เสียงกระดาษราคาแพงกรีดลั่นผ่านความเงียบงันในห้องทำงานหรูหรา กลิ่นกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นเยือกจากเครื่องปรับอากาศไม่สามารถกลบเกลื่อนบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกได้ รินรดายืนนิ่งสงบดั่งรูปปั้นหินสลัก ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอ้อนวอนและเปี่ยมด้วยหยาดน้ำตาเมื่อหลายเดือนก่อน บัดนี้กลับว่างเปล่า เย็นชา และแข็งกระด้างราวกับมองคนแปลกหน้า
คินน์ อัครเดโช ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยา ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงจรดลงบนเอกสารหย่าฉบับสุดท้ายด้วยความมั่นคง น้ำหนักมือที่กดลงไปสะท้อนถึงความหงุดหงิดและความรำคาญใจที่ต้องมาเสียเวลากับผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไร้ตัวตนในบ้านหลังนี้
"เซ็นชื่อแล้ว ก็ไสหัวออกไปจากบ้านของฉันได้เสียที รินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างไร้เยื่อใย ไม่มีความลังเล ไม่มีความรู้สึกผิด และไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความอาลัยอาวรณ์ คินน์โยนแฟ้มเอกสารกระแทกโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น ราวกับต้องการขับไล่สิ่งสกปรกให้พ้นไปจากสายตา
รินรดาก้มลงมองลายเซ็นที่ทรงพลังแต่น่าสมเพชนั้น มุมปากของเงามืดระบายยิ้มเยาะหยันที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินหัวใจจนแหลกสลายในอดีต บัดนี้มันได้กลายเป็นเกราะเหล็กกล้าที่ด้านชาต่อคำพูดเชือดเฉือนทั้งหมดเสียแล้ว
"คุณคงคิดว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นของคุณสินะคะ คินน์..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งต้องชะงักเงยหน้าขึ้นสบตา "จำคำพูดในวันนี้เอาไว้ให้ดี เพราะวันหนึ่ง... คุณจะต้องคลานเข่ากลับมาขอร้องให้ฉันหันกลับมามอง แม้แต่ปลายขาก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง"
"เพ้อเจ้อ!" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง "ผู้หญิงอย่างไร้ค่าอย่างเธอ ที่วันๆ เอาแต่เกาะสามีกิน จะเอาปัญญาที่ไหนมาเหิมเก่านอกบ้าน ออกไปซะ! อย่าให้ฉันต้องเรียกให้คนมาลากตัวเธอออกไปให้ทุเรียนตา"
รินรดาไม่ตอบโต้ด้วยการกรีดร้องหรือฟูมฟายเหมือนวันเก่า เธอเพียงแต่หยิบเอกสารฉบับนั้นขึ้นมาด้วยมือที่มั่นคง บรรจงพับเก็บใส่กระเป๋าถืออย่างใจเย็น ราวกับสิ่งที่ถืออยู่ไม่ใช่ใบหย่าที่ตัดขาดสถานะภรรยา แต่เป็นตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวสู่อิสรภาพที่เธอรอคอย
ก้าวเท้าเดินหันหลังให้อดีตสามีอย่างไม่ลังเล เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะมั่นคง ทุกย่างก้าวที่เดินออกห่างจากคฤหาสน์อัครเดโช คือการสลัดทิ้งซึ่งคราบน้ำตาและความอ่อนแอ รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นลงคอ เปลี่ยนมันเป็นความแค้นที่สุมอก พร้อมที่จะแผดเผาทุกคนที่เคยเหยียบย่ำเธอให้ราบเป็นหน้ากลอง
ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นประตูใหญ่ เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังพร้อมกับเสียงใสแจ๋วก็ดังขึ้นตัดผ่านความเงียบ
"คุณแม่คะ! น้องลินินหิวน้ำจังเลยค่ะ ทำไมคุณแม่คุยกับคุณลุงใจร้ายนานจังคะ?"
ร่างเล็กป้อมในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีฟ้าวิ่งเข้ามาซุกตัวเข้ากับอ้อมแขนของรินรดา ใบหน้าจิ้มลิ้มถอดแบบมาจากคนใจร้ายที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตากลมโตใสแป๋ว จมูกรั้น และริมฝีปากหยักนั้น... ช่างเหมือนกับคินน์ อัครเดโชราวกับแกะ
คินน์ที่เดินตามออกมาเพื่อจะขับไล่ภรรยาเก่าให้พ้นสายตา ชะงักงันราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นเมื่อเห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่เรียกอดีตภรรยาว่า "แม่" และมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กเสียเหลือเกิน ดวงตาคมเบิกกว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อสมองประมวลผลไม่ทันกับภาพตรงหน้า
เด็กคนนี้... อายุราวๆ สี่ขวบ... ซึ่งหมายความว่า...
รินรดาย่อตัวลงอุ้มลูกสาวแนบอก สายตาคมกราบกวาดมองอดีตสามีที่กำลังหน้าซีดเผือดด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เย็นชาที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น
"สวัสดีค่ะคุณพ่อ... ลาขาดกันเสียทีนะคะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการทวงคืนศักดิ์ศรีครั้งนี้ด้วยกันนะคะ... หลินหลิงร้อยเล่ห์
พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ•ตอนที่ 2
ความเย็นชาที่ไร้หัวใจ
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!