี้ดี... รินรดาเป็นคนอ่อนหวาน อ่อนแอ และยอมจำนนต่อเขาเสมอมา เหตุใดวันนี้เธอกลับกลายเป็นพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเขาให้จมดินได้ลงคอ?
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ คินน์คว้ามันขึ้นมารับด้วยอารมณ์หงุดหงิดถึงขีดสุด
"มีอะไร!"
("คุณคินน์คะ... ดิฉันโทรมาจากโรงพยาบาลเอกชน... เอ่อ คือว่า... คุณรินรดาประสบอุบัติเหตุ... ตอนนี้อาการสาหัสค่ะ!")
โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงทุ้มแหบพร่าของปลายสายขาดหายไปจากโสตประสาท คินน์ยืนแข็งค้าง ราวิญญาณถูกกระชากออกจากร่าง ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังในเสี้ยววินาทีนั้น
ก่อนที่สติอันเลือนรางของเขาจะทันได้ประมวลผล ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง... ร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยสี่ขวบในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อน วิ่งเตาะแตะเข้ามาพร้อมกับตุ๊กตาในมือ ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นถอดแบบมาจากเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน ไม่มีผิดเพี้ยน!
"คุณปะป๋าขา..." เสียงใสแจ๋วเอ่ยเรียกพร้อมรอยยิ้มบริสุทธิ์ "ทำไมคุณม้ายังไม่มารับลินินเลยล่ะคะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการทวงคืนศักดิ์ศรีครั้งนี้ด้วยกันนะคะ... หลินหลิงร้อยเล่ห์
พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่รอคอย
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!