เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังเล็ดลอดผ่านช่องว่างระหว่างเรา สรรพนามที่เคยใช้ทิ่มแทงกันด้วยความคะนองปากถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด คินน์ยังคงยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์สเตนเลส ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดโกนซ่อนความไหววับบางอย่างไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาที่เขาเพิ่งถอดออกและวางกระแทกลงบนพื้นผิวเรียบ เสียงโลหะกระทบไม้ดังสะท้อนก้องในร้านที่ปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากป้ายหน้าร้านสาดส่องเข้ามาเป็นเส้นยาว ทอดผ่านเงาร่างของเราทั้งคู่ให้ดูราวกับตัวละครในภาพยนตร์ดราม่าชั้นดี
"คุณพูดว่าอะไรนะ... ริน"
น้ำเสียงของเชฟหนุ่มต่ำทุ้มและแหบพร่า มันไม่ใช่เสียงตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่ฉันเคยคาดหวัง แต่มันคือความนิ่งสนิทที่น่ากลัว... นิ่งเสียจนหัวใจของฉันกระตุกวูบ
"ฉันบอกว่า... บรรณาธิการของ *Gourmet Elite* กำลังยืนรอฉันอยู่ที่รถคันสีดำหน้าร้านคุณค่ะ" ฉันย้ำคำพูดเดิมด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นไหว พร้อมกับเบือนสายตาหนีจากใบหน้าคมคายที่กำลังขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา "และฉันคิดว่า... การที่เรายังทำตัวคลุมเครือแบบนี้ มันควรจะพอได้แล้วนะคะ"
"คลุมเครือ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนานโดยสิ้นเชิง เขาก้าวเท้าช้าๆ เดินอ้อมเคาน์เตอร์บาร์ออกมา ระยะห่างระหว่างเราลดลงทีละก้าว ทีละก้าว จนฉันสัมผัสได้ถึงไอความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา "คุณเรียการที่เราใช้เวลาร่วมกันทุกค่ำคืน การที่ผมคอยสรรหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดมาทำอาหารให้คุณกินด้วยความใส่ใจ... ว่ามันคือความคลุมเครืองั้นเหรอ ริน?"
"แล้วคุณให้สถานะอะไรกับฉันล่ะคะ?" ฉันสวนกลับทันควัน ความน้อยใจที่สะสมมานานนับสัปดาห์พวยพุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอ "ลูกค้าระดับ VIP? นักรีวิวจำเป็น? หรือเป็นแค่เครื่องมือโปรโมทร้านอาหารห่วยๆ ของคุณกันแน่!"
"ปากเก่งนักนะ" คินน์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ประชิดตัวเสียจนปลายจมูกของเราแทบจะชนกัน กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นหอมสะอาดผสมกลิ่นเครื่องเทศจางๆ และความเป็นผู้ชาย—โอบล้อมฉันไว้จนแทบหายใจไม่ออก มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปท้าว1ขอบโต๊ะด้านหลังของฉัน กักขังฉันไว้ในอ้อมแขนอย่างจงใจ "อยากได้สถานะมากใช่ไหม? งั้นก็บอกไอ้สารเลวที่รออยู่ข้างนอกนั่นไปสว่า คุณไม่ว่าง... เพราะคุณเป็น 'ผู้หญิงของผม'"
คำพูดดิบเถื่อนและเอาแต่ใจตัวเองทำเอาฉันชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เคมีระหว่างเรามันรุนแรงเสียจนน่าหงุดหงิด ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ ฉันมักจะพ่ายแพ้ให้กับความคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากร้ายเสมอ แต่ครั้งนี้... ฉันจะใจอ่อนให้เขาไม่ได้
"อย่ามาพูดจาเอาแต่ใจนะคินน์" ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้น "คุณไม่เคยชัดเจนอะไรเลย มีแต่ฉันที่วิ่งตามคุณอยู่ฝ่ายเดียว... ฉันเหนื่อยแล้วค่ะ"
รอยยิ้มหยันบนริมฝีปากของเชฟหนุ่มจางหายไปในพริบตา แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความตระหนกวาบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความดื้อรั้นที่ฉายชัด เขายื่นมือหนาขึ้นมาสัมผัสแก้มของฉันแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและสั่นเทานิดๆ จนฉันเกือบจะเผลอเอียงแก้มไปแนบฝ่ามือของเขา
