รอยจารึกที่ไร้เงาและถ้อยคำของคนตาย•ตอนที่ 7

เสียงสะท้อนจากอดีต

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
"ตรรกะของคุณสะอาดสะอ้านเกินไป, คุณอคิน... สะอาดจนไร้ซึ่งร่องรอยของมนุษย์ที่เคยมีชีวิตอยู่จริง" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่นิ่งงันดังขึ้นจากมุมมืดของห้องเอกสารชั้นใต้ดิน แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบเพียงสันสันหนังสือและละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ อคินสะดุ้งเล็กน้อยโดยไม่แสดงออกทางใบหน้า นิ้วเรียวยาวที่กำลังคีบกระดาษโบราณชะงักค้างกลางอากาศ เขาวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างระหงของรวินท์ที่ยืนพิงชั้นหนังสือเก่าคร่ำครึ ราวกับเงาที่กลืนหายไปกับความมืดมิด "ความสะอาดสะอ้านทางวิชาการ คือสิ่งเดียวที่คั่นกลางระหว่างความจริงกับความงมงายครับ, คุณรวินท์" อคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาสีเข้มคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตา "และผมคิดว่าเราตกลงกันแล้วว่า การถอดรหัสบันทึกชุดนี้ เราจะยึดถือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่จินตนาการเพ้อเจ้อจากบทกวีที่ไม่มีแม้แต่ชื่อผู้แต่ง" รวินท์ก้าวเท้าออกจากเงาสลัว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้ดังเอี๊ยดอาดเป็นจังหวะ กวีหนุ่มหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงาน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อคินมักจะอ่านไม่ออกเสมอ—มันเย้ยหยันแต่ก็เปราะบางในคราวเดียวกัน "ประวัติศาสตร์ที่คุณศรัทธานักหนา ก็เป็นเพียงเศษซากของความจริงที่ผู้ชนะจงใจหลงลืมไม่ใช่หรือครับ?" รวินท์เอ่ยพลางยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ มันเป็นแผ่นกระดาษไขบางๆ ที่มีลายมือเขียนหวัดๆ ด้วยหมึกสีดำสนิท ซึ่งอคินไม่เคยเห็นมาก่อน "ลองถอดรหัสบรรทัดนี้ดูสิครับ... ด้วยตรรกะอันไร้ที่ติของคุณ" อคินขมวดคิ้วเล็กน้อย ความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นในอกอย่างเงียบเชียบ เขารู้ดีว่าการต่อปากต่อคำกับรวินท์มีแต่จะดึงเขาเข้าสู่วังวนแห่งสัญลักษณ์ที่เขาเกลียดชัง แต่ความอยากรู้อยากเห็นในฐานะนักวิชาการมืออาชีพก็มีอำนาจเหนือกว่า เขาดึงแผ่นกระดาษเข้ามาใกล้ สายตากวาดมองตัวอักษรที่เรียงราย *“เสียงร้องในห้องที่ไร้หน้าต่าง... ดังก้องนานกว่าความเงียบของคนที่ยังหายใจ”* กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบงัน อคินนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจของเขากลับเต้นผิดจังหวะโดยไม่ทราบสาเหตุ ภาพความทรงจำในวัยเด็ก—ห้องทำงานที่ปิดทึบ ไร้หน้าต่าง และเสียงกระซิบอันเลือนรางของผู้เป็นพ่อในคืนวันที่ไฟไหม้—พวยพุ่งขึ้นมาในหัวราวกับคลื่นใต้น้ำที่ซัดสาดเข้าใส่ฝั่งอย่างรุนแรง มือของอคินเผลอกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนมุมกระดาษยับยู่ยี่ "คุณกำลังเล่นเกมอะไร, คุณรวินท์?" อคินเงยหน้าขึ้นถาม เสียงของเขาเริ่มเจือด้วยความตึงเครียดที่พยายามกดเก็บไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสุขุม "นี่ไม่ใช่รหัสลับทางประวัติศาสตร์... แต่มันคือ..." "มันคือความกลัวของคุณต่างหากครับ" รวินท์แทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงของกวีหนุ่มราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า "คุณใช้ตรรกะและหลักฐานสร้างกำแพงหนาเตอะขึ้นมา ก็เพื่อปกป้องตัวเองจากเสียงสะท้อนในอดีตนั้น... เสียงที่คุณปฏิเสธมาตลอดชีวิตว่ามันไม่มีอยู่จริง" บรรยากาศในห้องเอกสารเย็นเยียบลงถนัดตา อคินรู้สึกราวกับว่าผนังห้องรอบตัวกำลังแคบลง อากาศในปอดเริ่มเจือจางลงทีละน้อย ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เขาฝังกลบไว้ใต้กองตำราและงานวิจัยนับร้อยชิ้นกำลังถูกมือคู่เดิมขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่ปรานี "คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผมเลย..." อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรวินท์ ราวกับต้องการจะแผดเผาอีกฝ่ายให้มอดไหม้ "อย่ามาทำตัวเป็นจิตแพทย์สมัครเล่น ทั้งที่คุณเป็นแค่กวีที่ซ่อนตัวอยู่หลังตัวอักษรที่ตายไปแล้ว!" "ผมอาจจะตายไปพร้อมกับตัวอักษรพวกนั้น... แต่คุณสิครับ, คุณยังหายใจอยู่แท้ๆ แต่กลับเลือกที่จะตายไปครึ่งตัวตั้งแต่วันนั้นแล้ว" รวินท์โน้มตัวลงมาใกล้ โน้มใบหน้าเข้ามาจนอคินสัมผัสได้ถึงลมหายใจแผ่วเบา กลิ่นอายความดึงดูดประหลาดระหว่างความจริงอันเย็นชาและความเพ้อฝันอันลึกซึ้งแผ่ซ่านไปทั่วช่องว่างระหว่างเขาทั้งสอง อคินชะงักงัน ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น เขากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่ลำคอลงไป ความโกรธเกรี้ยวถูกแทนที่ด้วยความสั่นไหวในจิตวิญญาณที่เขาเกลียดชังที่สุด รวินท์ไม่ได้แค่โจมตีเขาด้วยคำพูด... แต่อีกฝ่ายกำลังมองทะลุผ่านเกราะป้องกันทุกชั้นที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างหมดเปลือก ในวินาทีที่อคินอ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธหรือขับไล่อีกฝ่ายออกไป สายตาก็เหลือบไปเห็นตัวเลขที่เขียนไว้มุมล่างสุดของกระดาษไขแผ่นนั้น—ตัวเลขที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนท่ามกลางความมืดและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน มันไม่ใช่รหัสลับทางกวี... แต่มันคือเลขทะเบียนแฟ้มคดีเก่าของกรมตำรวจ—แฟ้มคดีเหตุเพลิงไหม้เมื่อยشرينปีก่อน ที่ถูกระบุไว้ว่า "ถูกทำลาย" ไปแล้วอย่างสมบูรณ์ อคินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง สีหน้าของเขาซีดเผือดลงในพริบตา รวินท์ถอยหลังกลับไปยืนที่เดิมอย่างช้าๆ รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้านั้นหายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่คาดเดาไม่ได้ "แฟ้มคดีที่คุณตามหามาครึ่งชีวิต..." รวินท์กระซิบแผ่วเบา ท่าىมกลางความเงียบงันที่กดดัน "ไม่ได้ถูกเผาทำลายไปไหนหรอกครับ... แต่มันถูกซ่อนเอาไว้ในเล่มที่เก่าแก่ที่สุด ของห้องสมุดแห่งนี้เอง" ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและเงาอดีตไปด้วยกันนะครับ - บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่ไร้เงาและถ้อยคำของคนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%