ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์•ตอนที่ 36

คำสารภาพของฆาตกร

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
ปลายกระบอกปืนสีดำด้านของสารวัตรคทาไม่ได้สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย มันนิ่งสนิท ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของสรีระที่ถูกออกแบบมาเพื่อปลิดชีวิตคนได้อย่างแม่นยำ กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินสถานีตำรวจภูธรเมืองเก่า คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นผงอิฐที่ร่วงหล่นจากการสั่นสะเทือนของแรงระเบิดย่อมๆ เมื่อครู่ ธัญญ์ไม่แม้แต่จะกะพริบตา ปลายประสาทสัมผัสของเขาถูกกระตุ้นด้วยอะดรีนาליนที่หลั่งทะลัก แต่ภายใต้กรอบแว่นสายตา นัยน์ตาคู่คมยังคงสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก เขาประเมินระยะห่างสามเมตร ปากกระบอกปืน และมุมองุ่นของกล้องวงจรปิดตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่เหนือมุมเสา "เล่นละครกันสนุกดีนี่ครับ... คุณหมอธัญญ์, คุณรวินท์" เสียงของสารวัตรคทาแหบพร่าแต่นุ่มนวลอย่างน่าขนลุก รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาที่แข็งกร้าวคู่นั้น "แต่ดูเหมือนพวกคุณจะลืมไป... ว่าของกลางชิ้นนั้น ไม่เคยเป็นของใคร ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว" รวินท์ที่ยืนอยู่เคียงข้าง ไหล่กระทบกับธัญญ์เพียงเล็กน้อย หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันราวกับกำลังมองดูเด็กน้อยเล่นขายของ นิ้วเรียวยาวของหมอผีหนุ่มเคาะลงบนด้ามมีดอาคมในกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างใจเย็น "ของกลางเหรอครับ สารวัตรคทา..." รวินท์ลากเสียงยาว ทอดสายตามองนายตำรวจใหญ่ด้วยความรู้สึกสมเพชระคนทึ่ง "หรือควรเรียกว่า 'หลักฐานชิ้นเอก' ที่คุณพยายามฝังกลบมันมาตลอดห้าปีเต็มกันแน่" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อุณหภูมิในห้องใต้ดินลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ ธัญญ์ขยับตัวเล็กน้อย แววตาที่มองไปยังสารวัตรไม่ได้ฉายแววหวาดกลัว แต่เป็นสายตาของจิตแพทย์ผู้กำลังวิเคราะห์ "พยาธิสภาพ" ของมนุษย์ที่พังทลายจากภายใน "คุณไม่ได้แค่ต้องการปิดคดีฆ่าบูชายัญเมื่อห้าปีមុնหรอกครับ... สารวัตร" ธัญญ์เริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มั่นคง ชัดเจนทุกถ้อยคำ "แต่คุณคือคนลงมือจัดการเก็บกวาด 'ความผิดพลาด' ของพี่สาวผมต่างหาก ในคืนที่พิธีกรรมนั้นผิดพลาดจนควบคุมไม่ได้" สารวัตรคทาหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป กลายเป็นความเหี้ยมเกรียมที่ถูกเก็บกดไว้มาเนิ่นนาน "ฉลาดมาก... สมกับที่เป็นน้องชายของยัยผู้หญิงรั้นคนนั้น" สารวัตรแค่น "เธอไม่ได้รั้น เธอกลัวต่างหาก" ธัญญ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเริ่มสั่นด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับ "เธอกลัวว่าความโลภของพวกคุณ ที่ใช้ความเชื่อและพิธีกรรมบังหน้าเพื่อฟอกเงินจากกลุ่มอิทธิพล จะถูกเปิดโปง คุณหลอกเธอไปที่นั่น หลอกให้เธอเชื่อว่ามันคือการล้างอาถรรพ์ตระกูล แต่ความจริงแล้ว... พวกคุณกำลังทำพิธี 'สะกดวิญญาณ' เพื่อปิดปากพยานทุกคน" "ความจริงคืออะไรเหรอครับ หมอธัญญ์?" เสียงทุ้มต่ำอีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากความมืดตรงทางลงบันได ทั้งธัญญ์และรวินท์ชะงัก รวินท์หันขวับไปมองทันทีด้วยสัญชาตญาณอันตราย ขณะที่ธัญญ์เบิกตากว้างเมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวพ้นความมืดออกมาภายใต้แสงไฟสีส้มสลัว ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มภูมิฐาน ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก เส้นผมสีดอกเลาผสมผสานกับร่อง ริ้วรอยแห่งวัยที่ผ่านประสบการณ์โชกโชน แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟวับวาว รอยยิ้มที่มุมปากของเขามีเสน่ห์เยือกเย็นและทรงอำนาจอย่างประหลาด "ท่านอธิบดี..." รวินท์พึมพำ ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก อธิบดีกรมการปกครองพิเศษ... ผู้ชายที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคดีสำคัญระดับประเทศ และเป็นคนที่ให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่ธัญญ์มาโดยตลอดหลายปีนี้ "แปลกใจมากสินะครับ หมอธัญญ์" อธิบดีก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างสารวัตรคทา มือทั้งสองข้างประสานกันไว้ที่ด้านหน้าอย่างสุภาพ ราวกับกำลังมาตรวจเยี่ยมโครงการของรัฐ ไม่ใช่การยืนอยู่ต่อหน้าปลายกระบอกปืนและความตาย "คุณคิดว่าทุนวิจัยมหาศาลที่คุณได้มา เพื่อศึกษาจิตวิทยาอาชญากรลี้ลับ มาจากไหนกันล่ะครับ? คิดว่าความเมตตาที่ผมมอบให้เด็กกำพร้าที่พี่สาวหายสาบสูญ มันคือความบังเอิญหรือ?" ธัญญ์รู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนหนักๆ มาทุบลงที่กลางอก ลมหายใจสะดุดกะทันหัน โลกทั้งใบหมุนเคว้ง ความทรงจำวัยเด็ก ภาพพี่สาวที่กอดเขาไว้ก่อนออกบ้านในคืนนั้น ภาพจดหมายทุนการศึกษาปริญญาเอกที่ถูกส่งมาถึงมืออย่างพาสซีฟ ทั้งหมดถูกเรียบเรียงใหม่ในสมองอย่างรวดเร็วด้วยตรรกะอันโหดร้าย *เขาถูกเลี้ยงดูมา... ในฐานะหมากตัวหนึ่ง* "คุณ... รู้มาตลอด" ธัญญ์เค้นเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความโกรธแค้นที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด เป็นครั้งแรกที่จิตแพทย์หนุ่มผู้เยือกเย็นสูญเสียการควบคุม "รู้สิครับ... รู้ดีกว่าตัวคุณเองเสียอีก" อธิบดีเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว สายตาคมกริบมองทะลุผ่านแว่นตาของธัญญ์ ราวกับกำลังมองดูผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ตนเองปั้นแต่งขึ้นมา "คุณตามหาความจริงเรื่องพี่สาว พยายามพิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ งัดข้อกับความเชื่อ ไสยเวท และมนตรา... สนุกดีนี่ครับ? การได้เห็นคนฉลาดอย่างคุณ วิ่งไล่ตามเงาที่ผมขีดเส้นไว้ให้ วิ่งวนอยู่ในเขาวงกตที่ผมสร้างขึ้น ตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณเหยียบเข้ามาในสถาบันนิติเวชแห่งนี้" รวินท์กัดฟันกรอด มือข้างที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อกำด้ามมีดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร "ไอ้สารเลว..." รวินท์คำรามต่ำ "ที่แท้ตระกูลของฉันก็เป็นแค่แพะรับบาป ที่พวกแกเซ่นสังเวยไว้เพื่อกลบเกลื่อนความเน่าเฟะของพวกแกสินะ!" อธิบดีหันไปมองรวินท์ด้วยสายตาเหยียดหยามเล็กน้อย "คุณรวินท์... ทายาทคนสุดท้ายของสำนักไสยเวทที่ถูกตราหน้าว่านอกรีต คุณคิดว่าบรรพบุรุษของคุณบริสุทธิ์ผุดผ่องนักหรือไงครับ? พวกเขาก็แค่กลุ่มคนที่ใช้ความกลัวของชาวบ้านมาแสวงหาผลประโยชน์ แค่บังเอิญว่า... ผลประโยชน์ในคืนนั้น มันดันไปขัดกับผลประโยชน์ระดับชาติของพวกเรา ก็เท่านั้นเอง" สารวัตรคทยกปืนขึ้นเล็งจี้มาที่หน้าผากของธัญญ์โดยตรง นิ้วชี้เริ่มออกแรงกดที่ไกปืน "หมดเวลาเล่นสนุกแล้วครับ, หมอธัญญ์" สารวัตรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ท่านอธิบดีเมตตาให้คุณมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ เพื่อใช้สมองของคุณปิดคดีอื่นๆ ให้พวกเรา แต่ในเมื่อคุณดันฉลาดเกินไปจนเริ่มขุดคุ้ยเจอสุสานของพี่สาวตัวเอง... ก็คงต้องจบลงตรงนี้" ธัญญ์ยืนนิ่ง ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาขั้นสุดขีด สมองที่เฉียบคมทำงานอย่างรวดเร็วดั่งเครื่องจักร เขารู้ว่าการปะทะด้วยกำลังคือความพ่ายแพ้ แต่การต้อนให้พวกมันจนมุมด้วยคำพูดและการเปิดโปงหลักฐานชิ้นสุดท้าย คือทางรอดเดียว ธัญญ์แย้มยิ้ม... รอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากความบ้าคลั่งเล็กๆ ที่มักจะปรากฏบนใบหน้าของรวินท์เวลาเจอเหยื่อที่ยากจะเคี้ยว "คุณคิดจริงๆ เหรอครับ... ว่าผมจะไม่มีแผนสำรอง?" ธัญญ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชวนขนลุก "ก่อนที่ผมจะลงมาที่ห้องใต้ดินนี้... ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับบัญชีลับ, รายชื่อเหยื่อในพิธีกรรม และคลิปเสียงสารภาพของสารวัตรเมื่อห้าปีก่อน ถูกตั้งเวลาให้ส่งตรงถึงสำนักงานอัยการสูงสุด และสื่อมวลชนทุกสำนักเรียบร้อยแล้ว... หากภายในสามสิบนาทีนี้ ผมไม่กดรหัสยืนยันตัวตน" อธิบดีชะงัก สีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นเริ่มเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด สารวัตรคทาหันไปมองหน้าอธิบดีทันทีด้วยความตกใจ "คุณโกหก..." อธิบดีเค้นเสียงลอดไรฟัน "ลองเช็คโทรศัพท์มือถือของคุณดูสิครับ... ท่านอธิบดี" ธัญญ์เอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาของผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด "ว่าสัญญาณเตือนภัยสีแดง มันดังขึ้นบนหน้าจอของคุณแล้วหรือยัง" เสียงสั่นเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของอธิบดีดังขึ้นพร้อมกันถึงสองเครื่อง... อธิบดีชะงักค้าง มือที่กำลังจะหยิบโทรศัพท์สั่นระริกเล็กน้อย ขณะที่สารวัตรคทาลดปลายกระบอกปืนลงโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศในห้องใต้ดินพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือในพริบตาเดียว แต่ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัวทำอะไรเพิ่มเติม จู่ๆ ไฟนีออนกะพริบไหวสองสามครั้งก่อนจะดับวูบลงสนิท ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว เหลือเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสبيเส้นที่กำลังวิ่งกรูลงมาจากบันไดทางขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่กังวานก้องไปทั่วตึกร้าง "ตำรวจกองปราบปราม! ทุกคนวางอาวุธลงซะ!" รวินท์กระตุกยิ้มมุมมืดในความมืด ก่อนจะกระซิบข้างหูธัญญ์ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน "ดูเหมือนว่า... แขกไม่invited ของจริง เพิ่งจะมาถึงนะครับ หมอธัญญ์" --- โปรดติดตามตอนต่อไป... *(ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ)*
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%