"ถ้ารู้สึกเหนื่อย... ทำไมไม่หยุดวิ่งแล้วหันมามองผมให้ดีๆ ล่ะ" น้ำเสียงของเขาอ่อนลง ยวบยาบลงจนคนฟังแทบละลาย "ผมไม่ใช่คนโรแมนติก ริน คุณก็รู้... แต่ผมไม่เคยปล่อยให้ใครมานั่งกินอาหารฝีมือผมทุกคืนถ้าไม่ใช่คนสำคัญ"
"คำพูดมันง่ายค่ะคินน์ แต่การกระทำของคุณมันสวนทาง" ฉันกลั้นใจปัดมือเขาออกเบาๆ แม้ในใจจะกรีดร้องอยากซบหน้าลงกับอกแกร่งนั้นแค่ไหนก็ตาม "ข้อเสนอของนิตยสารฉบับนั้น... มันคือความก้าวหน้าในอาชีพของฉัน ฉันต้องไปค่ะ"
พูดจบ ฉันก็เบี่ยงตัวหลบจากอ้อมแขนที่กัก The cage ของเขา เดินจ้ำอ้าวตรงไปยังประตูกระจกหน้าร้าน มือเรียวเอื้อมไปผลักบานประตูออกไปเผชิญกับลมยามค่ำคืนที่พัดปะทะใบหน้า ความเย็นเยียบข้างนอกช่วยเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง แต่หัวใจกลับรู้สึกเคว้งคว้างราวกับตกลงไปในเหวลึก
ก้าวแรกที่ก้าวพ้นธรณีประตูรถคันสีดำหรูหราก็เปิดไฟกะพริบต้อนรับ ร่างสูงโปรดของบรรณาธิการหนุ่มคู่แข่งก้าวลงมาจากรถพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ
"ตัดสินใจได้แล้วใช่ไหมครับ ริน? ทางเราพร้อมเซ็นสัญญาและให้คุณคุมคอลัมน์เองทั้งหมดทันที" เสียงทุ้มของเขากล่าวต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก 100 เมตร เพื่อเตรียมเอ่ยปากตอบตกลง ตัดสินใจสะบั้นความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงนี้เสียที แต่ทว่า... ก่อนที่คำว่า "ตกลงค่ะ" จะหลุดออกจากริมฝีปาก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและรวดเร็วก็ดังขึ้นไล่หลัง พร้อมกับแรงกระชากที่ข้อแขนอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด
"เธอไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น..."
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังกระซิบอยู่ข้างใบหู พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเชฟหนุ่มที่ก้าวตามออกมายืนประจันหน้ากับบรรณาธิการหนุ่มคู่แข่ง โดยที่มือหนายังคงกอบกุมข้อมือของฉันไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก คินน์ในตอนนี้ไม่ได้สวมผ้ากันเปื้อนสีดำ แต่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตพับแขนที่ดูยุ่งเหยิง รangอารมณ์คุกรุ่นแผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงจนบรรณาธิการหนุ่มถึงกับขมวดคิ้วมุ่น
"เชฟคินน์? นี่มันหมายความว่ายังไงครับ?" บรรณาธิการหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
คินน์ไม่ได้สนใจคู่สนทนา เขากวาดสายตาดุร้ายมามองฉัน ก่อนจะดึงร่างฉันเข้าไปชิดอกแกร่งของเขาอย่างถือวิสาสะ ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาใกล้ใบหูของฉันจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงซอกคอ ทำให้ขนลุกชันไปทั้งตัว
"ถ้าคุณกล้าก้าวขึ้นรถคันนั้น... วันพรุ่งนี้ ร้านของผมจะเปลี่ยนจากร้านอาหาร เป็น 'สำนักงานทนายความฟ้องร้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์สูตรอาหาร' ทันที" คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์แต่จริงจังขั้นสุด "เลือกเอา... จะไปเซ็นสัญญากับไอ้งั่งนี่ หรือจะอยู่เซ็น 'ใบทะเบียนสมอง... เอ้ย ใบสมัครเป็นแฟนผม' ที่นี่!"
ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับคำขู่หน้าไม่อายนั้น ขณะที่บรรณาธิการหนุ่มยืนอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูกกับสถานการณ์ตรงหน้า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์สุดป่วนของคินน์และรินนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด•ตอนที่ 15
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!